การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ 9 เม.ย. นอกจากวาระสำคัญที่เป็นไฮไลต์สำคัญที่คนทั้งประเทศจับตามองคือ "การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ....หรือร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ให้มีการเปิดกาสิโน" ที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ เป็นร่างกฎหมายฉบับแรกที่สภาฯ จะพิจารณาในวันที่ 9 เม.ย. เพื่อลงมติรับหลักการวาระแรก
หากการประชุมสภาฯ พุธนี้ 9 เม.ย. ถ้าโหวตร่าง พ.ร.บ.กาสิโนจบเร็ว มีคำยืนยันจากวิปรัฐบาลแล้วว่า จะพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่อทันที เพื่อโหวตให้จบวาระแรก ก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ 11 เม.ย.
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ พุธนี้ มีด้วยกัน 4 ร่างดังนี้
1.ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ..... (นายวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ-พรรครวมไทยสร้างชาติ)
2.ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ..... (นายปรีดา บุญเพลิง อดีต สส.พรรคครูไทยเพื่อประชาชนกับคณะ เป็นผู้เสนอ-ปัจจุบันอยู่พรรคกล้าธรรม
3.ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ..... (นายชัยธวัช ตุลาธน กับคณะ เป็นผู้เสนอ-พรรคก้าวไกลเดิม ปัจจุบัน สส.ที่ร่วมกันลงชื่อคือ สส.พรรคประชาชน )
4.ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ..... (นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จำนวน 36,723คน เป็นผู้เสนอ)
ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับดังกล่าว มีเนื้อหาที่แตกต่างกันในสาระสำคัญ โดยเฉพาะเรื่อง
“การนิรโทษกรรมคดี 112”
เพราะร่างของพรรคก้าวไกลเดิม แม้ไม่เขียนชัดว่าให้นิรโทษกรรมคดี 112 เท่ากับร่างของภาคประชาชนที่เขียนไว้ชัดเจน โดยร่างของพรรคก้าวไกลเดิม เขียนกว้างๆ ว่า ให้ คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรม 9 คน ซึ่งประธานรัฐสภาเป็นผู้แต่งตั้ง พิจารณาว่าจะนิรโทษกรรมคดีใดบ้างที่เข้าข่ายใช้เสรีภาพในการแสดงออกหรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เมื่อไม่ได้เขียนห้ามว่า ไม่ให้นิรโทษกรรมคดี 112 ย่อมทำให้ถูกตีความได้ว่า เปิดช่องให้นิรโทษกรรมคดี 112 ได้ด้วย
ขณะที่ร่างของพรรครวมไทยสร้างชาติกับ สส.ปรีดา บุญเพลิง อดีต สส.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน แต่ปัจจุบันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคกล้าธรรม มีหลักการสำคัญคือ “ไม่ให้นิรโทษกรรมคดี 112”
สำหรับช่วงเวลาเริ่มต้นที่ให้นิรโทษกรรม ส่วนใหญ่คล้ายกันคือ ให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่การชุมนุมของพันธมิตรฯ-เสื้อเหลือง ตั้งแต่ช่วงปี 2548-2549 จนถึงวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ หรือช่วงที่เสนอร่างกฎหมายเข้าสภาฯ คือปี 2565 ที่ก็จะทำให้ครอบคลุมไปถึงคดีความผิดทั้งอาญาและแพ่ง ที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มต่างๆ ทั้ง พันธมิตรฯ เสื้อเหลือง-นปช.เสื้อแดง-กปปส.-กลุ่มม็อบสามนิ้ว ที่ไม่ได้โดนคดี 112 เป็นต้น ที่จะได้รับการนิรโทษกรรม
ส่วนบางกลุ่มที่บางคดียังไม่ถึงที่สุด เช่น กลุ่ม กปปส. ที่นำโดยสุเทพ เทือกสุบรรณ และจำเลยคนอื่นรวม 39 คน ซึ่งคดีใหญ่สุดที่อดีตแกนนำ กปปส.โดนฟ้องเป็นจำเลย อยู่ระหว่างการรอนัดอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา หลังมีการอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไปเมื่อมิถุนายน 2567
โดยหากกฎหมายนิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้ก่อนถึงวันอ่านคำตัดสินศาลฎีกาฯ ก็จะทำให้อดีตแกนนำ กปปส.ได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วย
เบื้องต้นวิปรัฐบาลจากเพื่อไทย มานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ และรองประธานวิปรัฐบาลเพื่อไทย บอกไว้ว่า แนวโน้มการลงมติร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมวาระแรก อาจจะต้องลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบทีละฉบับ อาจไม่โหวตพร้อมกันทีเดียวทั้ง 4 ฉบับ เพราะเมื่อเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมบางฉบับมีหลักการสำคัญที่แตกต่างกันอยู่ โดยเฉพาะบางฉบับที่จะให้มีการนิรโทษกรรมคดี 112 ด้วย ซึ่ง สส.เพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ และทำให้การโหวตร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่างที่ให้นิรโทษกรรมคดี 112 อาจไม่ผ่านวาระแรก
ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล แต่พบว่า ไม่เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสภาฯ
จนมีการมองกันว่า สาเหตุที่เพื่อไทยไม่เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสภาฯ เพราะ ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำพรรคเพื่อไทยตัวจริง ปัจจุบันตกเป็นจำเลยคดี 112 ที่ศาลอาญา กรณีให้สัมภาษณ์สื่อประเทศเกาหลีใต้ ขณะหนีคดีอยู่ต่างประเทศ โดยคดีจะเริ่ม พิจารณากันแบบรวดเดียวจบ ในเดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้
คือสืบพยานฝ่ายโจทก์ (อัยการ) 3 วันติดกันคือ 1, 2 และ 3 ก.ค.68 จากนั้นสืบพยานฝ่ายจำเลย ในวันที่ 15, 16, 22 และ 23 ก.ค. และคาดว่าศาลอาจจะนัดฟังคำตัดสินปีหน้า 2569
ทำให้เพื่อไทยเกรงว่า หากเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประกบเข้าไป จะถูกโยงไปว่าหวังช่วยทักษิณ เลยไม่เสนอร่างประกบเข้าไป เพื่อไม่ให้กลายเป็นเป้าโดนโจมตีทางการเมือง อีกทั้งฝ่ายทักษิณอาจมั่นใจจะชนะคดี 112 ในชั้นศาลได้ ผนวกกับรูปคดียังอีกไกล กว่าจะจบในชั้นศาลฎีกา น่าจะอีกร่วมๆ 4-5 ปีกว่าคดีจะจบ
หากรูปการณ์เดินมาแนวนี้ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่เรียกร้องกันมานาน อาจคลอดออกมาภายในปีนี้หรือต้นปีหน้า 2569.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กธ.ปรับขบวนทัพ รับสถานการณ์ 'ธรรมนัส' ค้าน ‘ไม่แค้น’
‘พรรคกล้าธรรม’ คือ อาณาจักรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา มาตั้งแต่แรก การขยับขึ้นนำทัพเองในตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรค’ ครั้งล่าสุด จึงไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’
แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น
ธนาธร-กลุ่มเพื่อนเอก ตรึงพรรคส้ม "พิจารณ์"คัมแบ็กยืนแถวหน้า
หลัง พรรคประชาชน ไม่ต้องเสียรูปกระบวนการเมืองทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ เพราะศาลฎีกาฯ ไม่สั่งให้ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ สส.บัญชีรายชื่อ กับพวกรวม 9 คนต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีอดีต 44 สส.ก้าวไกลลงชื่อแก้มาตรา 112 ก็ทำให้ผลการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาชนตลอด 3 วันที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา จึงไม่ได้มีการปรับทัพกันมาก
สัญญาณเตือนคดี 'ศักดิ์สยาม' เสี่ยงวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ-รบ.
คำชี้แจงของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องกล่าวหานายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม
จับตาพรก.กู้เงิน5แสนล้านสู้วิกฤต ฉุดเศรษฐกิจ หรือแบกหนี้อ่วม!
รัฐบาลคอนเฟิร์มแล้ว เตรียมพิจารณาออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการรองรับวิกฤตต่างๆ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หลังจากเกิดความสับสนว่าจะกู้เงินหรือไม่
‘มวยล้มต้มคนดู’ หรือทุบโต๊ะล้างบาง? บทพิสูจน์ดีเอสไอคลายปม ‘คดีน้ำมัน’
มหากาพย์การสอบสวนขบวนการ "น้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร" ภายใต้การกำกับดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะคดีพิเศษที่ 59/2569 กำลังก้าวเข้าสู่จุดเดือดสูงสุดในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการปราบปรามปรากฏการณ์ อาชญากรรมทางพลังงาน ที่กัดกินงบประมาณแผ่นดินและเงินในกระเป๋าของประชาชน

