หาร500บานรอจบที่ศาลรธน.

"นิกร" ฟันธงสูตรหาร 500 มีปัญหา แฮงก์อัป หากมีทุจริตโดนใบแดง เลือกตั้งใหม่ จะทำให้ ส.ส.พึงได้สะเทือนทั้งหมด ขณะนี้ยังมองไม่เห็นทางออก จ่อร่วมลงชื่อกับร่วมสมาชิกรัฐสภา ยื่นศาล รธน.ตีความ

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ….. รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข้อกังวลปัญหาเรื่องการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ด้วยการหาร 500 ว่า ตอนนี้ที่มีปัญหาลึกซึ้งคือเมื่อแก้มาตรา 128 ไปแล้วส่งผลต่อระบบการเลือกตั้งในมาตราที่เหลืออยู่บางมาตราในการกำหนดคำนวณคะแนน และทางรัฐสภายังไม่ได้ดำเนินการใดๆ  ต่อไป อันที่จริงแล้วควรจะมีการชี้มาเลยว่าจะกระทบต่อมาตราใด อย่างใด และต้องแก้ไขเป็นอย่างไร

ซึ่งล่าสุด กมธ.เสียงข้างน้อยให้ความเห็นมาเป็นการภายในว่าอยากจะขอให้มีการประชุมกรรมาธิการฯ ขึ้น เพื่อปรับปรุงแก้ไขในกฎหมายลูกมาตราอื่นๆ ที่จะมีผลกระทบ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นของ กมธ.หลายคนยังเห็นว่าไม่มีอำนาจ ต้องให้ทางรัฐสภาสั่งการดำเนินการแก้ไข กมธ.ไม่มีอำนาจใดตามข้อบังคับ เพราะถือว่าได้ทำหน้าที่ส่วนแรกเสร็จสิ้นแล้ว

"ผมเคยให้ความเห็นไปแล้วว่าการคำนวณด้วยการหาร 500 ไม่สามารถนำมาใช้คำนวณปาร์ตี้ลิสต์ได้ เนื่องจากเกิดปัญหาแฮงก์โอเวอร์ แบบเยอรมัน และจะมีปัญหาตามมาอีกมาก เช่นที่ผมพบว่ามีปัญหาที่ไม่เคยมีที่ไหนในโลกคือ แฮงก์อัป อีกด้วย คือสมมุติว่าในการเลือกตั้งเขตมีการทุจริตแล้วโดนใบแดงให้เลือกตั้งใหม่ เนื่องจากไปเอา ส.ส.ทั้ง 100 และ 500 รวมกันหาร จะทำให้ ส.ส.พึงได้สะเทือนทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังมองไม่เห็นทางออก"

นายนิกรกล่าวว่า การพิจารณากฎหมายลูกขณะนี้ขั้นตอนยังไม่จบ จำเป็นจะต้องให้จบทุกมาตราก่อน และเมื่อจบแล้วขั้นตอนต่อไปคือต้องนำร่างที่แก้ไขเสร็จแล้วส่งไปตามมาตรา 132 ของรัฐธรรมนูญ คือส่งไปให้ กกต. เพราะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเป็นผู้เสนอร่าง หาร 100 มาตลอดทาง ซึ่ง กกต.มีหน้าที่ที่จะต้องให้ความเห็นว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ กกต.จะต้องพิจารณาด้วยว่าสิ่งที่แก้ไขไปนั้นจะทำได้หรือไม่ในเชิงปฏิบัติจริง ซึ่งหากเห็นว่าทำไม่ได้ ก็อาจเสนอให้กลับไปใช้หาร 100 ก็ได้ ถ้าถึงตรงนั้นก็จะกลับมาที่รัฐสภา และรัฐสภามีทางเลือกสองทางคือ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามที่ กกต.ชี้ หรือยืนยันตามมติเดิม

ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยการแก้ไขมาตรา 23 ว่าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ทราบว่าพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันอีกคณะหนึ่งที่เตรียมยื่นคือชุดที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธาน กมธ.แก้ รธน. และตน ในฐานะเลขาฯ กมธ. ที่กำลังประสานเพื่อรวบรวมเสียงจากสมาชิกรัฐสภาที่เห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เราต้องทำให้เกิดความชัดเจนเพื่อไม่ให้มีปัญหาในอนาคตได้ ดังนั้นไม่ว่าถึงอย่างไรก็ต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญแน่นอน

นายนิกรกล่าวว่า ที่บางฝ่ายเข้าใจว่าฝ่ายค้านสามารถยื่นศาล รธน.ตีความก่อนที่จะมาแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ตนเห็นว่าไม่สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้โดยอัตโนมัติ คงต้องส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นการแก้กฎหมายลูกที่เกี่ยวเนื่องกับ กกต. ซึ่งในประเด็นนี้เคยให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้วก็ยืนยันตามนั้น และสอบถามไปที่นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็ได้ให้ความเห็นยืนยันว่าในชั้นนี้ไม่ได้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเลย แต่ต้องส่งไปที่ กกต.ก่อน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราชกิจจาฯ ประกาศ 'วลัยพร รัตนเศรษฐ' เป็นสส.บัญชีรายชื่อแทน 'ชัยวุฒิ'

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสภาผู้แทนราษฎรเรื่องให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิก