นักวิชาการอิสระ เปิดม่าน 'องคมนตรี' ส่องวิวัฒนาการสถาบันกษัตริย์ ผ่านมุมมองรัฐธรรมนูญ

25 พ.ค.2569-วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “เปิดม่าน “องคมนตรี” (Privy Council) : ส่องวิวัฒนาการของสถาบันกษัตริย์ผ่านมุมมองรัฐธรรมนูญ” มีรายละเอียดดังนี้

คำว่า “องคมนตรี” หรือ Privy Council เป็นชื่อของสถาบันที่เราคุ้นหูในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่รู้หรือไม่ว่า? แม้จะใช้ชื่อคล้ายกัน ทว่า “ที่มา” “บทบาท” และ “ความหมาย” ขององค์กรนี้ในแต่ละประเทศกลับแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งสะท้อนพัฒนาการทางรัฐธรรมนูญและระดับบทบาทของสถาบันกษัตริย์ในแต่ละบริบททางการเมือง

ในอดีต ประเทศที่มีองคมนตรีจำนวนมาก มักเป็นประเทศที่พระมหากษัตริย์เคยทรงใช้อำนาจบริหารโดยตรง โดยมีองค์กรที่ปรึกษาใกล้ชิดเป็นกลไกช่วยบริหารราชการแผ่นดิน แต่เมื่อระบบรัฐสภาและรัฐบาลที่มาจากประชาชนพัฒนาขึ้น บทบาทขององค์กรเหล่านี้ในหลายประเทศจึงค่อย ๆ ลดลง กลายเป็นสถาบันเชิงพิธีการ หรือบางแห่งก็ถูกยุบเลิกไปโดยสิ้นเชิง

วันนี้เราจะพาไปสำรวจ 4 โมเดลสำคัญของโลกกันครับ

1. ประเทศไทย: องคมนตรีในฐานะ “ที่ปรึกษาส่วนพระองค์”

คณะองคมนตรีของไทยมีรากฐานมาจาก “ปรีวีเคาน์ซิล” (Privy Council) ในสมัยรัชกาลที่ 5 และปัจจุบันได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยมีประธานองคมนตรี 1 คน และองคมนตรีอื่นอีกไม่เกิน 18 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง

วัตถุประสงค์หลัก • ถวายคำปรึกษาแก่พระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจ • สนับสนุนการปฏิบัติพระราชภารกิจในบางด้าน • รองรับภารกิจบางประการ เช่น การเป็นผู้แทนพระองค์ในบางโอกาส

บทบาทตามรัฐธรรมนูญและในทางสังคมการเมือง

นอกจากหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เช่น การถวายคำปรึกษา หรือการเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในบางกรณีแล้ว องคมนตรีไทยยังมีลักษณะเฉพาะในทางสังคมและวัฒนธรรม เนื่องจากสมาชิกมักเป็นบุคคลอาวุโสจากกองทัพ ตุลาการ ข้าราชการระดับสูง หรืออดีตนักการเมือง ทำให้คณะองคมนตรีได้รับความเคารพและมีอิทธิพลทางสังคมในระดับสูง รวมทั้งมักได้รับการจับตามองในทางการเมืองอยู่เสมอ

2. สหราชอาณาจักร: จากองค์กรอำนาจจริง สู่สถาบันเชิงพิธีการ

Privy Council ของอังกฤษถือเป็น “ต้นแบบ” ของระบบนี้ในหลายประเทศเครือจักรภพ ในอดีต ก่อนการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา องค์กรนี้เคยเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศและเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของพระมหากษัตริย์

บทบาทในปัจจุบัน

สมาชิกประกอบด้วยนักการเมืองระดับสูง รัฐมนตรี และบุคคลสำคัญของรัฐ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามคำแนะนำของนายกรัฐมนตรี ปัจจุบันบทบาทส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงพิธีการทางรัฐธรรมนูญ เช่น การออกคำสั่งในนาม Crown-in-Council หรือการรับรองกฎบัตรและข้อบังคับบางประเภท

แม้อำนาจจะยังใช้อยู่ในนามพระมหากษัตริย์ แต่ตามธรรมเนียมรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจทางการเมืองที่แท้จริงอยู่ที่รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีซึ่งต้องรับผิดชอบต่อรัฐสภา

กล่าวได้ว่า Privy Council ของอังกฤษเป็นตัวอย่างของสถาบันที่ “รูปแบบยังคงอยู่ แต่อำนาจทางการเมืองได้ย้ายไปสู่รัฐบาลประชาธิปไตยแล้ว”

3. ญี่ปุ่น: การยุบองคมนตรีภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่หลังสงคราม

ในยุคจักรวรรดิเมจิ ญี่ปุ่นเคยมี Privy Council ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพิจารณารัฐธรรมนูญและนโยบายสำคัญของรัฐ เนื่องจากจักรพรรดิยังทรงมีพระราชอำนาจทางการเมืองสูง

จุดเปลี่ยนหลังปี 1947 หลังความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเปลี่ยนสถานะของจักรพรรดิให้เป็นเพียง “สัญลักษณ์แห่งรัฐและความเป็นเอกภาพของประชาชน” โดยพระราชกรณียกิจทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำและความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรี ภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ ญี่ปุ่นจึงยุบ Privy Council เดิมลง และไม่มีความจำเป็นต้องคงองค์กรลักษณะดังกล่าวไว้ต่อไป

4. กัมพูชา: องคมนตรีเชิงราชสำนัก

Supreme Privy Council ของกัมพูชามีลักษณะเน้นหนักไปทางงานในราชสำนัก โดยทำหน้าที่ถวายคำปรึกษาและสนับสนุนพระราชกรณียกิจ รวมถึงสะท้อนบทบาทเชิงสัญลักษณ์และประเพณีของสถาบันกษัตริย์

ข้อสังเกตเชิงรัฐธรรมนูญ: “องคมนตรี” ในฐานะหน้าต่างส่องวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์ ความแตกต่างของ “องคมนตรี” ในแต่ละประเทศ สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์และโครงสร้างอำนาจทางรัฐธรรมนูญในแต่ละสังคม  หากสถาบันกษัตริย์ยังมีบทบาทเชิงรัฐธรรมนูญหรือเชิงสถาบันสูง องค์กรที่ปรึกษาใกล้ชิดพระมหากษัตริย์ก็มักยังคงมีบทบาทสำคัญ หากสถาบันกษัตริย์ปรับเปลี่ยนเป็นเชิงสัญลักษณ์มากขึ้น  องคมนตรีก็มักลดบทบาทลง กลายเป็นองค์กรพิธีการ หรือถูกยุบไปในที่สุด

สำหรับประเทศไทย จึงอาจกล่าวได้ว่า มีลักษณะเฉพาะที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง “แบบอังกฤษ” ซึ่งเน้นพิธีการเกือบทั้งหมด กับ “แบบดั้งเดิม” ที่องค์กรที่ปรึกษาของสถาบันกษัตริย์ยังคงมีบทบาทเชิงสัญลักษณ์ เครือข่ายทางสังคม และความสำคัญทางวัฒนธรรมอยู่ในระดับสูง

ด้วยเหตุนี้ “องคมนตรี” จึงไม่ได้เป็นเพียงองค์กรตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างสำคัญในการทำความเข้าใจพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทางการเมือง และวิวัฒนาการของระบอบกษัตริย์ในแต่ละประเทศอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"

'เอ็ดดี้' กระตุกอย่าให้ฝ่ายการเมืองต่อต้านบทบาทสถาบัน ยึด 'ประชาธิปไตย' ไปผูกขาดอยู่ฝ่ายเดียว

ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจบริหารเป็นของคณะรัฐมนตรีก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ยังทรงเป็นประมุขของรัฐ ไม่ใช่สัญลักษณ์ว่างเปล่า และถูกตัดขาดจากพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน

‘ปิยบุตร’ เพ้อแจกแจงนักการเมือง 2 ประเภท ใครทำเพื่อคนส่วนน้อย และใครยืนข้างเสียงส่วนใหญ่

นายปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ระหว่าง คนส่วนน้อย ไม่กี่คน ไม่กี่ตระกูล ที่ทรงอำนาจ และพลานุภาพ  

อัด ปชน. มองการเมืองคับแคบ วิจารณ์องคมนตรีจนกลายเป็นตลกร้าย

อดีตบิ๊ก ศรภ. วิจารณ์พรรคประชาชน กรณีออกมาตั้งข้อสังเกตองคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล โดยระบุว่าเป็นการหารือเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเมือง พร้อมมองว่าการออกมาวิพากษ์วิจ

จากเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ ถึงไทย บทบาท องคมนตรี กับการรับฟัง-แก้ปัญหาประชาชน

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 มีท่าทีทางการเมืองจาก"พรรคประชาชน"ที่สื่อสารผ่าน เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง