'นักไวรัสวิทยา' เผย 'ผู้ป่วยฝีดาษลิง' หลายคนอาจจะไม่รู้ความเสี่ยงของตัวเองที่จะแพร่เชื้อให้คนรอบข้างได้

'ดร.อนันต์'เผยผู้ป่วยฝีดาษลิง หลายคนอาจจะไม่รู้ความเสี่ยงของตัวเองที่จะแพร่เชื้อให้คนรอบข้างได้ เนื่องจากร่างกายไม่ได้เตือนอะไรให้ทราบล่วงหน้าก่อน

5ส.ค.2565-ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กว่า

ข้อมูลล่าสุดจากผู้ป่วยฝีดาษลิงในยุโรปที่รายงานไปที่ ECDC-WHO Regional Office ระบุว่า ในจำนวผู้ป่วยฝีดาษลิงทั้งสิ้น 9626 คน สามารถแบ่งตามกลุ่มอาการ แบบมีอาการนำ กับ อาการตุ่มบนผิวหนังได้ ดังนี้

1. 110 คน หรือ 1.1% เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการอะไรเลย ทั้งอาการนำ และ อาการทางผิวหนัง แต่สามารถตรวจพบไวรัสได้ในตัวอย่างที่เก็บจากผู้ป่วย เรียกว่า Asymptomatic case ซึ่งจะแตกต่างจากกลุ่มที่อยู่ในระยะฟักตัว ซึ่งไม่มีอาการและยังตรวจไวรัสไม่พบ ซึ่งถ้าระยะฟักตัวเกิน 21 วัน ไม่แสดงอาการใดๆ แต่ตรวจผลออกมาเป็นบวก กลุ่มนี้ถึงจะจัดเป็น asymptomatic

2. 390 คน หรือ 4.1% เป็นกลุ่มที่มีอาการนำ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย หนาวสั่น แต่ไม่มีอาการตุ่มขึ้นตามผิวหนัง หรือ ขึ้นน้อยมาก กลุ่มนี้จะสามารถแพร่เชื้อได้ผ่านช่องทางละอองฝอย หรือ น้ำลายได้มากกว่าการสัมผัส ยังไม่แน่ชัดว่า กลุ่มนี้จะมีไวรัสในร่างกายนานเท่าไหร่ จะหายไปพร้อมกับอาการหรือไม่

3. 3216 คน หรือ 33.4% เป็นกลุ่มที่มีผื่นและตุ่มหนองขึ้นแบบที่ไม่มีอาการนำที่ชัดเจน ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวมาก่อนว่าตัวเองเป็นฝีดาษลิงแล้วจนกว่าตุ่มหนองจะปรากฏชัด และ เนื่องจากอาการนำมีน้อย โอกาสที่กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้จะมีกิจกรรมต่างๆที่เสี่ยงต่อการสัมผัสตุ่มแผล หรือ การแพร่กระจายจะมีสูง

4. 6910 คน หรือ 61.4% เป็นผู้ป่วยที่มีอาการตามตำรา คือ มีอาการนำมาก่อน และ ตามด้วยอาการทางผิวหนัง ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ก็ถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อมองว่าเกือบ 40% เป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการตามที่เคยทราบกันมา

ข้อมูลนี้ทำให้พอเห็นภาพว่า ผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงหลายคนอาจจะไม่รู้ความเสี่ยงของตัวเองที่จะแพร่เชื้อให้คนรอบข้างได้ เนื่องจากร่างกายไม่ได้เตือนอะไรให้ทราบล่วงหน้าก่อน การเข้าใจกลไกการเกิดโรคในบริบทปัจจุบันจะสำคัญมาก เพราะถ้าอิงตามตำราที่ไม่ update เราอาจตามการเปลี่ยนแปลงของโรคนี้ไม่ทัน
https://monkeypoxreport.ecdc.europa.eu/

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นักไวรัสวิทยา' เผยเหตุยังไม่มีการทำวัคซีนที่จำเพาะต่อ 'ฝีดาษลิง' ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีไปไม่ถึง

'ดร.อนันต์' เผยจะทำวัคซีนที่จำเพาะต่อ'ฝีดาษลิง' ด้วยการนำไวรัสไปเพาะเลี้ยงในเซลล์ไก่ เราจำเป็นต้องเสียเวลาถึง 11 ปีหรือไม่ เหตุที่ยังไม่มีทีมวิจัยไหนทำ ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีไปไม่ถึง แต่อยู่ที่ความคุ้มค่าของงานวิจัย

ดร.อนันต์แจงด่วน! ยันไทยมีผู้ติดฝีดาษวานรแค่รายเดียว

นักไวรัสวิทยาแจ้งเกิดความสับสน นำตัวอย่างเชื้อฝีดาษวานรจากคนละที่มาตรวจทำให้เข้าใจมีผู้ติดเชื้อ 2 ราย แท้ที่จริงยังมีแค่รายเดียว

มีหนาว! นักไวรัสวิทยาบอกโอมิครอนเปลี่ยนตัวเองฉับพลันมาก

นักไวรัสวิทยาชี้ไวรัสมีการกลายพันธุ์และเปลี่ยนตัวเองเร็วมาก เผย BA.5 ต่างจาก BA.1 แบบไม่เห็นหลัง ต่อไปอาจเจอสายพันธุ์ใหม่อีกพรึ่บ

'นักไวรัสวิทยา' เผยงานวิจัยผู้ป่วยฝีดาษลิงในเยอรมัน ไวรัสอาจกำลังปรับตัวให้มาแพร่เชื้อในมนุษย์ได้ง่ายขึ้น

'ดร.อนันต์' เชื่อการกลายพันธุ์ของ'ฝีดาษลิง'ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ไวเหมือนไวรัสโควิด เผยงานวิจัยผู้ป่วยในเยอรมันอาจเป็นกลไกหนึ่งที่ไวรัสกำลังปรับตัวเองให้มาแพร่และติดเชื้อในประชากรมนุษย์ได้ง่ายขึ้น