เคาะงบผูกพัน1.8แสนล. ทอ.ชงซื้อเครื่องบินขับไล่

ครม.ไฟเขียวหลักการงบผูกพันข้ามปี 1.81 แสนล้าน จัดให้ 10 หน่วยงาน ทัพฟ้าชง 1.9 หมื่นล้าน ซื้อเครื่องบินรบฝูงใหม่ทดแทน เผยนายกฯ  ให้อิสระ "บิ๊กไก่" ตั้ง คกก.เลือกแบบ ชั่งน้ำหนัก "เอฟ-16" กับ "กริพเพน" ย้ำใช้ระบบออฟเซตได้รับผลตอบแทนเศรษฐกิจคืน พร้อมซาวเสียงโซเชียล

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 30  มกราคม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า  ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาถึงกรณีที่หลายหน่วยงานได้เสนอคำของบประมาณประจำปี 2568 ที่ก่อภาระหนี้ผูกพันตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โดยขอให้หน่วยงานดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบในหลักการเสนอขอการตั้งรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ วงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป รวม 10 หน่วยงาน ทั้งหมด 69 โครงการ มีวงเงินผูกพันข้ามปีงบประมาณรวมกันกว่า 1.81 แสนล้านบาท ซึ่งจะผูกพันงบตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป โดยที่ประชุมครม.ได้รับทราบข้อเสนอของทั้ง 10 หน่วยงาน โดยมอบหมายให้สำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณา ว่างบผูกพันทั้งหมดที่เสนอเข้ามาเป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีด้วย รวมทั้งชอบด้วยนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาด้วยหรือไม่

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า   โครงการที่เสนอของบผูกพันเข้ามา    กระทรวงคมนาคม เสนอ 42 โครงการ ระยะเวลาดำเนินการ ปี 2568-2575 รวมวงเงิน 91,653.3 ล้านบาท โดยมีวงเงินที่จะขอรับจัดสรรงบฯ ปี 2568 ก่อนวงเงิน 15,627.9 ล้านบาท   

วันเดียวกัน พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทนในปีงบประมาณ 68 ว่า กองทัพอากาศได้จัดทำคำขอประมาณปี 2568 วงเงินกว่า 19,000 ล้านบาท โดยมีเครื่องบินรบอยู่ 2 ค่าย ที่อยู่ในข่ายการพิจารณาคือ เอฟ-16 บล็อก 70 สหรัฐอเมริกา และกริพเพน อี จากสวีเดน ในเรื่องความคุ้นเคยการใช้งานถือว่ามีประสิทธิภาพทั้ง 2 แบบ โดยขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแบบแล้ว ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้มีงบประมาณมากนัก หากค่ายไหนให้ในสิ่งที่ตรงความต้องการ และให้ความคุ้มค่ากับเรามากที่สุด ในเรื่องการดูแลปรับปรุงอุปกรณ์เก่าที่เรามีอยู่ รวมถึงการซ่อมบำรุงและการดูแลที่เราจะพัฒนาไปข้างหน้าได้ ที่สำคัญที่สุดคือนโยบายจัดซื้อจัดจ้างแบบชดเชย (offset policy) ซึ่งเป็นเรื่องที่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจะตกสู่ภาครัฐ โดยกองทัพอากาศพยายามใช้เจตนารมณ์นี้ในการจัดซื้ออาวุธเพื่อให้เงินเข้าประเทศด้วย

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีส่วนในการตัดสินใจเลือกแบบด้วยหรือไม่ ผบ.ทอ. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้บอกให้กองทัพตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุด จึงให้คณะกรรมการคัดเลือกแบบพิจารณา ตนไม่ทราบแม้กระทั่งทีโออาร์ เชื่อมั่นว่าคณะทำงานที่แต่งตั้งมีความรู้ความสามารถที่จะสรรหาพิจารณาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ ทอ.

 “ถ้าถามว่าลำบากใจหรือไม่ ก็ลำบากใจนะ แต่ผมไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ แต่เป็นการตัดสินใจร่วมของคณะกรรมการพิจารณา โดยการนำข้อมูลมาดูด้วยเหตุผล ความคุ้มค่า ณ ปัจจุบันและอนาคต ที่เป็นห่วงคือการดำรงสภาพการบินที่มีขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องและระยะยาวในเรื่องของอายุการใช้งาน การเชื่อมโยงกับระบบเก่าได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เราจะไม่ให้คนกองทัพอากาศผิดหวัง อย่างน้อยที่สุดประชาชนก็จะไม่ผิดหวัง โดยตอนนี้เราก็ใช้วิธีการสำรวจความคิดเห็นจากคอมเมนต์ต่างๆ ทางโซเชียลมีเดีย ประกอบด้วยลักษณะคล้ายๆ เป็นโพล"  พล.อ.อ.พันธ์ภักดีระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ว่าประชาชนจะต่อต้านวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ผบ.ทอ.กล่าวว่า หากเราทำหน้าที่เพื่อประชาชนจริงๆ ทำความเข้าใจว่าที่เราซื้อเครื่องบินมาแล้วทำอะไรบ้าง วันนี้อาจจะไม่มีเหตุการณ์ แต่หากเกิดเหตุการณ์แล้วเราไม่มีความพร้อม ประชาชนคงตำหนิเราเหมือนกัน ดังนั้นการได้หารือและพูดคุยจะทำให้เข้าใจว่า  ทอ.รวมถึงเหล่าทัพอื่นมีระบบการจัดหายุทโธปกรณ์อย่างไร ในปัจจุบันมีข้อตกลงคุณธรรม โดยมีคณะกรรมการกลางเข้ามาดูแลให้คำแนะนำทั้งจากกรมบัญชีกลาง และนักวิชาการหลัก ถ้ากังวลเรื่องความไม่โปร่งใส ขอให้ตรวจสอบได้ หากเป็นเรื่องงบประมาณ จะใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ขอให้คลายกังวลว่า เมื่อได้เครื่องบินมาประจำการแล้วใช้ไม่น้อยกว่า 30 ปี เช่นเดียวกับยุทโธปกรณ์ที่เรามีอยู่ เช่น เครื่องบินลำเลียง C-130 ที่ใช้มา 41 ปี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สงครามพาทรัมป์แพ้ยับ

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ รีพับลิกันพ่ายหมดรูป เดโมแครตกวาดที่นั่งทั้งในสภาสูงและสภาล่าง เข้าสู่ยุคความยากลำบากของรัฐบาลสหรัฐ "ทรัมป์" ขู่จะใช้อำนาจวีโตแหลก!

ปธ.ใช้อำนาจมิชอบ จ่อยื่นฟันคุกคามฝ่ายค้าน อนุทินปลุกการเมืองนํ้าดี

“นายกฯ” ปลุกกระแส "Reinvent  การเมืองไทย" ชี้การเมืองดีต้องยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ยัน รบ.เปิดกว้างให้วิจารณ์บนฐานข้อเท็จจริง

สัญจรเอาใจอีสาน3.5หมื่นล.

"อนุทิน" นำ รมต.สวมเสื้อผ้าหมี่ขิดประชุม "ครม.สัญจร" อุดรธานี ไฟเขียวงบ 3.5 หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อน 36 โครงการ

ส้มฉะน้ำเงินกินรวบ ปธ.โสภณโร่ปัดริบอำนาจกมธ./พท.หวานเจี๊ยบไม่แตกแถว

“ปกรณ์” ยันไม่มีรายงานคณะกลั่นกรองนิรโทษกรรมปมคำร้อง “ทักษิณ” “อนุทิน”  อวยพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่ดีมีความรู้ความสามารถ