
เวลาที่คิดจะไปเที่ยวเมืองจีน สิ่งแรกที่คิดถึงจนเป็นความกังวลของมนุษย์ป้าเอง เห็นจะไม่พ้นเรื่องของ "ห้องสุขา" ที่เรียกขานตามภาษาถิ่นของเขาว่า "สีโส่วเจียน" เพราะเอกลักษณ์อันไม่อาจลืมเลือนของที่นั่นคือ ความสะอาดที่ยากจะหาเจอ
อีกประการคือ ห้องสุขาส่วนมากคือไม่ได้มีชักโครกนั่ง ทำให้บรรดาผู้สูงวัย ลุกก็โอยนั่งก็โอย ลำบากลำบนพอสมควรกับการเข้าไปเยี่ยมสุขาแต่ละที
เคยตั้งคำถามนี้กับนักศึกษาที่นั่นว่า ทำไมหนอ?!? คุณพัฒนาเทคโนโลยีไปอย่างรวดเร็ว สร้างบ้านแปงเมืองได้อย่างรวดเร็วน่าอัศจรรย์ แต่กับสุขลักษณะพื้นฐานอย่างห้องสุขา คนจีนถึงไม่ใส่ใจทำให้ดีกว่านี้
คำตอบที่ได้คือ เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลจนคนตามไม่ทัน!! อีกอย่างคือ คนจีนเห็นเรื่องห้องน้ำเป็นเรื่องไม่สำคัญเท่ากับการทำมาหากิน จนกลายเป็นความเคยชิน ที่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ต้องน่ากังวล อย่างไรก็ตาม วันนี้ดูเหมือนสุขลักษณะด้านสุขานี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะล่าสุด ที่เมืองฉงชิ่ง มหานครที่คนทั่วโลกต่างอยากไปเห็นรถไฟฟ้ามุดเข้าไปในตึกนั้น มนุษย์ป้าพบว่า สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง "สุขา" เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะไม่ถึงระดับ B แต่การขยับจาก D เป็น C บ้าง C+ ก็มี นับได้ว่าเป็นน่าพึงพอใจ
โดยเฉพาะคนฉงชิ่ง สามารถกล่าวได้ว่ามีอัธยาศัยที่ดี ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยความมีน้ำใจ แตกต่างจากบรรยากาศที่มนุษย์ป้าเคยสัมผัสมาเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาในเมืองใหญ่อื่นๆ
welcome to ฉงชิ่ง ดูเหมือนเป็นคำติดปากของคนจีนที่นั่น ราวกับว่าพวกเขานัดแนะ หรือตกลงกันไว้แล้วว่า นักท่องเที่ยวคือคนที่นำรายได้มาให้กับประเทศจีน
ถ้าคนจีนทุกพื้นที่สามารถทำได้อย่างนี้ ก็น่ากลัวทีเดียวว่า การท่องเที่ยวไทยจะไปสู้กับเขาได้ไหม ในเมื่อความเป็นประเทศที่กว้างใหญ่ไพศาล และมีความหลากหลายทางทัศนียภาพ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นต้นทุนสำคัญที่ขายได้ไม่รู้จบ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”

