นักกฎหมายมหาชน “ดร.ณัฏฐ์” วิเคราะห์กรณี “ณฐพร โตประยูร” ยื่นศาล รธน. ปมการเลือก สว. ชี้ยังไม่เข้าเงื่อนไข “ล้มล้างการปกครอง” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 เป็นเพียงเทคนิคทางกฎหมายช่องทางใช้วินิจฉัยนำไปสู่ยุบพรรค
17 พฤษภาคม 2568 - จากกรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด (อสส.) ขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 โดยอ้างว่ามีขบวนการได้มาซึ่งอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ อันเป็นการล้มล้างการปกครอง
ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเชิงวิชาการ ว่าตามหลักการของมาตรา 49 รัฐธรรมนูญ เปิดช่องให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง หากเห็นว่ามีการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง แต่ต้องผ่านการกลั่นกรองโดยอัยการสูงสุดก่อน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคสอง
หากอัยการสูงสุดไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ซึ่งในทางปฏิบัติกรอบเวลาดังกล่าวมักทำไม่ทัน ทำให้ผู้ร้องอย่างนายณฐพรสามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญได้ตามขั้นตอน แต่การรับคำร้องหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของศาล
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้จึงเป็นเพียง “เทคนิคทางกฎหมาย” ส่วนจะเข้าเงื่อนไข “ล้มล้างการปกครอง” หรือไม่ ต้องดูข้อเท็จจริงประกอบ ซึ่งหากศาลรับคำร้องวินิจฉัย ก็สามารถนำไปใช้ยื่น กกต. เพื่อขอยุบพรรคภูมิใจไทย ตาม พรป.พรรคการเมือง มาตรา 92 ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคท้ายได้ โดยเป็นโมเดลเดียวกับกรณีของพรรคก้าวไกล
เนื้อหาที่นายณฐพรฯระบุในคำร้องที่เผยแพร่ผ่านสื่อ เป็นการอ้างว่ามีขบวนการเชื่อมโยงกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน กับพรรคภูมิใจไทย กระทำให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติโดยไม่ชอบ ซึ่งเข้าข่ายกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และทำลายหลักประชาธิปไตย
ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า มาตรา 49 มีไว้เป็นกลไกให้ประชาชนพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เป็นการ “ป้องกันไว้ล่วงหน้า” และคำว่า “ล้มล้างการปกครอง” หมายถึง การกระทำที่มีเจตนาเพื่อทำลายระบบให้หมดสิ้น โดยต้องเป็นการกระทำที่ไม่ห่างไกลจากสถานการณ์ในปัจจุบัน และยังไม่แล้วเสร็จ ตามแนววินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 19/2564
เมื่อวิเคราะห์คำร้องของนายณฐพรแล้ว ดร.ณัฏฐ์ เห็นว่า พยานหลักฐานที่อ้าง ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนโดย กกต. ในประเด็นความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือก สว. ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ กกต.และศาลฎีกา ไม่ใช่ ศาลรัฐธรรมนูญ
แม้คำร้องกล่าวถึงการวางแผนโดยพรรคภูมิใจไทยเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติ แต่การกระทำนี้ต่างจากการล้มล้างการปกครองโดยตรง เพราะการทุจริตเลือก สว. อยู่ในขอบเขตที่ กกต.มีอำนาจพิจารณาเพิกถอนสิทธิต่อศาลฎีกา หรือดำเนินคดีทางอาญา ไม่ใช่การใช้อำนาจยื่นคำร้องช่องทางล้มล้างการปกครองฯต่อศาลรัฐธรรมนูญ
อีกทั้ง การเลือก สว. เสร็จสิ้นไปตั้งแต่ปี 2566 ถือว่าเป็นเหตุการณ์ห่างไกลจนเกินไป ไม่ใช่การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่และยังไม่สิ้นสุด
ข้อกล่าวหาระหว่าง “นายใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน” กับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่อ้างควบคุม สว. ผ่านการแอบอ้างสถาบัน หากมีมูลก็เข้าข่ายผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่ไม่ใช่พฤติการณ์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าด้วย การล้มล้างการปกครองฯ
ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย หาก กกต.ตรวจพบการกระทำผิดร่วมของบุคคลอื่น เช่น เจ้าของพรรคตัวจริง กรรมการบริหารพรรค หรือ สส. ก็สามารถดำเนินคดีอาญาได้ ตามมาตรา 77 ของ พ.ร.ป.เลือกตั้ง สว. ซึ่งหากเกี่ยวพันถึงการฟอกเงินหรืออั้งยี่ ก็จะอยู่ในอำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ดร.ณัฏฐ์ สรุปว่า ข้อเท็จจริงของคำร้องครั้งนี้ เป็นเพียงการกล่าวอ้างว่าเป็นการทุจริตเลือกตั้ง สว. โดยไม่ชอบตาม พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561 ซึ่งสิ้นสุดลงแล้ว ไม่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49
“จึงไม่แตกต่างจากกรณีที่นายธีรยุทธ สุวรรณเกสร เคยยื่นคำร้องกรณีนายทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้พิจารณาในที่สุด” ดร.ณัฏฐ์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้
ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ
'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70
'ณัฐพงษ์' บอกคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดไว้!
'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ
'โจ มณฑานี' เย้ยฝ่ายค้านจะลาออกมั้ย! ถามหาความรับผิดชอบ หลังศาลไฟเขียว พรก.กู้เงินฯ ไม่ขัด รธน.
ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติวินิจฉัยร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ที่ ฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
อีกยาว! ศาลนัด 26 ส.ค.ไต่สวนพยานบุคคลคำร้องบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานบุคคลคำร้องเลือกตั้งบาร์โค้ด 26 ส.ค.

