ทุกข์..ไปทำไม?!?

สังคมไทยเปลี่ยนไปมากมาย มิได้แตกต่างจากสังคมชาติอื่นๆ หรอกนะ เพียงแต่คนที่เคยชินกับรูปแบบสังคมดั้งเดิม ก็จะรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ และตั้งคำถามเสียงดังว่า ทำไมสังคมมันเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้?!?

เรื่องราวดรามาระหว่าง "แม่" กับลูกที่เป็นนักร้องคนดัง อันเกี่ยวเนื่องกับคำว่า "กตัญญูกตเวทิตา" เมื่อไม่นานนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนอย่างหนึ่งว่า เมื่อสังคมเปลี่ยน วิธีคิดของเราก็ควรจะปรับ มิเช่นนั้นแล้ว ความทุกข์ก็จะเกาะกินหัวใจ

ฝ่ายลูกก็รู้สึกว่า ตอบแทนแม่มากเกินกว่าจะทนไหวแล้ว ในขณะที่ฝ่ายแม่ก็มองต่าง ตั้งข้อกังขาว่า ทำไมปฏิบัติกับแม่ที่อุตส่าห์ส่งเสียเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกแบบไม่สม่ำเสมอต่อเนื่อง

ต่างมุมต่างมอง ซึ่งชาวบ้านอย่างเราไม่ควรจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว..จริงไหม?!? เพราะเราจะไปรู้อะไรลึกซึ้งเรื่องส่วนตัวเท่ากับครอบครัวของเขาล่ะ      

เสพข่าวเรื่องนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงข้อเขียนของ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ที่ระบุว่าแปลจากบทให้สัมภาษณ์ของจู หยงจี (Zhu Rongji) อดีตนายกรัฐมนตรีจีน วัย 93 ปี เกี่ยวกับการปฏิบัติตนของคนแก่ไว้น่าคิดตาม นั่นคือ

0 พึงระลึกว่าตารางชีวิตของคนหนุ่มคนสาวมักยุ่งเหยิงวุ่นวายมาก ลูกของคุณอาจคิดถึงคุณเหมือนกัน แต่อาจงานยุ่งมากจนหาเวลาโทรศัพท์มาถามทุกข์สุขไม่ได้ ถ้าคุณเสียอารมณ์กับเรื่องแบบนี้ รังแต่จะทำให้เสียความรู้สึกต่อกันทั้ง 2 ฝ่าย

0 อย่ามัวคาดหวังการตอบแทนบุญคุณจากผู้อื่นในเรื่องที่คุณเลือกที่จะทำเอง คุณต้องไม่ลำเลิกบุญคุณคน จงจำไว้ว่าต้องไม่คิดอยากได้รับสิ่งตอบแทนสำหรับสิ่งหรือเรื่องราวที่คุณได้เคยอุทิศ เคยทำ หรือเคยให้คนอื่น มิฉะนั้นแล้วมันรังแต่ทำให้ “ผู้ (เคย) รับ (สิ่งของ ความช่วยเหลือ บุญคุณ) จากคุณรู้สึกอึดอัด”

ถึงจะเป็นแม่ ก็ต้องตระหนักว่า เราตั้งใจให้เขาเกิดมา เราก็มีหน้าที่รับผิดชอบในฐานะผู้ให้กำเนิด เมื่อพื้นฐานเป็นเช่นนี้แล้ว จะถูกต้องแล้วหรือที่คนเป็นแม่จะไปเรียกร้องถามหาความดีความชอบจากลูกๆ

ถ้าคนเป็นพ่อแม่คิดได้แบบนี้ ก็จะไม่มีความทุกข์จากความคาดหวัง..จริงไหมคะ

ในทางตรงกันข้าม คนเป็นพ่อแม่ย่อมจะมีความสุขที่เห็นลูกเติบโตได้อย่างดีงาม แข็งแรง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระของครอบครัวและสังคม

คิดง่ายๆ แบบนี้ทุกวัน ความเป็นมงคลในชีวิตย่อมตามมาไม่มากก็น้อยแน่นอน เพราะพ่อแม่เป็นพลังส่งเสริมลูกหลาน อย่างไรเสีย พลังนี้ไม่หายไปเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นแน่นอนค่ะ.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!

นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก

เรื่องนี้...ต้องขยาย

เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย

ฉลองวันเด็กได้…แม้ว่าจะป่วย

วันเด็กปีนี้ เด็กหลายคนอาจไม่ได้ออกไปเที่ยวสวนสนุก ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าเล่น หรือเดินถือของขวัญด้วยรอยยิ้มกว้างท่ามกลางผู้คน แต่สำหรับเด็กบางคนที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล วันเด็กก็ยังคงเกิดขึ้นได้…ในแบบของเขาเอง

'Still On My Mind'

มีโอกาสได้ไปเดินทอดน่องในบรรยากาศยามเย็น @ สวนเปรมประชาวนารักษ์ เมื่อวันใกล้สิ้นปีที่ผ่านมา เพราะเห็น E-poster ของ ปตท.ที่เชิญชวนให้ไปดูละครเพลงแสงสีเสียง “Still On My Mind” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ฉลอง..อย่างมีสติ

ในวันคริสต์มาส มีกัลยาณมิตรส่งคำสอนของ หลวงพ่อชา สุภัทโท ที่เกี่ยวกับวันคริสต์มาสมาให้อ่านค่ะ