‘อนุทิน’เจอสุ่มตรวจ ‘ปืน-ยา’ด่านบุรีรัมย์ไม่ยกเว้น/กรวีร์โวพร้อมแจงทุกบิล

นายกฯ ก็ไม่เว้น! "อนุทิน" เจอสุ่มตรวจเข้มปืน-ยาเสพติดที่ด่านบุรีรัมย์เช่นประชาชน    ตอกย้ำตำรวจ-ฝ่ายปกครองเอาจริง เดินตามนโยบายสร้างความปลอดภัยให้สังคม "ปธ.วิปรัฐบาล" เปิดทางฝ่ายค้านอภิปรายฮั้ว สว.ได้ แต่ต้องมีหลักฐานเชื่อมโยง รมต.ในรัฐบาล พร้อมให้ตรวจสอบทุกบิล แต่ที่สำคัญกว่าทำอย่างไรให้บิลค่าใช้จ่ายของประชาชนถูกลง “สิริพงศ์” มั่นใจรัฐบาลตอบซักฟอกได้หมด "พริษฐ์" ดีดปาก "อนุทิน" อย่าจุ้นงานฝ่ายค้าน ห่วงผลงานรัฐบาลดีกว่า ชี้การทุจริตหนักหนาสาหัส แซะถ้าพร้อมตอบทุกคำถามก็มาตอบกระทู้สดสักครั้ง "การดี" จี้ "ไชยชนก" ตอบ 5 ข้อคาใจปม TH-AI Passport   "วรชัย" แนะอนุทินสลัดภาพคนเบื้องหลังสั่งการ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม ที่ จ.บุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังตั้งจุดตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดอย่างเข้มงวด ในพื้นที่ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน  จังหวัดบุรีรัมย์ รวมไปถึงอีกหลายพื้นที่ในจังหวัด  การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการกวดขันและป้องกันการแพร่กระจายของอาวุธปืนในสังคม โดยในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติหน้าที่   นายอนุทินซึ่งเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจค้นเช่นเดียวกับประชาชน ซึ่งนายกฯ สอบถามว่า “เจออะไรไหม”  ด้านตำรวจตอบว่า “ไม่เจอครับ” ขณะที่นายกฯ ถามกลับอีกว่า “หมายถึงที่ตั้งด่านทั่วๆ ไปแถวนี้"  ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตอบว่า "เจอแต่ยาครับ"

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการยกระดับมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังสังคมไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่สะเทือนขวัญหลายเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน กรณีลูกชายของนักการเมืองชื่อดังใช้ปืนตบหน้าเพื่อนนักเรียน ตลอดจนเหตุการณ์อุกอาจที่นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตนักการเมืองชื่อดังจังหวัดนนทบุรี บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางและป้องกันไม่ให้อาวุธปืนหลุดไปอยู่ในสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงซ้ำ ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งเด็ดขาดให้ระงับการออกใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3)  และใบอนุญาตครอบครองปืน (ป.4) ทั้งหมด จนกว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะมีมติเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น พร้อมทั้งสั่งการให้กรมการปกครองยกเลิกการมอบอาวุธปืนเป็นรางวัลแก่กำนันและผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมาตรการทั้งหมดนี้มุ่งเป้าหมายสูงสุดไปที่การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ

วันเดียวกัน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหากอภิปรายเรื่องฮั้ว สว. สามารถอภิปรายได้หรือไม่ เพราะเหตุการณ์เกิดก่อนรัฐบาลเข้ามาบริหารว่า ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดก่อนรัฐบาลชุดนี้เข้ามาหรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่คนที่เป็นรัฐบาลในปัจจุบันต้องเข้ามาแก้ปัญหา แต่เรื่องการฮั้ว สว.อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ รัฐบาลต้องทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมที่สุด

"คิดว่าหากฝ่ายค้านจะหยิบเรื่องนี้มาอภิปราย ก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่สามารถทำได้ แต่ต้องดูประเด็นว่าสิ่งที่อภิปรายมาเชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างไร ไม่ใช่แค่เป็นกระแสในสังคมแล้วเอามาอภิปราย ต้องมีประเด็นว่าเกี่ยวกับนายกฯ หรือรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไร ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่คำกล่าวหาลอยๆ ทางการเมือง หากมีหลักฐานมาก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องชี้แจงให้เกิดความชัดเจน อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้สามารถตอบได้ทุกคน" นายกรวีร์กล่าว

ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้นำฝ่ายค้านฯ บอกว่าเก็บไว้ทุกบิลนั้น นายกรวีร์กล่าวว่า เห็นด้วย ขอให้ตรวจสอบให้เต็มที่ มีข้อสงสัยก็ถาม มีหลักฐานก็เอาแสดง รัฐบาลมีหน้าที่ตอบให้ชัดเจน รัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ เราอยากเห็นการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ มีหลักฐานชี้ให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น หรือมีหลักฐานโยงว่ารัฐมนตรีคนไหนกระทำผิด เพราะเวทีอภิปรายไม่ใช่เวทีที่เอาข้อกล่าวหาลอยๆ มาโจมตีทางการเมือง  และบิลที่จะเอามาวางนั้น รัฐบาลก็มีหน้าที่ชี้แจงฝ่ายค้านและตอบคำถามต่อประชาชนให้คลายสงสัยให้ได้

"แต่ส่วนตัวมองว่าบิลสำคัญที่สุดไม่ใช่บิลจากฝ่ายค้าน แต่เป็นบิลที่ประชาชนต้องจ่าย เราต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลลดภาระและรายจ่ายให้ประชาชน ทำให้บิลของประชาชนถูกลง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลไม่ใช่แค่ตอบคำถามฝ่ายค้าน แต่คือการสร้างผลงานให้ประชาชนสัมผัสได้"

นายกรวีร์โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องคะแนนในสภา ตนมั่นใจในเสถียรภาพของรัฐบาลชุดนี้ แต่ยังมีอีกคะแนนหนึ่งที่สำคัญกว่า และไม่มีใครการันตีให้เราได้ คือ คะแนนความไว้วางใจจากชาวบ้านที่อยู่นอกสภา คะแนนในสภาวัดกันในวันลงมติ แต่คะแนนจากประชาชน เขาให้เราทุกวันจากชีวิตจริงของเขา ทำมาหากินดีขึ้นไหม รายได้พอกับรายจ่ายหรือเปล่า ของแพงน้อยลงหรือยัง และยังเชื่อมั่นว่าเราจะทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น คำถามในสภา รัฐบาลต้องตอบ แต่คำถามจากประชาชน รัฐบาลต้องทำให้เห็น

มั่นใจรัฐบาลชี้่แจงได้หมด

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านจะนำประเด็นฮั้ว สว.ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า เป็นเรื่องของฝ่ายค้านที่ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะส่วนตัวไม่เห็นพฤติกรรมตามที่เขากล่าวหา ส่วนที่นายสมนึก สุชัยธนาวนิช อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 4 จ.สุโขทัย ออกมาเปิดเผยว่ามีการให้ผู้สมัคร สว.เซ็นใบลาออกล่วงหน้าเพื่อให้โหวตกฎหมายตามพรรคภูมิใจไทยนั้น เขาเป็นใครคนก็ไม่รู้จัก มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เรื่องที่อ้างมาในส่วนของตน ไม่เคยได้ยิน และในการอภิปรายหากกล่าวหาจะหาหลักฐานอย่างไร อย่างมากก็มีแค่พยานบุคคล เดี๋ยวนี้มักใช้วิธีว่าไปก่อน ถูกผิดไม่รู้ ค่อยไปพิสูจน์เอา แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้คงไม่เป็นประเด็นอะไรที่หนักใจของรัฐบาลในการชี้แจง

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่ฝ่ายค้านโจมตีรัฐบาลก็ชี้แจงได้ทุกเรื่อง ยกตัวอย่างเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ก็มีมาตั้งแต่ปี 62 รัฐบาลนี้เป็นคนเจอและตามจับ หลักฐานไปถึงไหนเอาถึงคนนั้น ยึดปิดชื่อถือพฤติกรรม ทำตรงไปตรงมา จะช้าบ้างเร็วบ้าง แต่เราว่าตามหลักฐานเหมือนคดีอื่นๆ ก่อนหน้านี้ที่กล่าวหาคนนั้นคนนี้เทาเราก็ว่าตามกระบวนการ เห็นกันแล้วว่าใครโดนไม่โดน  ส่วนเขาจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเขา ส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อ แต่เรามีหน้าที่ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง อย่างกรณี พ.ร.ก.เงินกู้ ตรงไปตรงมาถึงตัวประชาชนจับต้องได้ ไม่ได้เอาไปทำเป็นงบกระตุ้นเศรษฐกิจเหมือนที่หลายรัฐบาลเคยทำ แต่สิทธิที่ดำเนินโครงการถึงประชาชนหมด ตนคิดว่ารัฐบาลสามารถขี้แจงได้อย่างแน่นอน

เมื่อถามถึงเสียงรัฐบาลเหนียวแน่นใช่หรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า เรื่องเสียงรัฐบาลไม่มีปัญหา รัฐบาลมั่นใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลทำงานร่วมกันได้ด้วยดีไม่มีปัญหาอะไร ส่วนที่บางพรรคอยากเข้าร่วมรัฐบาลนั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคอื่นนอกจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ที่พูดคุยเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน

ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดคุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านรับรู้ร่วมกันอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุมแล้วว่า เราจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมที่จะถึงนี้ โดยเมื่อเปิดประชุมสภาช่วงปลายเดือนสิงหาคม จะประสานพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือกรอบเนื้อหา เวลา และบุคคลใน ครม.ที่เราจะเสนอญัตติไม่ไว้วางใจ

"ประเด็นที่จะอภิปรายส่วนหนึ่งคงจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายที่ผิดพลาดหรือมีข้อครหาเรื่องการทุจริตที่ปรากฏต่อสาธารณะอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีโกง สว. การสอบท้องถิ่น TH-Passport และโครงการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และบางส่วนอาจจะเป็นประเด็นที่ไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ แต่ขณะนี้ สส.ในพรรคกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ อย่างไรก็ตาม เราไม่ทราบว่าจากวันนี้จนถึงวันอภิปรายจริง จะมีประเด็นอะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับการบริหารที่ผิดพลาดหรือข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตของรัฐบาลที่เพิ่มเข้ามาหรือไม่"

เมื่อถามว่า ทุกการอภิปรายฝ่ายค้านจะมีหมัดเด็ดเสมอ ครั้งนี้จะมีอีกใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า “ครับ” เราก็ทำเต็มที่ และคิดว่าท้ายที่สุดคนที่จะตัดสินก็คือประชาชน ฉะนั้นขอให้รอดูวันอภิปรายจริง แล้วให้ประชาชนเป็นคนตัดสินดีกว่า

 “ต้องรอดูว่าจะสามารถตอบคำถามที่จะถูกอภิปรายในศึกอภิปรายไม่วางใจได้จริงหรือไม่ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่า หากนายกฯ อนุทินบอกว่าถามอะไรก็ตอบได้หมด หากตอบได้จริง เหตุใดในสมัยประชุมสภาฯ ที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นนายกฯ อนุทินมาตอบกระทู้สดในสภาแม้แต่ครั้งเดียว ฉะนั้นหวังว่าในสมัยประชุมสภาฯ ที่จะมาถึงนี้ เราจะเห็นนายกฯ อนุทินมาตอบกระทู้สดตามหน้าที่ที่ควรจะทำบ้าง และหวังว่าจะเป็นการตอบกระทู้สดที่ไม่ใช่แค่กระทู้สดของรัฐบาลที่มีการเตรียมคำถามไว้ก่อนล่วงหน้าเพื่อชงคำถามให้กัน แต่จะมาตอบกระทู้ของฝ่ายค้านด้วยที่จะเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศในฐานะนายกฯ และการบริหารภารกิจของกระทรวงมหาดไทย" นายพริษฐ์กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทินมั่นใจหากฝ่ายค้านถามอะไรก็พร้อมที่จะตอบ

การทุจริตหนักหนาสาหัส

ส่วนกรณีนายอนุทินระบุว่า หากฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะไม่มีผลงาน ในส่วนนี้จะทำให้ฝ่ายค้านต้องทำการบ้านเพิ่มเติมหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า สิ่งที่คิดว่านายอนุทินควรกังวลคือผลงานรัฐบาลมากกว่า เพราะหลายเรื่องเราเห็นว่าเป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตอนรับตำแหน่งนายอนุทินบอกว่ารู้สึกอับอายในคะแนนความโปร่งใสของประเทศตามดัชนีสากล แต่ตั้งแต่บริหารมาตนเห็นว่าปัญหาการทุจริตยิ่งแต่จะหนักหนาสาหัสขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อครหาเกี่ยวกับการโกง สว. โกงสอบท้องถิ่น หรือปัญหาข้อครหาในการทุจริตอื่นๆ แม้กระทั่งเรื่องเศรษฐกิจ เราก็เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีการกู้เงินผ่านกลไก พ.ร.ก.เงินกู้ในปริมาณที่สูง ซึ่งต้องรอดูว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่

นายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่เสนอโดย สส.พรรคฝ่ายค้านประมาณ 40-50 ฉบับ ซึ่งมีการเสนอเข้าไปแล้ว แต่อยู่ระหว่างการรอพิจารณา หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากประธานสภาฯ และประธานวิปรัฐบาล ให้เราได้มีการเพิ่มวันประชุมเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายที่ถูกเสนอโดย  สส.และภาคประชาชน เพราะหากไม่มีการกระทำเช่นนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามข้อบังคับคือร่างกฎหมายของ สส.จะถูกแซงคิวโดยร่างของ ครม.เสมอ ซึ่งจะทำให้ร่างกฎหมายที่เรายื่นเข้าไปไม่ได้มีโอกาสที่จะถูกพิจารณาในสภา

เมื่อถามว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ฝ่ายค้านจะลงมติเป็นเอกภาพหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า  ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกันว่าจะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านไหนร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจบ้าง แล้วจะเป็นการยื่นกรอบเนื้อหาอะไร ยื่นอภิปรายใครบ้าง แม้อาจจะมีความเห็นหรือนโยบายบางเรื่องที่อาจจะเห็นต่างกัน แต่ก็หวังว่าจะมีจุดร่วมกันในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่

นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กทวงถามคำตอบและความชัดเจนจากนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport ว่า จากการที่ตนได้ยื่นหนังสือถึง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ผ่านมา 19 วันแล้ว ตนยังคงรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากท่าน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ รมว.ดิจิทัลฯ เกิดการเข้าใจผิดว่าตอบเท่าไหร่ก็ไม่ถูกใจฝ่ายค้าน  ตนขออนุญาตทบทวน 5 คำถามสำคัญที่เราในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีต้องการความชัดเจนอีกครั้ง ว่า 1.ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง รมว.ดิจิทัลฯ มีกรอบการทำงานหรือข้อสั่งการอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าท่านใส่ใจและดูแลความโปร่งใสในโครงการนี้อย่างแท้จริง

2.ความคุ้มค่าของงบประมาณ ท่านจะทำอย่างไรให้เรามั่นใจได้ว่าเงินภาษีที่ถูกจ่ายไป จะได้ของที่คุณภาพดีกว่าเวอร์ชันใช้ฟรี แม้จะบอกว่าเราไม่ได้จ่ายตังค์ แต่มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะใช้เงินประชาชนแบบนี้ ไปสิ่งที่เราได้คุณภาพได้ไม่เท่ากับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อยู่แล้ว ในเมื่อปัจจุบันมีแพลตฟอร์มของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD หรือการเรียนออนไลน์ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ฟรีอยู่แล้ว 3.เรื่องของ Pay-per-use แม้ขณะนี้อยู่ในช่วงแก้ไขสัญญา แต่ประชาชนยังไม่เคยได้รับคำชี้แจงหรือข้อมูลอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานเลยว่าจะกำหนดรูปแบบการจ่ายตามการใช้งานอย่างไร และส่งผลต่อภาระงบประมาณของรัฐมากน้อยเพียงใด

แนะอนุทินสลัดภาพผู้อยู่เบื้องหลัง

4.กรณีที่ข้อมูลของคนไทยจะถูกประมวลผลในหรือต่างประเทศ ขัดกับทีโออาร์หรือไม่ และประเทศจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่บริษัทต่างชาติได้ข้อมูลพฤติกรรมของคนไทยไปประมวลผล อีกทั้งเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเกิดความปลอดภัย และไม่ได้มีการส่งข้อมูลหรือทรัพยากรสำคัญให้กับบริษัทต่างชาติ โดยใช้ภาษีประชาชนอย่างเรา 5.ตัวชี้วัดความคุ้มค่าระยะยาว การตั้งเป้าผู้ใช้งาน 5 ล้านคน จะสะท้อนถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ระยะยาวที่ประเทศไทยจะได้รับจากการลงทุนด้วยเงินภาษีประชาชนได้อย่างไร

 “เรากำลังถามว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์อะไรระยะยาว แล้วเราจะวัดได้อย่างไรว่าคุ้มค่าและเหมาะสมในการลงทุนโดยใช้ภาษีประชาชน ที่ต้องมาทบทวนคำถามทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เพราะท่านตอบไม่ถูกใจ แต่เพราะพวกเรากำลังรอฟังคำตอบของท่านอยู่” นางการดีระบุ

นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การทำงานของรัฐบาลนายอนุทินว่า ต้องยอมรับว่านายอนุทินเป็นคนประนีประนอม ท่องทำนองที่อ่อนน้อมถ่อมตนนั้นคือจุดแข็งของรัฐบาลนี้ และการทำงานกับพรรคเพื่อไทยก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากภาพที่ปรากฏผ่านสื่อ แต่การทำงานของรัฐบาลจะสำเร็จได้ต้องมีปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงความสามารถในการจัดการปัญหาต่างๆ ที่สำคัญต้องรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ทั้งปัญหาเก่าและปัญหาใหม่ที่รุมเร้ารัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขากระโดง ฮั้ว สว. ทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่มีภาคประชาชนออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินต้องออกมาชี้แจงลงรายละเอียดให้ชัดมากกว่าที่เป็น เพราะเท่าที่เห็น นายอนุทินยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ไม่เคยชี้แจงลงในรายละเอียด

"นอกจากนี้ ยังมีภาพประชาชนติดตามว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังนายอนุทินมาโดยตลอด เป็นผู้กำกับการใช้อำนาจหรือไม่ ตรงนี้นายอนุทินต้องสลัดภาพออกไป เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นว่านายอนุทินคือนายกฯ ตัวจริง ไม่ทำตามคำสั่งใคร

  หากนายกฯ ไม่แสดงออกถึงความเป็นผู้นำที่เป็นตัวของตัวเองอย่างชัดเจน รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้ยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะการเดินหน้ารัฐบาล แม้เสียงในสภาจะไม่มีปัญหา และยังมีพรรคฝ่ายค้านที่จ้องจะเสียบเข้ามาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีก แต่หากรัฐบาลแพ้ทางการเมืองนอกสภา ก็อาจอยู่ไม่ได้จนจบสมัยตามเป้าหมายที่วางไว้" นายวรชัยกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บี้กกต.ส่งศาลฎีกาฟันคดีฮั้ว!

"ไอติม" เปิดคลิปภาคต่อ "คดีฮั้ว สว." โชว์หลักฐาน 4 มิติ มัด "นายกเทศมนตรีโพนสา" 53 คณาจารย์นิติศาสตร์-ทนาย-นัก กม. ร่อนแถลงการณ์จี้ กกต. เร่งส่งศาลฎีกาฟัน

ถิ่นบุรีรัมย์ นายกฯก็ไม่เว้น! โดนตรวจเข้มปืน-ยาเสพติด

แม้แต่นายกฯ ก็ไม่เว้น! "อนุทิน" เจอสุ่มตรวจเข้มปืน-ยาเสพติด  ที่ด่านบุรีรัมย์ เฉกเช่นประชาชน ตอกย้ำตำรวจ-ฝ่ายปกครองเอาจริงเดินตามนโยบายสร้างความปลอดภัยให้สังคม 

ดีลภาษีทรัมป์ ไทยลงทุนอื้อ!

รัฐบาลเตรียมเจรจาภาษีสหรัฐปลาย ส.ค. ชูเอกชนไทยลงทุนเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มีแผนเพิ่มอีก 5 พันล้านเหรียญฯ คิดเป็นเงินไทยรวมเฉียดล้านล้านบาท สะท้อนผลประโยชน์ร่วม มุ่งลดภาระภาษีสินค้าส่วนที่เหลือ