ชาวแม่สะเรียง ยื่น 5 พันรายชื่อ ค้านประทานบัตรเหมืองโรงโม่หิน จี้ผู้ว่าฯให้คำตอบ

12 มิ.ย.2566 - มีการประชุมกำนันผู้ใหญ่อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยช่วงหนึ่งตัวแทนภาคประชาชน ได้เข้าไปแจกแผ่นพับและทำความเข้าใจกับกำนันผู้ใหญ่บ้านกรณีบริษัทเอกชนได้ขอสัมปทานโรงโม่หินและเหมืองในพื้นที่ ซึ่งอยู่ใกล้ตัวอำเภอแม่สะเรียง ทำให้ประชาชนร่วมกันคัดค้าน โดยเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดคัดค้านไม่เอาเหมืองหินหวั่นเกิดผลกระทบต่อชุมชน หลังบริษัทยื่นขอประทานบัตรโรงโม่หินต่อสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งทำให้ชาวบ้านในพื้นที่บ้านโป่งดอยช้าง บ้านท่าข้ามใต้ ต.บ้านกาศ และบ้านแพะ ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง อาจจะได้รับผลกระทบ

ดร.ทองทิพย์ แก้วใส ตัวแทนผู้คัดค้านกล่าวว่า ไม่รู้ความเป็นมาของโรงโม่หินที่จะตั้งขึ้นภายใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เลย มาทราบเมื่อมีการยื่นขอประทานบัตรกับทางสภาอุตสาหกรรม จ.แม่ฮ่องสอน แล้วทางสภาอุตสาหกรรมทำหนังสือแจ้งมา โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบเช่น หมู่ที่ 3, หมู่ที่ 13 เป็นต้น

“พอได้เห็นผมก็ตกใจว่ามาถึงขั้นนั้นแล้วได้อย่างไร ทำไมเราไม่รู้เรื่อง ทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดบอกว่าถ้าขัดข้องให้ทำหนังสือภายใน 30 วัน ผมก็เลยร่างหนังสือคัดค้านในฐานะภาคประชาชน คิดว่าทางผู้นำชุมชนรู้เพราะมีการไปดูงานกันแล้วไม่บอกชาวบ้าน เราต้องรีบคัดค้านไม่อย่างนั้นจะมีข้อที่เสียเปรียบมาก” ดร.ทองทิพย์ กล่าว

ดร.ทองทิพย์ ยังกล่าวด้วยว่า ล่าสุดภาคประชาขนได้ทำการยื่นหนังสือให้กับทาง อ.แม่สะเรียง ส่งไปยังผู้ว่าราชการ จ.แม่ฮ่องสอน มีชาวบ้านประมาณ 500 คนมาร่วม

“ผมอยากคุยกับกำนันผู้ใหญ่บ้านให้เข้าใจผลกระทบถ้าเหมืองทำได้ 30ปี ชาวแม่สะเรียงจะเหมือนตายทั้งเป็น ผมเคยขอทางผู้อำนวยการ รร.แม่สะเรียงบริพัตรศึกษา คุยกับนักเรียนหน้าเสาธง ขอชื่อนักเรียนมาแล้วด้วย วันเสาร์มีประชุมผู้ปกครองทั้งเช้าและบ่ายผมก็เข้าไปคุย ถ้าเดินตามระบบราชการ เราแพ้แน่ต้องใช้พลังภาคประชาชนร่วมกัน หลังยื่นหนังสือให้กับ อ.แม่สะเรียงแล้ว ผมคุยกับทีมงานไว้ว่าสัปดาห์นี้จะดูว่าจังหวัดจะว่าอย่างไร ถ้าไม่มีความเคลื่อนไหว สัปดาห์หน้าทีมงานจะขึ้นไป ถ้าบริษัทยังขับเคลื่อนเราจะชุมนุมใหญ่ในอ.แม่สะเรียง คาดว่าจะมีทั้งนักเรียน ภาคประชาชนและทุกฝ่ายเข้าร่วมนี่คือแผนที่วางไว้” ดร.ทองทิพย์ กล่าว

ดร.ทองทิพย์ กล่าวด้วยว่าได้ยื่นหนังสือถึงหน่วยงานความมั่นคงให้ช่วยปกป้องประชาชนแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวรู้จักกับผู้การทหารพราน กรมทหารพรานที่ 3 แล้วเหมืองหินที่จะสร้างนี้มีพื้นที่ดินตีนดอยกรมทหารพรานด้วย

“แนวทางการขับเคลื่อนหลังจากชุมนุมใหญ่ถ้าไม่สำเร็จ ผมมีไม้ตายคือจะถวายฎีกา นี่เป็นไม้สุดท้ายให้กับคนแม่สะเรียง ผมเคยบอกกับหน่วยงานรัฐแล้วว่าไม่ใช่ชาวแม่สะเรียงปฏิเสธความเจริญ แต่ความเจริญมีหลายรูปแบบ ถ้าความเจริญทำลายสุขภาพทำลายชีวิตของคนแม่สะเรียง ผมต้องคัดค้าน” ดร.ทองทิพย์ กล่าว

ด้านนายพงศ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายกสมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้มีการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านประจำอำเภอ โดยภาคประชาชนได้ชี้แจงสร้างความเข้าใจพร้อมแจกแผ่นพับกรณีบริษัทจะมาทำโรงโม่หินซึ่งชาวบ้านไม่เห็นด้วย

นายพงศ์พิพัฒน์ กล่าวว่า โรงโม่หินเคยเชิญผู้นำชุมชนไปดูงานที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ก็ยังไม่มีการติดประกาศให้ชาวบ้านรู้เรื่องขอประทานบัตร

“กรณีนี้ค่อนข้างจะเร็ว บริษัทติดป้ายขอสำรวจพื้นที่ตรงที่ขอประทานบัตร ทางอุตสาหกรรมจังหวัดเลยทำหนังสือมาว่าถ้ามีพื้นที่ทำกินติดกับพื้นที่ดังกล่าวให้มาแจ้งภายใน 30 วัน แต่ชาวบ้านเห็นแล้วว่าอาจมีการระเบิดหิน ไม่เอาอยู่แล้วไม่เห็นด้วยเลยยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราขการจังหวัดและอุตสาหกรรมจังหวัดผ่านนายอำเภอ เราอยู่ในพื้นที่ตัวอำเภอแม่สะเรียงห่างไม่ถึง 1 กิโลเมตรมีความกังวลร่วมกับชาวบ้าน ซึ่งจุดนี้เคยมีการขอสัมปทานเหมืองแร่ครั้งหนึ่งแล้วประมาณ 20 กว่าปี ชาวบ้านกลัวกลับมาซ้ำ การทำอุตสาหกรรมโรงโม่หินอาจส่งผลกระทบซึ่งปัจจุบันมีภาวะโลกร้อน ส่งผลต่อสุขภาพ แล้วพื้นที่สัมปทานติดชุมชน วัด โบสถ์กลัวผลกระทบสั่นสะเทือนจากระเบิดหิน ฝุ่น มีผลต่อสุขภาพก็เลยไม่อยากให้มีสัมปทานในฐานะคนในชุมชน คนในอำเภอจะเจอกับสภาวะแบบนี้อย่างไรผมเห็นร่วมกับคนในขุมขนและร่วมคัดค้านด้วย” นายพงศ์พิพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางกลุ่มผู้คัดค้านได้ร่วมกันลงชื่อสำหรับบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับการให้ประทานบัตรทำเหมืองในครั้งนี้โดยล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วกว่า 5,300 คน นอกจากนี้ ประชาชนในหลายสาขาอาชีพต่างร่วมใจกันติดป้ายรณรงค์ไม่เอาเหมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

กองทัพเรือเปิดชื่อ 11 บริษัทชิงเค้กจัดหาเรือฟริเกต

ทร.เปิดชื่อ11 บริษัทถูกเชิญให้ยื่นข้อเสนอต่อ“เรือฟริเกต“ เผย 3 บริษัทเกาหลีฯอยู่ในลิสต์รายชื่อ พร้อมย้ำข้อกำหนดต้องต่อเรือในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 พร้อมเปิดภาคประชาชนร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน

สแกนเข้มถนนผ่านป่าแม่ยวม-สาละวิน ผอ.คนใหม่ ผ่อนปรนให้ชาวบ้านใช้ได้หากจำเป็นเร่งด่วน

กำชับตรวจเข้ม-ห้ามขนของผิดกฎหมายผ่าน ขสป.แม่ยวม-สาละวิน ผอ.คนใหม่เผยอะลุ่มอล่วยให้ชาวบ้านใช้ถนนได้หากมีความจำเป็นเร่งด่วน-นักวิชาการลงพื้นที่-แนะเปิดเส้นทางให้ชาวบ้านลดความเสี่ยงอันตราย