กระแสหรือจะสู้กระสุน! การเมืองไทยปี66แรง สู่ยุค ‘ธนาธิปไตย’

‘บัญญัติ’ ฟันฉับการเมืองไทยปี 66 แรง เข้าสู่ ‘ธนาธิปไตย’ ใช้เงินสารพัด ‘แจกกล้วย-เห็บ-งูเห่า-ดูด’ สูงมากเป็นพิเศษ แล้วถอนทุนคืน เกิดสงครามไอโอ ฟื้นวัฒนธรรม ‘บ้านใหญ่’

2 ม.ค. 2566 – นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปี 2566 ว่า การเมืองปีหน้า เด่นอยู่ 2 ด้าน 1.ด้านความเป็นธนาธิปไตย คือการใช้เงินเพื่อการเมืองในการเลือกตั้งปี2566 จะสูงมากเป็นพิเศษ ซึ่งมีลักษณะเด่นเราก็เห็นมากขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่ช่วงปี 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีการแจกกล้วยในสภา ทั้งเรื่องเห็บ งูเห่า การดูด รวมถึงการพูดถึงค่าตัวส.ส. 30 – 40 ล้านบาท แสดงให้ว่ามีการใช้เงินเพื่อการเมืองมากขึ้นเรื่อยๆ

นายบัญญัติ กล่าวว่า นักการเมืองจำนวนไม่น้อยที่เริ่มมีความรู้สึกตามคำพังเพย ”กระแสหรือจะสู้กระสุน แม้แต่การสร้างกระแสก็ต้องใช้กระสุน” คือการทำการตลาดอย่างทุ่มเทมากขึ้น ซึ่งตรงนี้อันตราย เพราะเมื่อมีการใช้เงินทางการเมืองมากเสมือนการลงทุน การถอนทุนก็ย่อมจะเกิด เมื่อถอนทุนแล้วไม่พอต้องเตรียมทุนไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก และเมื่อถอนทุนก็ทำได้ เตรียมทุนไว้ก็ทำได้ จึงเกิดความรู้สึกเมามัน อาศัยอำนาจทางการเมืองที่สามารถเอื้ออำนวยผลประโยชน์ให้กับตนหรือพรรคพวก ก็มีการทำธุรกิจการเมือง หรือธนกิจการเมืองตามมา อาศัยความได้เปรียบคู่แข่งขันที่เข้าไม่ถึงศูนย์กลางแห่งอำนาจ แล้วที่ร้ายไปกว่านั้นคือเมื่อเข้าไปศูนย์กลางอำนาจได้ การเบียดบังผลประโยชน์ของรัฐจะเกิดขึ้นนอกจากนี้ยังมีการใช้เงินเพื่อสร้างเครือข่ายไอโอ ช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบในโลกโซเชียล ที่น่ากลัวที่สุดคือการใช้เงินสร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ อาจจะเป็นเพราะเข้าใจว่าในช่วงระยะเวลา2-3ปีที่ผ่านมาภายใต้สถานการณ์โควิดคนในสังคมไทยระดับพอมีพอกิน เริ่มชักหน้าไม่ถึงหลังมากขึ้น

“ก็เลยคิดกันเอาเองว่าเครือข่ายอุปถัมภ์จะมีน้ำหนักมากพอในการช่วงชิงการได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมือง มีการฟื้นฟูระบบบ้านใหญ่ วัฒนธรรมบ้านใหญ่ ซึ่งห่างหายไปแล้วระยะหนึ่งและฟื้นคืนกลับมา และที่น่ากังวลอีกคือการจับมือกับผู้บริหารท้องถิ่นในบางที่ สร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ในท้องถิ่นนั้นๆ” นายบัญญัติ ระบุ

นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังมีอีก 2 ลักษณะ คือ 1.สามารถสนับสนุนส่งเสริมให้มีการตั้งงบประมานตามโครงการต่างๆ ที่มากเกินจำเป็นที่เรียกว่า สร้างงานให้ผู้รับเหมา ไม่ใช่สร้างเพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน 2. การเบียดบังผลประโยชน์รัฐ คือการกำหนดเงื่อนไขให้รัฐต้องชดเชยเงินจำนวนมากในการดำเนินการตามโครงการเพื่อประโยชน์สาธารณะ เรื่องเหล่านี้คือกระบวนการที่ตามมา ถ้าการเมืองใช้เงินมาก ใช้เงินซื้อเสียง แล้วถ้าเราจะช่วยทำให้ประชาชนเห็นพิษภัยของการซื้อสิทธิ์ขายเสียงตั้งแต่ต้นมือ โดยเฉพาะถ้าเราสามารถทำให้ประชาชนเข้าใจว่า เงินของรัฐที่ถูกเบียดบังไปทั้ง 2 ลักษณะมีจำนวนแต่ละปีมหาศาล นั่นคือภาษีประชาชน

“ถ้าเราช่วยกันป้องกันการเมืองในลักษณะการลงทุนไม่ให้ประสบผลสำเร็จ รัฐก็จะเหลือเงินไม่ถูกเบียดบังนำมาทำประโยชน์ให้ประชาชนได้มากมาย นี่คือภาพของธนาธิปไตยที่กำลังจะรุนแรงมากขึ้น และพิษภัยที่พอจะมองเห็นและน่าจะเข้าใจได้ว่า ปี 2566 จะเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นจนถึงการเลือกตั้ง” ประธาน กก.สภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

สำหรับลักษณะเด่นที่ 2 ของการเมืองในปี 2566 คือสภาพความขัดแย้งแบ่งฝ่ายรุนแรงมากขึ้น ซึ่งความจริงขณะนี้รุนแรงอยู่แล้ว สะท้อนออกมาคือการด้อยค่ากันเองจนเกินเหตุผล ระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญติ หรือพรรคการเมือง ความจริงการวิพากษ์วิจารณ์หรือการตรวจสอบการถ่วงดุล เป็นเรื่องปกติธรรมดาของระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่ถ้าเราตรวจสอบถ่วงดุล ในลักษณะที่เราด้อยค่าจนเกินความเป็นจริงเกินเหตุผล ต่างฝ่ายต่างก็ทำกันมากขึ้น วันหนึ่งประชาชนจะรู้สึกว่าดูไม่มีใครดีเลย ซึ่งจะทำให้เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย และการทำการเมืองแบบแบ่งฝ่าย เช่นการแบ่งฝ่ายทางความคิด เศรษฐกิจ สังคม การเมือง อนุรักษ์นิยม เสรีนิยม สังคมนิยม เป็นเรื่องธรรมดา แต่การแบ่งฝ่ายที่รู้สึกจะนำได้สู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงของสังคมไทย คือการแบ่งเป็นพวกเขาพวกเรา ถ้าเป็นพวกเราถูกหมด ถ้าเป็นพวกเขาผิดหมด มันจะนำไปสู่อันตราย ท้ายที่สุดประชาชนที่จะเข้าร่วมกระบวนการแบ่งฝ่ายด้วย จะไม่ได้ตัดสินปัญหาที่เหตุที่ผลความถูกและความผิด แต่ตัดสินว่าเป็นพวกเขาหรือพวกเรา คือกระบวนการปลูกความชิงชัง ให้เกิดขึ้นกับคู่แข่งขัน ถ้าปล่อยให้เกิดขึ้นเรื่อยๆ วันหนึ่งจะก่อให้เกิดความรุนแรงทางสังคมเกิดการเผชิญหน้ากันได้

“หลักการของประชาธิปไตย ที่ว่าประชาธิปไตยดีเพราะการเปลี่ยนแปลงโดยสันติวิธีก็เป็นไปไม่ได้ กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นโดยการเผชิญหน้าในระหว่างกัน เกินความรุนแรงเข้าหากัน ผมว่าปี 2566 ก็จะมีปรากฎการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาก โดยเฉพาะใกล้เลือกตั้งเข้าไปทุกที ถ้ารัฐมีอำนาจหรือผู้เกี่ยวข้องเองไม่ได้ตระหนักในอันตรายเหล่านี้ ความรุนแรงที่น่ากังวลอาจจะเกิดขึ้น เวลาเลือกตั้ง หรือหลังเลือกตั้งได้” นายบัญญัติ กล่าว

โดยเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นในปีพ.ศ.2500 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่มีการใช้เงินทองอำนาจรัฐใช้อิทธิพล และมีข้าราชการบางหน่วยบางสังกัดคอยเดินเวียนเทียนลงคะแนนแทนคนที่ไม่มาลง และยังมีบัตรสำรองที่ลงคะแนนแล้วอยู่ก้นหีบ สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้ และองค์กรที่ต้องตระหนักถึงอันตรายคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และหากกกต.ล้มเหลวจะทำให้เหตุการรุนแรงไปกันใหญ่ เพราะการเลือกตั้งสกปรกไม่สุจริตที่เกิดขึ้นสมัยจอมพลป. มีการชุมนุมเรียกร้องในกรุงเทพฯเท่านั้น แต่ในปัจจุบันนี้ตนคิดว่า ถ้าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่เรียบร้อย มีการกล่าวหาว่าเลือกตั้งสกปรก การชุมนุมเรียกร้องอย่างน้อยที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดที่เป็นเมืองของมหาวิทยาลัยและในทุกภาคของประเทศซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัว ที่พูดเช่นนี้ไม่ใช่ชี้ช่องหรือชี้โพรงให้กระรอกแต่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเมื่อสถานการณ์เริ่มรุนแรงมากขึ้น

“กกต. ต้องคิดอ่านเดินหน้าลงสู่ชนบทได้แล้ว อาจจะต้องไปจับมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าตามโครงการให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน ในความสำคัญของการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนได้เกิดความรู้สึกตระหนักในความเป็นพลเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตยและสำคัญที่สุด ให้ประชาชนตระหนักในพิษภัยของการเมืองที่ใช้เงินว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นตามมา ตรงนี้สำคัญมาก โครงการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในกรุงเทพของ กกต. ไม่ว่าจะเป็นโครงการให้ความรู้ความเข้าใจ การเมืองการเลือกตั้งต่อบุคคลที่พรรคการเมืองส่งไปหรือต่อบุคคลภายนอกควรจะเบาๆลง และเอาแรงไปเดินสู่ชนบทจะเป็นประโยชน์มากกว่า โครงการอบรมให้ความรู้ความเข้าใจในการเมืองการเลือกตั้งต่อบุคคลภายนอกดูจะถูกครหานินทาอยู่เสมอว่าไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรเพราะผู้ที่เข้ารับการอบรมก็ไม่ได้นำความรู้ความเข้าใจนี่ไปใช้เพื่อประชาธิปไตยสักเท่าไหร่ แต่กลายเป็นศูนย์กลางของการสร้างคอนเนคชั่น แต่โอเคถ้ามีกำลังเหลือก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ในขณะที่ปัญหาที่เผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่ตรงนี้ ปัญหาใหญ่คือต้องช่วยให้การเลือกตั้งบริสุทธ์ิยุติธรรม โดยลดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างไร เพื่อไม่ให้ความเสียหายเกิดขึ้นได้ภายหลัง” นายบัญญัติ ระบุ

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยประกาศพร้อมจับทุกขั้วจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดปัญหาตามหรือไม่ นายบัญญัติกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะเดินหน้าทางการเมืองอย่างไร แต่ก็เป็นสิทธิ์ของประชาชนเช่นกันว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ แต่สำหรับคนอย่างพวกเราๆ ที่ทำการเมืองมานานเราก็จะดู 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1.การเลือกตั้งได้สะท้อนเจตจำนงของเราออกมาในลักษณะเช่นไร ประชาชนคิดอย่างไรสนใจแนวคิดไหนที่จะไปร่วมกันได้หรือไม่ และ 2.การจะไปร่วมกับใครอย่างไรจะทำประโยชน์ตามนโยบายที่ได้บอกกล่าวไว้ตอนรณรงค์หาเสียงไว้ว่าทำได้จริงหรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'หมอตุลย์' บุก กกต. จี้สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ให้ครบ 229 คน เอาผิด 3 พยานกลับคำ

"หมอตุลย์" บุก กกต. จี้ทบทวนมติฮั้วเลือก สว. ชงส่งศาลฎีกาเชือดฟัน229 คนตาม ม.62 ชี้มติเดิมฟ้องแค่ 77 คนส่อละเว้นหน้าที่ทำหลุด 152 ราย พร้อมจี้ดำเนินคดี 3 พยานกลับคำ

'หมอตุลย์' ลุยยื่นหนังสือวันนี้ ไล่บี้ กกต. ทำเรื่องเลือกสว.ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความ ระบุว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา กดต. ยังพิจารณาคดีการเลือกสว.ไม่ครบถ้วนทุกมาตราตามกฎหมาย

มติเอกฉันท์ กกต. ฟัน 'สว.ธนกร' ขาดคุณสมบัติเคยต้องโทษคดีพนัน สั่งคืนเงินเดือน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 โดยที่ประชุม กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ กรณี นายธนกร ถาวรชินโชติ ผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 6 ลำดับที่ 7

เปิด 5 ชื่อ ชิงเก้าอี้ กกต. วุฒิสภาปิดรับสมัคร ตรวจสอบคุณสมบัติ เรียกแสดงวิสัยทัศน์

ปิดรับสมัครชิงเก้าอี้ กกต.แทนตำแหน่งว่าง ได้ผู้สมัคร 5 ราย “อดีตคณบดีมหิดล-ที่ปรึกษาประธาน ป.ป.ช.-รองอธิการฯ-ทนายความ-ผู้สอบบัญชี” ตบเท้าเข้าชิง เตรียมส่งตรวจคุณสมบัติ-ประวัติ ก่อนเรียกแสดงวิสัยทัศน์และสัมภาษณ์ เปิดประชาชนส่งข้อมูลถึง 6 ต.ค.นี้

'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน

“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ