
ปิดฉากประชุมอาเซียน “บิ๊กตู่” ลงนามเอกสาร 26 ฉบับ ปลื้มบอกกัมพูชาจัดการประชุมได้ดี ทุกประเทศได้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ “นายกฯ” เสนอกุญแจ 3 ดอกยุคหลังโควิด พร้อมย้ำหลัก 3 ประการพาอาเซียนมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวเนื่องเป็นวันสุดท้าย ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา
โดยเมื่อเวลา 08.20 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุม ASEAN Global Dialogue ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “การเสริมสร้างประชาคมอาเซียนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวและมีความยั่งยืนในยุคหลังโควิด-19 ซึ่งมี 25 ประเทศและหน่วยงานเข้าร่วม ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 จากที่เคยจัดเมื่อปี 2555 โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้ชื่นชมการรื้อฟื้นการประชุมนี้ เพื่อให้ผู้นำอาเซียนและผู้แทนระดับสูงจากองค์การระหว่างประเทศได้แลกเปลี่ยนทัศนะและร่วมกันหาแนวทางการฟื้นตัวและการเติบโตที่ยั่งยืนภายหลังสถานการณ์โควิด-19
ทั้งนี้ นายกฯ ได้นำเสนอกุญแจสำคัญ 3 ดอก เพื่อส่งเสริมความยืดหยุ่น ปรับตัว และยั่งยืน คือ 1.การให้ประชาชนเป็นหัวใจของทั้งการฟื้นฟูในระยะสั้นและการพัฒนาในระยะยาว 2.การฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเน้นการสร้างความสมดุลของสรรพสิ่ง และ 3.การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในทุกระดับ
“เชื่อมั่นว่าเมื่อทุกประเทศเห็นผลประโยชน์ร่วมกันและร่วมมือกันมากขึ้น จะช่วยส่งเสริมความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และช่วยส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและในโลก การร่วมแรงร่วมใจจะทำให้กลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมหลังวิกฤตโควิด-19 โดยกุญแจ 3 ดอกนี้จะช่วยส่งเสริมให้อาเซียนก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถ้อยแถลง
ต่อมาเวลา 10.40 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit : EAS) ครั้งที่ 17 โดยมีผู้นำหรือผู้แทนจากประเทศที่เข้าร่วม EAS 17 ประเทศ นายกฯ สนับสนุนให้จัดการกับความท้าทายร่วมกัน ตามแนวคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของกัมพูชา เพื่อกำหนดอนาคตของภูมิภาคที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดย EAS ถือเป็นส่วนสำคัญของสถาปัตยกรรมภูมิภาคที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง ในฐานะเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์ระดับผู้นำที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์
โดยโอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวย้ำ 3 ประการ เพื่อกำหนดอนาคตของภูมิภาคที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คือ ประการแรก บทบาทและคุณค่าของ EAS ที่เปิดโอกาสให้มีกระบวนการหารือและการเจรจาอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน, ประการที่สอง ยึดมั่นในหลักการสำคัญร่วมกัน อาทิ ความเป็นแกนกลางของอาเซียน การเปิดกว้าง การมีส่วนร่วม และหลักการสามเอ็ม กล่าวคือ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน การเคารพซึ่งกันและกัน และผลประโยชน์ร่วมกัน และประการที่สาม การแก้ไขข้อขัดแย้งโดยสันติ คือหนทางสู่การป้องกันการขยายตัวของปัญหา ลดความตึงเครียด และทางออกสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ไทยยังสนับสนุนความพยายามของอาเซียนในการขับเคลื่อนฉันทามติ 5 ข้อ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ในเมียนมา และพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ประชาชนเมียนมากว่า 54 ล้านคน มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมยืนยันความปรารถนาให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืน และพร้อมที่จะสานต่อบทบาทที่สร้างสรรค์ในการเสริมสร้างความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ทั้งนี้ ในช่วงท้ายนายกฯ ได้เชิญชวนให้ผู้นำเข้าร่วมการประชุมนานาชาติด้านความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืน ที่ประเทศไทยจะจัดขึ้นในต้นปี 2566 โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังได้ร่วมรับรองเอกสารผลลัพธ์ในการประชุมต่างๆ ทั้งสิ้น 26 ฉบับ ซึ่งมีเอกสารการประชุมสุดยอดอาเซียน 16 ฉบับ และกรอบอื่นๆ กับคู่เจรจา 10 ฉบับ โดยเอกสารสำคัญ ได้แก่ แถลงการณ์ผู้นำอาเซียนในโอกาสครบรอบ 55 ปีของอาเซียน และแถลงการณ์วิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียนว่าด้วย “อาเซียน เอ.ซี.ที. : รับมือความท้าทายร่วมกัน”
ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมพิธีปิดและพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้แก่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2566 จากนั้นในเวลา 15.15 น. นายกฯ พร้อมภริยาและคณะออกเดินทางกลับประเทศไทย
ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแถลงการณ์ของอาเซียนเกี่ยวกับมติเห็นชอบในหลักการรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียนว่า พล.อ.ประยุทธ์ยินดีที่จะช่วยเหลือติมอร์-เลสเตให้เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ติมอร์-เลสเตสามารถเข้าเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ได้ในอนาคต
ในเวลา 16.40 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 ดอนเมือง (กองบิน 6) พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ว่า กัมพูชามีการเตรียมการและจัดการประชุมได้ยอดเยี่ยมและเป็นที่พอใจของผู้ที่มาประชุมทุกท่าน โดยมีการประชุมทั้งหมด 16 วาระ พวกเราได้แสดงความคิดเห็นกันในที่ประชุมอย่างเต็มที่ และในส่วนของการประชุมกับสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สิ่งที่จับประเด็นได้คือเขามีความรู้สึกว่าเป็นโอกาสของอาเซียน โดยเฉพาะในเรื่องของการเกษตร เพราะต่างประเทศมีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อและเรื่องสงคราม เขาบอกว่าปีนี้และปีหน้า เขาจึงบอกว่าในปี 2565 และปี 2566 เป็นโอกาสที่ดีของอาเซียนในเรื่องการเกษตรที่ยังมีอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะได้รับผลกระทบ แต่ก็ไม่เท่ากับเขา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเรื่องบรรยากาศสันติภาพจะทำอย่างไรให้เราอยู่ร่วมกัน อะไรมีปัญหาต้องพูดคุยกัน หาวิธีแก้ปัญหาดีกว่าขัดแย้งกัน จึงต้องใช้หลักการของอาเซียนอยู่แล้ว วันนี้สิ่งสำคัญที่มีการตั้งประเด็นจากการประชุมที่กัมพูชา คือการรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหลังสถานการณ์โควิด-19 ทั้งเรื่องความขัดแย้งทางภูมิศาสตร์ของโลก สงคราม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เหล่านี้เราจะรับมือกันอย่างไร ซึ่งทุกประเทศเตรียมพร้อมรับมือเรื่องตรงนี้ จะทำอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด หากจะบอกว่าไม่มีเลย ไม่เดือดร้อนเลย คงจะทำไม่ได้ ซึ่งปกติเรามีปัญหามากอยู่บ้างพอสมควรแล้ว พอมาเจออันนี้เข้าไปก็หนักขึ้นมาหน่อย ขอให้ช่วยกันบ้างว่าจะต้องทำอย่างไร อย่างไรก็ตาม เราได้เตรียมที่จะเชิญนานาชาติประชุมความมั่นคงด้านอาหารในต้นปีหน้า ที่ประเทศไทยและจะเชิญสมาชิกอาเซียนมาด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

