รักลุงตู่‘แรมโบ้’ออก เผยมีความสำนึกรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชน!

กกต.เคาะวันเสาร์ 21 พ.ค.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 ราชบุรี แทน “ปารีณา” เปิดรับสมัคร 21-25 เม.ย.นี้  "แรมโบ้" ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ มีผล 19  เม.ย. เหตุสำนึกรับผิดชอบกรณีคลิปเสียงหยอก "จุรีพร"  ขณะที่ "วิเชียร ชวลิต" ไขก๊อกพ้น ส.ส.พลังประชารัฐ

เมื่อวันที่​ 18 เมษายน 2565 หลังมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง คณะกรรมการการเลือกตั้ง​ (กกต.)​ ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน 45 วัน โดยได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดวันลงคะแนนเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 21 พ.ค.65 เวลา 08.00 น. ถึง  17.00 น. โดยเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในวันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน ถึงวันจันทร์ที่ 25 เมษายนนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด

สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งและการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่ประสงค์จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในจังหวัดนั้น    การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งจากสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในเขตเลือกตั้ง ให้พรรคการเมืองสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งจากผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด และการสรรหาให้ดำเนินการตามข้อบังคับของพรรคการเมืองนั้น โดยให้หัวหน้าพรรคการเมืองออกหนังสือรับรองผู้สมัครที่ได้รับการสรรหาตามแบบที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งให้คำนวณตั้งแต่วันที่ตำแหน่งว่างลงจนถึงวันเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ใช้จ่ายได้ไม่เกิน 1,500,000 บาท ผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละคนต้องยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ภายใน 90 วันนับจากวันเลือกตั้ง            

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี อ่านแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีว่า ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ โดยมีผลในวันที่ 19 เมษายน 2565 เป็นต้นไป  เหตุผลที่ตัดสินใจลาออกเพราะมีความสำนึกรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชน สืบเนื่องจากที่ปรากฏเป็นข่าวกรณีคลิปเสียงพูดโทรศัพท์ระหว่างตนกับ น.ส.จุรีพร สินธุไพร ข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และมีการตั้งข้อกล่าวหาเป็นประเด็นทางการเมือง ที่ควรจะได้มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เป็นที่ประจักษ์ โดยใช้เวลาตามสมควรในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว และเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตนเพื่อให้เป็นตัวอย่างและบรรทัดฐานจริยธรรมทางการเมือง

เขากล่าวว่า ข่าวดังกล่าวอาจกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อถือของทีมงานนายกรัฐมนตรี จึงคิดว่าไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาลและไม่ประสงค์จะเป็นฟันเฟืองที่ชำรุด ที่ทำให้เครื่องยนต์กลไกในการขับเคลื่อนของรัฐบาลต้องมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสักเพียงใดก็ตาม แม้จะยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงก็ควรแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งการลาออกจากตำแหน่งครั้งนี้เพื่อไปพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการยุติธรรมให้ปรากฏข้อเท็จจริง โดยไม่ต้องอาศัยตำแหน่งของตัวเองรวมทั้งความสัมพันธ์กับผู้บังคับบัญชามาช่วยปกป้องให้พ้นผิด

"ผมไปกราบลาท่านนายกฯ ด้วยตัวผมเอง ผมกราบเรียนท่านนายกฯ ผมขอเคลียร์ ผมไม่อยากให้ใครมามองว่าท่านนายกฯ ปกป้องผมหรืออุ้มผม และผมไม่อยากใช้ตำแหน่งบารมีนายกฯ และตัวผมเองที่มีตำแหน่งใกล้ชิดนายกฯ ไปเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม นายกฯ ไม่ได้ให้ผมลาออกใดๆ ทั้งสิ้น เป็นความประสงค์ของผมเอง เป็นความต้องการของผมเอง ผมไม่ต้องการให้คนดีๆ อย่างนายกฯ ที่ทุ่มเทการทำงานต้องมาเสียด้วยข้อครหาเล็กน้อยแค่นี้ ซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ความผิดความถูกอะไรเลย ต้องมาเสียเพราะผม และผมรักลุงตู่ อยู่ข้างนอกให้ลุงตู่ได้โดยไม่มีตำแหน่ง" นายเสกสกลกล่าว

ด้านนายวิเชียร ชวลิต อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ  ได้เดินทางยังรัฐสภาเพื่อยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็น ส.ส.ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมเข้าอำลานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร  

เขาเผยว่า ได้มีโอกาสทำงานในตำแหน่งต่างๆ มากมาย เป็นประสบการณ์ที่มีความสำคัญ และคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีประสบการณ์ น่าจะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองและประชาชนมากมาย แต่เมื่อเวลาหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งและหลายอย่าง ตนคิดว่าจากที่เราคาดหวังและมุ่งหวังที่อาจจะทำได้ไม่สำเร็จ จึงจำเป็นต้องลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยได้แจ้งต่อพรรคพลังประชารัฐและ กกต.เรียบร้อยแล้ว

 “หลายคนคงคิดว่าการลาออกไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหา แต่ผมยืนยันว่าตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว และคิดว่าสิ่งที่อยากจะทำนั้นยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะความรู้ความสามารถที่ผมมีน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิจารณา ผมเองว่าจะไปทำหน้าที่ที่ไหน ที่จะทำให้สิ่งที่ตนมุ่งหวังประสบความสำเร็จ จึงจำเป็นต้องลาออก” นายวิเชียรกล่าว

เมื่อถามว่า หลังจากที่ลาออกแล้วจะไปร่วมงานกับนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.การคลัง ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยหรือไม่ นายวิเชียรตอบว่า กำลังคิดอยู่ หลายคนอาจสงสัยว่าจะไปเลยหรือไม่อย่างไร ทำไมจึงลาออก ตนแจ้งไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรามีความมุ่งหวังที่อยากทำงานเพื่อประโยชน์ประชาชน ที่ไหนที่สามารถทำให้เราได้มีโอกาสได้ทำก็เป็นทางเลือกที่สำคัญ ซึ่งกำลังพิจารณาอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิเชียรเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 โดยนายวิเชียรเป็น 1 ใน 4 กรรมการบริหาร ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่างลง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ จ.นครราชสีมา โดยได้แจ้งความประสงค์จะไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่สุดท้ายถูกใส่ชื่อเข้ามาพร้อมกับนายพรชัย ตระกูลวรานนท์ โดยที่เจ้าตัวปฏิเสธไปแล้ว สำหรับลำดับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เลื่อนขึ้นมาแทนนายวิเชียร ได้แก่  ลำดับที่ 26 นายภาคิน สมมิตรธนกุล 

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงลาออกของนายวิเชียรมีนายวัชระ กรรณิการ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยมาฟังและให้กำลังใจด้วย อย่างไรก็ตาม แม้นายวิเชียรยังไม่ระบุชัดว่าจะไปเป็นสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทยตามที่มีข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่อย่างไร แต่ก็พบว่ามีชื่อของนายวิเชียร   ไปปรากฏในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคสร้างอนาคตไทย ครั้งที่ 1/2565 ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี พรรคสร้างอนาคตไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคสร้างอนาคตไทยว่า ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 08.00 น.  พรรคจะจัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2565 ที่ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยในช่วงแรกจะเป็นการรับรองรายงานการประชุมใหญ่วิสามัญพรรค ครั้งที่ 1/2565 เมื่อวันที่ 5  ก.พ.65 รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2564 รายงานงบการเงินในรอบปี 2564 การแก้ไขข้อบังคับพรรคปี 2564 การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทยชุดใหม่ การเลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.และเรื่องอื่นๆ

จากนั้นเวลา 11.00 น.จะเปิดตัวกับสื่อมวลชน โดยการฉาย VTR สร้างอนาคตไทย การเปิดหัวหน้าพรรค คือนายอุตตม สาวนายน พร้อมทั้งจะประกาศอุดมการณ์สร้างอนาคตไทย พร้อมผู้ร่วมอุดมการณ์แสดงจุดยืนทางการเมือง  ได้แก่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, นายสุพล ฟองงาม, นายโชนรังสี เฉลิมชัยกิจ, นายอาทิตย์ ชุณหชัชราชัย, นายวิเชียร ชวลิต, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ จากนั้นนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค จะแนะนำกรรมการบริหารพรรคสร้างอนาคตไทย ก่อนปิดการประชุม นอกจากนี้จะมีการแต่งตั้งนายนริศ เชยกลิ่น เป็นกรรมการบริหารพรรคและโฆษกพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ต้องจับตาดูท่าทีของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคสร้างอนาคตไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง