‘ตะวัน-แฟรงค์’ชวดประกัน ‘ไมค์’เบี้ยวฟังคำพิพากษา

ศาลไม่ให้ประกัน "ตะวัน-แฟรงค์" ชี้ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง หลังพ่อยื่นครั้งที่ 7 หวั่นเสียชีวิต ออกหมายจับ “ไมค์ ระยอง” เบี้ยวฟังคำพิพากษาคดี 112 ปรับนายประกัน 9.5 หมื่นบาท นัดอีกครั้ง 8 พ.ค.นี้ "พีมูฟ" ร้อง ปธ.กมธ.พัฒนาการเมืองฯ สอบการบังคับใช้ "พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ"  ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ปชช.

 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 28 มีนาคม นายสมหมาย ตัวตุลานนท์  บิดาของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์  หรือตะวัน เดินทางมาเข้ายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวบุตรสาว และนายณัฐนนท์ ไชยมหาบุตร หรือแฟรงค์  จำเลยในคดีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 จากกรณีโพสต์คลิปบีบแตรรถตำรวจรักษาความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ เมื่อ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมด้วยนายนภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์ หรือสายน้ำ และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือแบม นักกิจกรรมทางการเมืองอิสระ เดินทางมาให้กำลังใจด้วย

นายนภสินธุ์กล่าวว่า พ่อของตะวันมายื่นขอประกันตัวต่อศาล เนื่องจากว่าอาการของตะวันและแฟรงค์ทรุดหนักลง ซึ่งยังยืนยันเหมือนเดิมว่าไม่มีเหตุจำเป็นใดๆ ที่ต้องฝากขังตะวันและแฟรงค์ และสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้คือการตรวจสอบกล้องหน้ารถของประชาชน แต่กล้องหน้ารถเป็นของประชาชนคนไหนตนไม่ทราบ ทั้งสองคนเป็นแค่เยาวชนคนหนึ่ง ไม่ใช่มาเฟีย ไม่มีเหตุอันใดเลยที่เขาสามารถไปคุกคามข่มขู่พยานเหล่านั้นได้ นอกจากนั้นทั้งสองคนยังคงเจ็บป่วยอยู่ ขณะที่กำลังอดน้ำอดอาหารอยู่ กระบวนการยุติธรรมของไทยยังไม่ได้มอบความยุติธรรมให้กับพวกเขา

น.ส.อรวรรณกล่าวว่า ค่าโพแทสเซียมของตะวันและแฟรงค์ต่ำมาก และแพทย์แนะนำให้รับการรักษา หากไม่รักษาจะมีอาการก่อนที่จะเสียชีวิตคือแน่นหน้าอก หรือบางคนอาจจะปากเบี้ยว ลิ้นแข็งพูดไม่ได้ ตาหูอาจจะได้ยินแต่ตอบสนองไม่ได้ และทั้งสองก็ยังคงปฏิเสธการรักษา ทั้งนี้ ฝากไปถึงกระบวนการยุติธรรมว่าสิทธิในการประกันตัวเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติเอาไว้ว่า การประกันตัวควรที่จะต้องให้เนื่องจากว่าทั้งสองคนเป็นแค่เพียงผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด แต่ยังไม่ได้ถูกศาลตัดสินว่ากระทำความผิด ส่วนการขอประกันตัวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่

ต่อมาในช่วงบ่าย ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตะวันและแฟรงค์เป็นครั้งที่ 7 โดยระบุเหตุผลว่า พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ศาลนี้เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง

วันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณาคดี 714 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี อ.2380/2564 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก อายุ 28 ปี แกนนำม็อบคณะราษฎร เป็นจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112  พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 8 ซึ่งในชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

อัยการโจทก์ยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. เวลากลางคืน ถึงวันที่ 7 ธ.ค.2563 จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊กใช้ชื่อบัญชี “ภาณุพงศ์ จาดนอก” ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 9 หมื่นคน ได้โพสต์ข้อความลักษณะหมิ่นสถาบันฯ ให้เสื่อมเสียพระเกียรติ เสื่อมเสียชื่อเสียง ทรงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายของพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยการโพสต์ของจำเลยดังกล่าว ทำให้บุคคลทั่วไปที่พบเห็นเข้ามาแสดงความคิดเห็น และแชร์ข้อความ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ต่อมาวันที่ 25 ม.ค.2563 พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้จำเลยทราบและทำการสอบสวนแล้วปรากฏว่า จำเลยให้การปฏิเสธ เหตุเกิดที่ ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง, ต.บ้านคลอง อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก และท้องที่อื่นทั่วราชอาณาจักร เกี่ยวพันกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานัด ปรากฏว่านายภาณุพงศ์และทนายความไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา มีเพียงนายประกันมาศาล ซึ่งแถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถติดต่อจำเลยได้

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทราบนัดฟังคำพิพากษาแล้ว แต่ไม่มาศาล โดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง เชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับมาฟังคำพิพากษา และริบหลักประกันเต็มจำนวน 9.5 หมื่นบาทด้วย โดยนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งวันที่ 8 พ.ค.นี้ เวลา 09.30 น.

ที่รัฐสภา ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือพีมูฟ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการบังคับใช้พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ที่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมของประชาชน

โดยตัวแทนพีมูฟระบุว่า เป็นกลุ่มประชาชน คนจน เกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายและนโยบายของรัฐ ในด้านที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย ได้ออกมาต่อสู้เรียกร้องกับรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ครั้งล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 5-28 ก.พ. รวมทั้งสิ้น 24 วัน ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมหลังจากบรรลุข้อเรียกร้อง อาทิ การเดินหน้าแนวทางการจัดการที่ดินแบบโฉนดชุมชน การเร่งรัดให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ..... การแก้ปัญหาชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย โดยถือเป็นสัญญาร่วมกันระหว่างพีมูฟกับรัฐบาล จนมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ต.ค.66 และมติ ครม. วันที่ 16 ต.ค.66 รับทราบผลสรุปการประชุมของพีมูฟ             

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นการชุมนุม ได้มีหมายเรียกผู้ต้องหาส่งมาถึงนายจำนงค์ หนูพันธ์ แกนนำพีมูฟ และนายธีรเนตร ไชยสุวรรณ โดยมีข้อกล่าวหาคือ เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุม ฝ่าฝืนคำสั่งประกาศ 50 เมตรรอบทำเนียบรัฐบาล ในคดีอาญา สน.ดุสิตที่ 41/2567, 63/2567, 64/2567 และนัดหมายให้ไปพบพนักงานสืบสวนสอบสวน ณ สถานีนครบาลสวนดุสิต วันที่ 21 มี.ค. เวลา 11.00 น. หลังจากนั้นพีมูฟและทีมทนายได้ทำเรื่องถึง สน.ดุสิต เพื่อขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาเป็นวันที่ 28 มี.ค. เวลา 10.00 น.

ซึ่งพีมูฟยืนยันจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะได้ดำเนินการแจ้งการชุมนุมสาธารณะอย่างถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมาย นับเป็นการถูกดำเนินคดีครั้งแรกจากการชุมนุมในรัฐบาลเศรษฐา เราเห็นว่าบรรยากาศการบังคับใช้กฎหมายปิดปากประชาชนเช่นนี้ ไม่ควรเกิดขึ้นในรัฐบาลที่อ้างตัวว่ามาจากการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย และเป็นรัฐบาลพลเรือน ซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาล ที่จะกระทำต่อผู้ชุมนุมกลุ่มอื่นๆ ที่จะออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องหลังจากนี้ด้วยเช่นกัน

จึงขอเรียกร้องมายัง กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ดังนี้ 1.ตรวจสอบการบังคับใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ว่าละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนตามรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากลหรือไม่ โดยเชิญภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผกก.สน.ดุสิต รวมถึงตัวแทนของพีมูฟ เข้าชี้แจงเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิในการชุมนุมของประชาชน 2.เร่งประสานภาคส่วนต่างๆ  เพื่อหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดหรือยกเลิก พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ซึ่งไม่เอื้ออำนวยให้ประชาชนสามารถจัดการชุมนุมได้อย่างสันติ แต่กลับถูกนำมาจำกัดสิทธืเสรีภาพของประชาชน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน