อยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง! ‘ทรัมป์’อ้างมือปืนป่วยจิต สั่งยกเลิกการเจรจารอบ2

ตำรวจสหรัฐฯชี้เจตนามือปืน มุ่งสังหารประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีในงานเลี้ยงอาหารค่ำ "ทรัมป์" อ้างมือปืนเป็นคนป่วยทางจิต ระบุเข้าใจชีวิต เราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง ขณะที่การเจรจายุติสงครามตะวันออกกลางรอบ 2 ยังไม่มีความคืบหน้า และยกเลิกเดินทางไปปากีสถาน ฟุ้งมีไพ่ทุกใบ ไม่ต้องบิน 18 ชั่วโมงไปนั่งคุยเรื่องไร้สาระอีกต่อไปแล้ว

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 ว่า ตามรายงานเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่สืบสวน มือปืนที่พยายามบุกเข้าไปในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่มีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าร่วมด้วยนั้น ได้วางแผนที่จะลอบสังหารทั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน

ทรัมป์ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยนำตัวออกจากห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมที่วอชิงตันอย่างเร่งด่วน  ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นมือปืนพยายามวิ่งผ่านจุดตรวจ

หลังจากมีการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ช่วงสั้นๆ ผู้ต้องสงสัยถูกควบคุมตัวในที่เกิดเหตุเมื่อเย็นวันเสาร์ และกำลังถูกสอบสวนก่อนที่จะขึ้นศาลในวันจันทร์

ทรัมป์ได้แชร์ภาพผู้ต้องสงสัยที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่บนพื้นพรมของโรงแรม

"เขาไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มใจ ผมคาดว่าเขาจะถูกตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในเช้าวันจันทร์ที่ศาลรัฐบาลกลางในวอชิงตัน" ท็อดด์ บลานช์ รักษาการอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ กล่าวในรายการ "Face The Nation" ของ CBS และเสริมว่า "จากข้อมูลเบื้องต้นที่เราได้รวบรวมมา เราเชื่อว่าเขาตั้งเป้าหมายโจมตีสมาชิกในคณะบริหาร"

บลานช์กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังไม่ทราบแรงจูงใจอื่นๆ ในการโจมตี และผู้ต้องสงสัยซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ามีทั้งอาวุธปืนและมีด พักอยู่ที่โรงแรมวอชิงตันฮิลตันซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ก่อนก่อเหตุ

"เราเชื่อว่าเขาเดินทางโดยรถไฟจากลอสแอนเจลิสไปชิคาโก แล้วจากชิคาโกไปวอชิงตัน ดูเหมือนว่าเขาจะซื้ออาวุธปืนเหล่านี้ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา" บลานช์ระบุ

ผู้ก่อเหตุชาวแคลิฟอร์เนียจะขึ้นศาลในวันจันทร์นี้ด้วยข้อหาเกี่ยวกับการยิงปืน ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองครั้งล่าสุดในอเมริกาที่แตกแยกอย่างรุนแรง

ทรัมป์เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ให้รายละเอียดว่า มือปืนได้เขียนแถลงการณ์ต่อต้านศาสนาคริสต์ไว้ด้วย

"ผู้ชายคนนั้นเป็นคนป่วยทางจิต น้องสาวหรือน้องชายของเขาบ่นเรื่องนี้ พวกเขายังร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย" ทรัมป์บอกกับฟอกซ์นิวส์

ในการสัมภาษณ์ ทรัมป์ถูกถามว่าเขากลัวว่าจะมีผู้เสียชีวิตหรือไม่ ขณะที่เหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นต่อหน้า จนกลุ่มชนชั้นสูงของรัฐบาลและสื่อในวอชิงตันที่แต่งกายอย่างเป็นทางการต่างพากันหลบภัยในงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรู

"ผมไม่กังวล ผมเข้าใจชีวิต เราอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง" ทรัมป์กล่าว

ขณะที่นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งมีชื่อเรียกทั่วไปว่า โคล อัลเลน อายุ 31 ปี ได้เขียนบันทึกที่ส่งให้ครอบครัวก่อนการโจมตีไม่นานว่า เป้าหมายของเขาจะจัดลำดับความสำคัญจากระดับสูงสุดไปจนถึงต่ำสุด

ไม่กี่วินาทีหลังจากเกิดเหตุยิงที่ชั้นบน เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับก็บุกเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นเมื่อผู้เข้าร่วมงานต่างพากันหลบอยู่ใต้โต๊ะ

ภายในห้องจัดเลี้ยงประกอบด้วยบุคคลมากมาย มีทรัมป์และภริยา, รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์, สมาชิกคณะรัฐมนตรีหลายคน และแขกผู้มีเกียรติอีกหลายร้อยคนในชุดสูทผูกเนกไทสีดำ

ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวอย่างเร่งด่วนในช่วงดึกที่ทำเนียบขาวว่า ตอนแรกตนคิดว่าเป็นเสียงถาดตก ก่อนจะรู้ว่าเป็นเสียงปืน

เขายังหวังว่างานเลี้ยงประจำปีซึ่งจัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว จะถูกจัดขึ้นอีกครั้งภายในหนึ่งเดือน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเหตุการณ์ยิงครั้งนี้เน้นย้ำถึงเหตุผลด้านความปลอดภัยที่เขายกมาอ้างในการวางแผนสร้างห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่แห่งใหม่ติดกับทำเนียบขาว ซึ่งเป็นโครงการที่เผชิญกับข้อท้าทายทางกฎหมาย

อีกทั้งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนที่สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลาแห่งสหราชอาณาจักรจะเสด็จฯ เยือนวอชิงตันอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 4 วัน

ส่วนความคืบหน้าสงครามในตะวันออกกลาง โดนัลด์  ทรัมป์ ได้สั่งยกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทนไปเจรจาสันติภาพกับอิหร่านในปากีสถาน โดยอ้างว่าไม่มีประโยชน์ที่จะนั่งคุยกันเรื่องไร้สาระ แต่เสริมว่าสงครามจะไม่กลับมาปะทุขึ้นอีกในทันที

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนว่า สถานการณ์สันติภาพในตะวันออกกลางคลุมเครืออีกครั้ง เมื่อคณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐอเมริกายกเลิกการเดินทางไปยังปากีสถานแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันว่าจะไม่มีการพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับคณะผู้แทนของอิหร่านอย่างแน่นอนในระยะนี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่าเขาสั่งยกเลิกการเยือนอิสลามาบัด หลังจากไม่ประทับใจกับท่าทีการเจรจาของรัฐบาลเตหะราน โดยเสริมว่าได้รับข้อเสนอที่แก้ไขแล้วตามมาภายในไม่กี่นาทีหลังจากที่เขาตัดสินใจดังกล่าว

"พวกเขาให้เอกสารกับเราซึ่งควรจะดีกว่านี้ และที่น่าสนใจคือภายใน 10 นาทีหลังจากคำสั่งยกเลิก เราก็ได้รับเอกสารใหม่ที่ดีกว่าเดิมมาก" เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวโดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ทำเนียบขาวระบุว่า จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ กำลังเดินทางไปปากีสถานเพื่อเจรจากับอิหร่านโดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลง แต่ทรัมป์บอกกับฟ็อกซ์นิวส์ว่าเขาได้ยกเลิกการเดินทางแล้ว

"เรามีไพ่ทุกใบ พวกเขาสามารถโทร.หาเราได้ทุกเมื่อที่ต้องการ แต่คุณจะไม่ต้องบิน 18 ชั่วโมงไปนั่งคุยเรื่องไร้สาระอีกต่อไปแล้ว" ประธานาธิบดีกล่าวว่าเขาได้บอกกับทีมงานของเขาเช่นนั้น

เมื่อถูกถามแยกต่างหากว่าการยกเลิกหมายถึงการกลับไปสู่ความขัดแย้งหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า "ไม่ มันไม่ได้หมายความอย่างนั้น เรายังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย"

ก่อนหน้านั้นไม่นาน อับบาส อาราคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้เสร็จสิ้นการเยือนอิสลามาบัดหลังจากพบกับอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยคนสำคัญ, นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ และอิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ

อิหร่านระบุว่า อาราคชีได้เดินทางไปยังโอมานและจะกลับมายังปากีสถานหลังจากนั้น ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังรัสเซียเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการยุติสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

อาราคชีกล่าวว่า การเดินทางไปปากีสถานของเขานั้น ประสบผลสำเร็จอย่างมาก แต่ก็ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเจตนาของรัฐบาลวอชิงตัน

"เรายังไม่เห็นว่าสหรัฐฯ จะจริงจังกับการเจรจาทางการทูตครั้งนี้" เขากล่าว

แม้กระทั่งก่อนที่ทรัมป์จะดำเนินการยกเลิกคณะผู้แทน โอกาสในการเจรจาก็ยังคงไม่แน่นอนอยู่ดี โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า อาราคชีไม่มีกำหนดการจะพบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และรัฐบาลอิสลามาบัดจะเป็นเพียงตัวกลางในการส่งผ่านข้อเสนอ

นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวว่า เขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน และย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลอิสลามาบัดในการส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืน

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านระบุว่า เปเซชเคียนบอกกับชารีฟว่าสาธารณรัฐอิสลามจะไม่ถูกบีบให้เจรจาโดยการกระทำที่เป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ

แรงกดดันให้ยุติสงครามทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซยังคงปิดอยู่

แต่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านที่ทรงอิทธิพลกล่าวว่า พวกเขาไม่มีเจตนาที่จะยกเลิกการปิดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานต่อไป

และกล่าวในช่อง Telegram อย่างเป็นทางการว่า "การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซและการรักษาอิทธิพลของช่องแคบนี้ ต่อการป้องปรามสหรัฐอเมริกาและผู้สนับสนุนทำเนียบขาวในภูมิภาคนี้ คือยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่าน"

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสื่อของรัฐ กองทัพอิหร่านเตือนว่า การปิดล้อม, ปล้นสะดม และกระทำการเยี่ยงโจรสลัดของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่องจะนำมาซึ่งการตอบโต้

ทั้งนี้ ความพยายามในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหยุดชะงักลง โดยรัฐบาลเตหะรานปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาตราบใดที่การปิดล้อมทางทะเลยังคงอยู่ โดยอิหร่านอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบได้เพียงจำกัดเท่านั้น

อันโตนิโอ คอสตา ประธานสภายุโรป กล่าวว่า เส้นทางน้ำนี้ต้องเปิดให้สัญจรได้ทันทีโดยไม่มีข้อจำกัดและไม่มีการเก็บค่าผ่านทาง และยืนยันว่ามีความสำคัญต่อโลกทั้งใบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แห่ชงศาลสอบปปช.

"นันทนา" นำ สว.อิสระผนึกกำลังล่าชื่อตามรธน. ม.236 ตั้ง กก.ไต่สวนสอบกรรมการ ป.ป.ช. ทนไม่ไหวคดี “ศักดิ์สยาม”