“Healthy Organization Day” ขับเคลื่อน"ลดตาย"ก่อนวัยอันควร

เปิดกิจกรรมเป็นทางการไปแล้ว สำหรับ “Healthy Organization Day”  ด้วยเจตน์จำนงที่ต้องการเห็นคนไทยมีสุขภาพดี ห่างไกลจากโรค NCDs (non-communicable  diseases) หรือกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยมี ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธาน ร่วมด้วย เครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ  กรุงเทพฯ

กิจกรรม Healthy Organization  Day เป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นของเครือข่ายองค์กรสุขภาพดี ที่ผ่านการอบรมจากนวัตกรรมหลักสูตรผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงานกลายเป็นผู้นำสุขภาพ (Health leader) นำความรู้ที่ได้ไปใช้ออกแบบ กิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพบุคลากรในองค์กร ที่เหมาะสมกับบริบทและรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของบุคลากร เช่น เพิ่มก้าวเดิน ส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายด้วยศิลปะการป้องกันตัว สะสมคะแนนจากกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ พัฒนาโรงอาหารสุขภาพ  เมนูอาหาร และอาหารว่างสร้างเสริมสุขภาพ จัดแคมเปญลดน้ำหนักส่วนเกิน งดเหล้า เลิกบุหรี่ ทั้งนี้จะมีการจัดกิจกรรม Healthy Organization  Day เป็นประจำทุกปี ในทุกวันศุกร์สัปดาห์ที่สามของเดือนมกราคม

ดร.สุปรีดากล่าวว่า สสส.สนับสนุนให้คนไทยไร้พุงไร้โรค NCDs โดยเฉพาะ 50 โรคอยู่ในกลุ่มผู้ป่วย NCDs ปัญหาเหล้า, บุหรี่เป็นตัวการสำคัญก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ อาหารโภชนาการที่ปลอดภัย กิจกรรมทางกาย การเคลื่อนไหวร่างกายควบคู่กันเป็นสิ่งสำคัญ 

"ทุกวันนี้ยังมีปัญหามลพิษทางอากาศเป็น 1 ใน 5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องแก้ไขปัญหา ตลอด 20 ปี สสส.รณรงค์ปรับเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางสังคม สิ่งแวดล้อม องค์กร ผลักดันให้สถานที่ทำงานเป็น Happy Workplace ครึ่งหนึ่งของเวลาทำงานสัมพันธ์กับที่ทำงาน แม้ในวันนี้องค์กรบางแห่ง work from home  ปัจจัยคนส่วนใหญ่มีความสุขเมื่อทำงานกับองค์กรที่สร้างความสุข ถ้าสถานประกอบการเป็นนรกครึ่งหนึ่งของเวลาทำงานก็เท่ากับอยู่ในนรกด้วย" 

สสส.ทำงานมีเรือธงสร้างความคุ้นเคยในหลายองค์กร ได้รับรางวัล Happy Workplace องค์กรสนับสนุนในการดูแลสุขภาพ ลดปัญหาโรค NCDs สร้างพฤติกรรมวิถีชีวิตเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง การสร้างปัจจัยเสริมเป็นส่วนสำคัญเชื่อมโยงในการสร้างต้นแบบผู้ได้รับรางวัลให้เป็นต้นแบบของการทำงานด้วย มีการพัฒนาหลักสูตร อบรม นำไปสู่ภาคปฏิบัติ เพื่อให้เกิดสุขภาวะในองค์กร  สร้างต้นแบบองค์กรเพื่อการขยายผลนวัตกรรมเพื่อสอดคล้องกับ Sustainable Development  Goals (SDGs) ระดับโลก เป็นทิศทาง Quality  of Life เพื่อหลายทศวรรษข้างหน้าขยายออกไปอย่างกว้างขวาง

เป้าหมายของหลักสูตร มีผู้นำสุขภาพที่มีทักษะความรู้พื้นฐานที่ถูกต้อง และมีความสามารถในการออกแบบ จัดการและขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพแก่พนักงานในองค์กร ในปี 2565 มีกลุ่มวัยทำงานไทยกว่า 39 ล้านคน มากกว่าครึ่งเป็นแรงงานในระบบ สสส.สานพลังเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่เป็นกำลังหลักในการดูแลกลุ่มวัยอื่นๆ ริเริ่มโครงการพัฒนาหลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงาน เพื่อป้องกัน NCDs ในประชาชนวัยทำงาน นำไปสู่การเกิดเครือข่ายองค์กรสุขภาพดีต้นแบบ 20 องค์กร เป็นพลังสำคัญร่วมขับเคลื่อนให้วัยทำงานสุขภาพดี  ป้องกันและลดการเกิดโรค NCDs สอดคล้องเป้าหมายการลดอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรค NCDs  ลง 1 ใน 3 ในปี 2573 ที่ไทยตกลงไว้กับสหประชาชาติ

ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ ประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2560 เครือข่ายคนไทยไร้พุงดูแลสุขภาพคนไทย บุคลากรวัยแรงงาน มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คนไทยไร้พุง หากปล่อยให้มีพุงจะส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เมื่อนั่งโต๊ะทำงานย่อมมีความเครียด  ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญที่จะทำให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี 

รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ รองประธานเครือข่ายคนไทยไร้พุง และประธานหลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงาน กล่าวว่า การอบรมผู้นำสุขภาพทุกวันนี้ องค์กรมีปัญหาสุขภาพ โรค NCDs เป็นสิ่งที่ผู้บริหารองค์กรควรให้การดูแลเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย การเปลี่ยนแปลงเรื่องสิ่งแวดล้อม เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเจตคติในการดูแลสุขภาพ ขับเคลื่อนคนในองค์กรให้มีสุขภาพที่ดี ติดอาวุธทางความคิดเพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีสุขภาพที่ดี ครอบครัวมีสุขภาพที่ดี  ชุมชนดี ในช่วงแรกของการเปิดอบรมมีองค์กรสนใจเข้าร่วมอบรมเป็นจำนวนมาก จึงยึดหลักใครมาก่อนได้อบรมก่อน ยังไม่ต้องถึงขั้นจับสลากเพื่อเข้าอบรมแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้มีการขึ้นบัญชี Waiting List ไว้เพื่อจัดลำดับการอบรม เมื่อเข้าอบรมแล้วส่วนใหญ่ไปผลักดันให้คนในองค์กรลดพุงได้ 5-10%

สุขภาพของคนในองค์กรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เราจัดทำกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมเล็กๆ ให้ออกกำลังกาย การสร้างโมเดล การสร้างฟันเฟืองผู้นำจัดหลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในที่ทำงาน ที่ผ่านมาอบรมแล้ว 3 รุ่น จำนวน 59 องค์กร 180 คนทั่วประเทศ มีทั้งพยาบาล หน่วยงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กลุ่มงานที่ไม่ใช่ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ 

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การเปิดตัววัน “Healthy Organization  Day” เป็นปีแรก เป็นความร่วมมือขององค์กรเครือข่ายคนไทยไร้พุง ราชวิทยาลัยฯ สสส.พัฒนาหลักสูตรในองค์กร ทุกวันนี้คนที่ประกอบอาชีพในสถานประกอบการมีสุขภาพไม่ดี ต้องทำให้เขาไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ชุมชน เมืองไทยมีผู้ทำงานในสถานประกอบการ 30 ล้านคน ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เราต้องทำให้ 8 ชั่วโมงได้ทั้งงานและสุขภาพที่ดี ด้วยการฝึกฝนผู้ประกอบการ ผู้นำสุขภาพ CEO มีความรู้ด้านสุขภาพ ร่วมกันออกแบบเมนูสุขภาพ จัดแข่งขันกีฬาเพื่อความยั่งยืน

องค์กรที่ประสบความสำเร็จในการเชิญชวนพนักงานลดพุงลดโรคได้สำเร็จ เป็นองค์กรนำร่องตัวอย่างที่จะนำนวัตกรรมความรู้มาถ่ายทอดให้องค์กรอื่นๆ ดำเนินการเพื่อให้คนในองค์กรมีสุขภาพดี ผลักดันการมีส่วนร่วม เมื่อพนักงานมีสุขภาพที่ดีส่งผลต่อการเพิ่มพูนผลผลิตในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการเรียนรู้จากความสำเร็จขององค์กรอื่นเพื่อผลักดันให้คนในองค์กรเกิดแนวคิดที่ดี นำไปผลักดันให้คนในองค์กรลดพุงลดโรคด้วย

ขณะนี้ สสส.ให้ความสนใจเด็กอ้วนในโรงเรียน เรามีประชากรเด็กในโรงเรียน 10 ล้านคน ทุกวันนี้มีเด็กอ้วนอยู่ในโรงเรียนถึง 13% ยังไม่ได้แยกสถิติเด็กประถมและมัธยมเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ เราสามารถแทรกเข้าไปในหลักสูตรการสอนวิชาภาษาไทย เรื่องการรับประทานอาหาร  การออกกำลังกาย การใช้ชีวิต การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี   ครู พนักงานของโรงเรียนเป็นต้นแบบที่ดี. 

***

หลักสูตรอบรมผู้นำสุขภาพในสถานที่ทำงาน

ประกอบด้วย 5 ชุดวิชา ได้แก่

1.รู้จัก NCDs การตรวจประเมินและการจัดการเชิงป้องกัน

2.การส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และการออกกำลังกาย

3.การส่งเสริมโภชนาการเพื่อสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรค

4.การพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร สร้างแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพ

 5.การออกแบบและดำเนินโครงการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อนำกลับไปใช้จริงในองค์กร

สำหรับองค์กรที่สนใจร่วมโครงการ สามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ เครือข่ายคนไทยไร้พุง หรือติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เปลี่ยนผู้เสพ' สู่คนมีอาชีพ คืนสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี  

“ชุมชนล้อมรักษ์แปลงยาว” เปลี่ยนผู้เสพสู่คนมีอาชีพ เผยใช้ชุมชนเป็นฐานดูแลผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติด ดึงภาครัฐ-เอกชน ชุมชน ตำรวจ ร่วมติดตามต่อเนื่อง พร้อมสร้างอาชีพและรายได้ หวังลดการกลับไปเสพซ้ำ และเปิดพื้นที่ให้ผู้ผ่านการบำบัดกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

สสส. ยืนยันซื้อสื่อตรง กับ เจ้าของพื้นที่ ตามระเบียบกรมบัญชีกลาง คุ้มงบประมาณ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประชาชนเห็นเยอะ ต้องขอบคุณพันธมิตรเปิดพื้นที่ อาทิ MRT-BTS-กทม. ร่วมสร้างสังคมสุขภาวะ

ดร.ประกาศิต กล่าวต่อว่า สื่อรณรงค์ทุกชนิด ของ สสส. ดำเนินการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 100% ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ของกรมบัญชีกลาง มีคณะกรรมการร่างขอบเขตงานจ้าง คณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติผู้เสนองาน คณะกรรมการพิจารณาผลการคัดเลือกตามเกณฑ์คะแนนที่กำหนดทั้งในแง่ราคาและข้อเสนอด้านเทคนิค รวมทั้งมีคณะกรรมการตรวจรับถูกต้องตามขั้นตอนทุกประการ

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง