ชุมชนบาราโหม อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ยังคงรักษา “อัตลักษณ์วัฒนธรรมชายแดนใต้” ไว้อย่างชัดเจน ผ่านงานหัตถกรรมผ้าบาติกที่เขียนลายและใช้บล็อกไม้ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลวดลายโบราณที่ค้นพบจากประวัติศาสตร์ในพื้นที่ ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าการค้าสำคัญในอดีตกว่า 500 ปีก่อน สู่วันนี้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบาราโหมบาติกชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ ได้นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ผู้ที่สนใจได้มาเติมสีแต่งแต้มลวดลายบนผ้าบาติกด้วยฝีมือตนเอง
จุดเริ่มต้นจาก “การรวมตัวของชุมชน”
เดิมชาวบ้านจะผลิตผ้าบาติกเพื่อใช้ในครัวเรือนเป็นหลัก แต่เมื่อมีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบาราโหมบาติก จึงเริ่มพัฒนาทักษะเพิ่มคุณภาพสินค้า และสร้างรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ การรวมกลุ่มนี้ช่วยให้เกิดรายได้ และทำให้คนในชุมชนมีความเข้มแข็ง มีการถ่ายทอดความรู้ระหว่างรุ่น และเกิดความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของตนเอง
.
ลวดลายเล่าประวัติศาสตร์ 500 ปี
จุดเด่นของผ้าบาติกบาราโหม คือ “ลวดลายที่มีที่มา” ความสวยงามหลายลวดลายได้รับแรงบันดาลใจจากเศษเครื่องถ้วยชามโบราณที่ขุดพบในพื้นที่ รวมถึงช่องลมบ้านไม้เก่า ลายเรือสำเภา และแผนที่ลังกาสุกะ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอดีตของปัตตานีในฐานะเมืองท่าสำคัญที่มีการค้าขายกับต่างชาติ เช่น อาหรับ เปอร์เซียและยุโรป ทำให้ยังคงปรากฏร่องรอยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีมาจนถึงปัจจุบัน จากต้นทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรธรรมชาติที่โดดเด่น จึงได้นำมาสร้างจุดเด่นโดยการพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ที่เรียกว่า “ผ้าบาติกบล็อกไม้แห่งปัตตานี” ความโดดเด่นของผ้าบาติกบาราโหม คือ การนำแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ ป่าชายเลน ทะเล และลวดลายศิลปะท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวลงบนผืนผ้า ลวดลายเหล่านี้จึงเป็น “เรื่องเล่าที่จับต้องได้” และเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด
งานศิลป์ที่ทำด้วยมือ
ผ้าบาติกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบาราโหมบาติก หรือ บาราโหมบาร์ซาร์ (Barahom Barzaar) จังหวัดปัตตานียังคงใช้เทคนิคดั้งเดิมด้วยการใช้บล็อกไม้ ซึ่งการแกะบล็อกไม้ต้องอาศัยความประณีตและฝีมือของช่าง ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น การเขียนเทียน (Batik) และการพิมพ์ลายด้วยบล็อกไม้ การลงเทียนไปจนถึงการย้อมสี ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความประณีตและความชำนาญสูง เพราะความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ลวดลายทั้งผืนเสียได้ ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชุมชน เช่น ลายเศษกระเบื้อง เครื่องถ้วยชามโบราณ ลายกาบมะพร้าว ลายดินแตกเกลือหวานปัตตานี ลายแผนที่ลังกาสุกะ ลายเรือสำเภาปัตตานี ลายเหรียญเงินโบราณ นอกจากนี้ยังมีการสร้างสรรค์ลายใหม่ๆ ซึ่งเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาเดิม สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้ผ้าบาติกแต่ละผืนมีคุณค่า เพราะไม่ใช่งานอุตสาหกรรม แต่เป็น “งานศิลป์ที่ทำด้วยมือ” อย่างแท้จริง

เสน่ห์จากสีธรรมชาติ
อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญ คือการใช้ “สีย้อมจากธรรมชาติประจำชุมชน” ที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น กาบมะพร้าวให้สีน้ำตาล ต้นตะเคียนให้สีเหลือง ครั่งให้สีแดง ใบโกงกางให้โทนสีเขียวเหลือง และกาบมะพร้าวเผาให้สีดำเทา สีเหล่านี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ นอกจากนี้ ยังปลอดภัยต่อผู้ใช้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบันผ้าบาติกบาราโหมได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเสื้อผ้า ผ้าคลุมฮิญาบ หมวกกะปิเยาะห์ กระเป๋า และของที่ระลึก การต่อยอดนี้ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผ้าบาติก ทำให้เข้าถึงตลาดได้กว้างขึ้น และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่สำคัญคือช่วยให้ชุมชนสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องละทิ้งอาชีพดั้งเดิม
เสียงจากคนในชุมชน ผู้ถ่ายทอดเรื่องราว
นางฮามีเนาะ เปาะเลาะ ช่างออกแบบลายผ้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบาราโหมบาติก เล่าว่า ผ้าบาติกบาราโหม คือ เรื่องราวของชุมชนในอดีตที่ถูกนำมาเล่าใหม่ผ่านลวดลาย ขณะที่นางสาวนูรฮายาตี แวดือเระ สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบาราโหมบาติก บอกถึงความภาคภูมิใจว่า ผลงานของกลุ่มได้รับการคัดเลือกให้เผยแพร่ในหนังสือ Sustainable Life: ผ้าย้อมครามและผ้าบาติก ซึ่งจัดทำภายใต้พระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งนับเป็นการยกระดับผ้าบาติกจากชุมชน สู่เวทีที่กว้างขึ้น และสร้างการยอมรับในระดับประเทศ
พื้นที่เรียนรู้ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่
ชุมชนบาราโหมไม่ได้เป็นเพียงแหล่งผลิต แต่ยังเป็น “ศูนย์การเรียนรู้” สำหรับทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวมีการเปิดเวิร์กช็อปให้ทำผ้าบาติกด้วยตนเอง ตั้งแต่ขั้นตอนง่าย ๆ ไปจนถึงการลงสีจริง เด็กและเยาวชน ในชุมชนก็ได้เข้ามาเรียนรู้ตั้งแต่เล็ก ทำให้ทักษะเหล่านี้ไม่สูญหาย สิ่งนี้ช่วยให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังคงมีชีวิต และสามารถส่งต่อไปสู่อนาคตได้
จากชุมชนเล็ก ๆ สู่ความหวังที่ยั่งยืน
ผ้าบาติกบาราโหม คือภาพสะท้อนของการใช้ “ทุนทางวัฒนธรรม” มาสร้างโอกาส จากชุมชนเล็ก ๆ ที่เคยพึ่งพาเพียงทรัพยากรพื้นฐาน วันนี้สามารถพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียง ความสำเร็จนี้เกิดจากฝีมือและจากความร่วมมือของคนในชุมชน การเรียนรู้และการปรับตัว จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า หากชุมชนเข้มแข็ง และรู้คุณค่าของสิ่งที่ตนมี ก็สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
.
*สนใจผลิตภัณฑ์ ผ้าบาติก บาราโหม
ติดต่อได้ที่ 48/3 หมู่ 1 ตำบลบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี 94000
• Facebook : Barahom Barzaar
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศิลปะบนผืนผ้า “บาติกสมิหลา” แห่งท้องทะเลใต้
จากพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยสู่ความร่วมสมัย ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ช่างฝีมือ
หุบกะพงโมเดล : พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้ง ด้วยเส้นใยป่านศรนารายณ์
ท่ามกลางผืนดินที่เคยแห้งแล้งของ บ้านหุบกะพง จังหวัดเพชรบุรี มีเรื่องราวของการพลิกฟื้นชุมชนที่กลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืน จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2517
ศิลปาชีพสีบัวทอง : หัตถศิลป์สร้างคน ดินสร้างชีวิต
เหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2549 ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเกษตรกรในอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง หลายครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำรงชีวิต
“พระเมตตา พลิกชีวิตผาน้ำทิพย์”
บริเวณผืนป่าผาน้ำทิพย์ ในอำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด พื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดกาฬสินธุ์ ในอดีตซึ่งเคยเผชิญกับปัญหาการบุกรุกและการตัดไม้ทำลายป่า
สืบสานงานช่างโขนศิลปาชีพ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน (All About Khon)
ท่ามกลางมรดกทางวัฒนธรรมของไทย “โขน” นับเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงที่รวมศาสตร์และศิลป์หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นนาฏศิลป์ ดนตรี วรรณคดี งานช่างฝีมือ
เกาะเกร็ด : ปั้นภูมิปัญญาจากดิน สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
กลางลำน้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดนนทบุรี มีเกาะเล็ก ๆ ที่ยังคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างน่าหลงใหล นั่นคือ เกาะเกร็ด ชุมชนเก่าแก่ของชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี

