เลือกตั้ง 66 ปชป.ลำบาก ฐานเสียงปันใจให้ “ลุงตู่”

หน้าตาการเมืองไทยสำคัญที่สุดอยู่ที่ “ผลการเลือก” ของแต่ละพรรคการเมือง จากนั้นจะต้องว่ากันที่ “เกมจัดตั้งรัฐบาล” ซึ่งสำคัญกว่า ต้องจับตาว่าจะมีใครปาดหน้าพรรคที่มีคะแนนเป็นอันดับ 1 อีกหรือไม่ และอีกประการต้องติดตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะแขวนไม่ประกาศรับรองกี่เขต หรือจะมีประกาศยุบพรรคการเมืองบ้างหรือไม่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้การเมืองปั่นป่วนได้ แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้วก็ตาม

โฟกัส “5 วัน” สุดท้ายก่อนวันตัดสิน อาทิตย์ที่ 14 พ.ค.นี้ ผลโพลสำรวจคะแนนนิยมของประชาชนพอเป็นกรอบกว้างๆ ให้เห็นว่าขณะนี้ฝ่ายก้าวหน้า ทั้งเพื่อไทย และก้าวไกล นำห่างฝ่ายอนุรักษนิยมพอสมควร แต่ต้องละไว้ในฐานที่เข้าใจว่า โพลคือการออกไปเก็บข้อมูลแบบสุ่มตัวอย่างเพียงไม่กี่พัน กี่หมื่นความเห็นของประชาชนเท่านั้น

ทว่า พรรคเพื่อไทยและก้าวไกลต่างมั่นอกมั่นใจจนขณะนี้กล้าเปิดเผยแล้วว่าเงื่อนไขการเป็นรัฐบาลของตัวเองมีอะไรบ้าง สำหรับ “อิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตเพื่อไทย ระบุว่า พรรคที่มาร่วมกันนั้นต้องมีนโยบายตรงกัน นายกรัฐมนตรีมาจากพรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญต้องมาจากพรรคเพื่อไทย

ขณะที่ก้าวไกล “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่า ข้อตกลงร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส.ของพรรค ทั้งการลงประชามติถามประชาชนว่าต้องการจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่ จะปฏิรูปกองทัพโดยเริ่มต้นจากการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหาร สุราก้าวหน้า และสมรสเท่าเทียม ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช.ที่ไปลดอำนาจของท้องถิ่น แก้กฎหมายเพิ่มส่วนแบ่งของภาษีสำคัญให้กับท้องถิ่น และจัดทำประชามติถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งหมดที่ว่ามาเป็นความเคลื่อนไหวของ 2 ม้าตัวเต็งในการเลือกตั้งปี 66

ส่วนกลุ่มอนุรักษนิยมแต้มยังเป็นรองทุกประตู โดยในฝ่ายเดียวกันนั้น “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ดูเป็นความหวังมากที่สุด ด้วยจุดยืนของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ชัดเจนไม่เอาระบอบทักษิณ จึงทำให้ได้รับความนิยมขึ้นมาแทนที่ “ประชาธิปัตย์” ที่แต่ก่อนยืนซดกับระบอบดังกล่าวอยู่พรรคเดียว

บัดนี้ภายใต้การนำในยุค “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” ออกแนวสงบปากสงบคำ อ้างมารยาททางการเมือง “ไม่ขอวิจารณ์” จึงทำให้ระยะหลังความนิยม “พรรค” รวมถึง “ตัวหัวหน้า” ไม่มีกระแสเป็นที่พูดถึงเหมือนเดิม ซึ่งแตกต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างมาก ส่งผลให้การหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้เหนื่อยยากแสนเข็ญเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้โดน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์เจาะพรุน เผลอๆ พี่น้องปักษ์ใต้จะกาให้ “รวมไทยสร้างชาติ” ทั้ง 2 ใบแบบไม่สนตัวผู้สมัครจะหน้าเก่า หน้าใหม่ มีผลงานหรือไม่มีผลงาน เพราะอย่างน้อยก็อุ่นใจ “พล.อ.ประยุทธ์” เอาอยู่!!

ยิ่งตอนนี้ “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ประกาศเป็นมั่นเหมาะ “ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักผูกพันกับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”

รุ่นเก๋าคนใต้หลายคนไม่ปลื้ม “ทักษิณ” เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจอแบบนี้เข้าไปมีสะพรึง คิดเอาเองแล้วกันเขาจะฝากผีฝากไข้กับใคร? ระหว่าง “พล.อ.ประยุทธ์” กับ “นายจุรินทร์”

สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร แม้กระแสประชาธิปัตย์ไม่มี แต่เชื่อว่าจะไม่มีอะไรแย่กว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้วที่สูญพันธุ์ไม่ได้แม้แต่เก้าอี้เดียว อย่างน้อยที่สุดมีการประเมินกันว่าน่าจะได้ ส.ส.จาก 3 เขตเลือกตั้งด้วยความสามารถของตัวบุคคลในพื้นที่ล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับกระแสพรรค เพราะอย่างไรเสียเรื่องกระแสนิยมนั้นสู้เพื่อไทยและก้าวไกลไม่ได้เลย

เรียกว่า “ประชาธิปัตย์” หืดขึ้นคอ นาทีนี้ป้องกันแชมป์ยังร้อนๆ หนาวๆ ความหวังที่ว่าจะได้ที่นั่งเพิ่มคงต้องอาศัยความสามัคคีและผนึกกำลังอย่างเหนียวแน่น เพราะต้องสู้ทั้งกับกระแส กระสุนที่จะอัดแน่นๆ ช่วงโค้งสุดท้าย

การปรับยุทธศาสตร์ใน 5 วันอันตราย เพียงแค่มีภาพ “หัวหน้าจุรินทร์” ทำหน้าพริ้มอบอุ่นหัวใจที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของ “พล.อ.ประยุทธ์”, การตอกย้ำจุดยืน “4 ทำ 3 ไม่”, การขอให้ชาวบ้านเชื่อมั่นประชาธิปัตย์พาชาติรอด หรือแม้แต่การยืนยันเลือกประชาธิปัตย์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงอยู่แน่นอนนั้น ขณะเดียวกันปล่อยให้ลูกหม้อของพรรคคอยอัด “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ข้างหลัง คงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พรรคกลับมารุ่งเรืองเหมือนตอนได้ ส.ส.เป็นร้อยๆ คน

หลังทราบผลการเลือกตั้ง 14 พ.ค. ช็อตต่อไปสำหรับประชาธิปัตย์คือ เลือกหัวหน้าพรรครอบใหม่ เนื่องจาก “จุรินทร์” ครบวาระ 4 ปี คงต้องจับตาไปที่ตัวหัวหน้าและทีมกรรมการบริหารพรรค ยังจะเป็นชุดเดิมหรือจะปรับเปลี่ยนอย่างไร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หลุมดำ 'งบประมาณ-เงินกู้' ในช่วงวิกฤต พยุงความเชื่อมั่น-เลิกแบกการเมือง

การตั้ง "งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570” เป็นปัญหาที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยอมรับตรงกันว่ามีความ “ตึงตัว” จากภาระรายจ่ายประจำ เม็ดเงินส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

ป.ป.ช.เชือดยกเข่งโกงสอบ “ล้างบ้านมท.-สถ.”ปราบทุจริต บทพิสูจน์ความกล้า“รัฐบาลอนุทิน"

การสืบสวนสอบสวน ทุจริตสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ที่เป็นการทลายขบวนการทุจริตสอบเข้ารับราชการครั้งใหญ่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา จะมี 3 แท่งดำเนินการในเรื่องนี้

ปลดล็อกกุ้ง-คืบหน้าดับไฟใต้ ความหวังก่อน ‘อนุทิน’ ไปมาเลเซีย

"อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เตรียมเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9-10 กรกฎาคมนี้

อนุทิน-เอกนิติ ขาไม่สั่น ศาลรธน.ชี้ขาดพ.ร.ก. 4 แสนล้าน

ก่อนถึงวันชี้ชะตา “พระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท” ว่าจะได้ไปต่อหรือสะดุดลง?

ศึกคลองหลอดลามรอยร้าว'2 น.' สายตรงปะทะ ไม่ขยายถึง'แตกหัก'

"เสี่ยหนู" นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง "2 น." สั้นๆ หลังถูกถามถึงข่าวลือรอยร้าวภายในค่ายสีน้ำเงิน