โพลชี้ประชาชนหวังเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาการเหลื่อมล้ำคุณภาพการศึกษา

43. เชื่อหรือไม่ ทางการเมืองไทย

17 พฤษภาคม 2569 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย Thailand Education Partnership (TEP) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง ความหวังเปิดเทอมใหม่ 2569: เสียงสะท้อนถึงรัฐมนตรีศึกษาฯ กับภารกิจแก้ความเหลื่อมล้ำทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

จากการสำรวจเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันว่าสามารถ
สร้างอนาคตที่ดีและมั่นคงให้แก่ลูกหลานได้ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 41.45 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อมั่น รองลงมา ร้อยละ 29.77 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 17.25 ระบุว่า เชื่อมั่นมาก (เช่น มั่นใจว่าโรงเรียนในปัจจุบันดูแลและสอนเด็กได้ดี) และร้อยละ 11.53 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นเลย (เช่น ต้องพึ่งพาการเรียนพิเศษ หรือดิ้นรนด้วยตัวเองเป็นหลัก)

ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อโรงเรียนและรูปแบบการเรียนการสอนในปัจจุบันว่าสามารถพัฒนาเด็กไทยให้คิดเป็น ทำงานเป็น และใช้ชีวิตได้ในโลกยุคใหม่ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 46.41 ระบุว่า ค่อนข้างดี รองลงมา ร้อยละ 33.89 ระบุว่า ไม่ค่อยดี (เช่น เน้นแต่การท่องจำ เอาไปใช้จริงในการทำงานไม่ได้) ร้อยละ 10.99 ระบุว่า ทำได้ดีมาก (เช่น เด็กเรียนจบมาพร้อมทำงานและใช้ชีวิต) ร้อยละ 8.40 ระบุว่า ไม่ได้เลย (เช่น เรียนตามระบบไปอย่างนั้น ไม่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่) และร้อยละ 0.31 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ

สำหรับเรื่องที่รัฐบาลต้องรีบแก้ไข เพื่อลดความเดือดร้อนของพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็ก พบว่า ตัวอย่าง
ร้อยละ 35.04 ระบุว่า ความเหลื่อมล้ำทางคุณภาพ (โรงเรียนใกล้บ้านคุณภาพไม่ดีเท่าโรงเรียนดังในเมือง) รองลงมา ร้อยละ 24.50 ระบุว่า เด็กเรียนหนัก แต่นำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันไม่ได้ ร้อยละ 23.59 ระบุว่า ความปลอดภัยและสุขภาพจิตของเด็กในโรงเรียน (เช่น การกลั่นแกล้ง ยาเสพติด ความเครียด) ร้อยละ 15.95 ระบุว่า ภาระงานของครูที่เยอะเกินไป จนครูไม่มีเวลาสอนหรือดูแลเด็กอย่างเต็มที่ ร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ และร้อยละ 0.23 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ การเรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายทางการศึกษา

สำหรับเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นจริงภายใน1 ปีพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 35.42 ระบุว่า เรียนฟรี ต้องฟรีจริง ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง รองลงมา ร้อยละ 13.51 ระบุว่า ยกเลิกโครงการซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสารของครู ร้อยละ 12.29 ระบุว่า ปรับหลักสูตรเป็นฐานสมรรถนะเตรียมความพร้อมเด็กสู่โลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ร้อยละ 9.08 ระบุว่า จัดสรรงบประมาณการศึกษาตามความต้องการของพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล ร้อยละ 8.70 ระบุว่าจัดตั้ง Human Capital Superboard เชื่อมโยงการเรียนให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เด็กมีงานทำ มีรายได้ ร้อยละ 7.79 ระบุว่า ประเมินผู้เรียนจากผลลัพธ์ ไม่ใช่ด้วยเกรด ร้อยละ 4.58 ระบุว่า ทุน “หนึ่งอำเภอ หนึ่งการศึกษา” (ODOS) สู่ทุกอำเภออย่างแท้จริง ร้อยละ 4.20 ระบุว่า เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษาต้องเป็น 0 (Thailand Zero Dropout) ร้อยละ 1.91 ระบุว่า ลดภาระครูที่ต้องจัดอาหารกลางวัน จัดตั้งครัวกลางอาหารกลางวันของท้องถิ่น และตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่อเด็กและครู ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อการพัฒนาการศึกษาไทยตามที่รัฐบาลสัญญาไว้ และสิ่งที่ทำให้เห็นชัดว่าการศึกษาดีขึ้นจริง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 28.78 ระบุว่า เด็กไทยเรียนจบแล้วมีงานทำตรงสาย ไม่ตกงาน และได้เงินเดือนที่เหมาะสม รองลงมา ร้อยละ 16.64 ระบุว่า เด็กไทยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ และมีทักษะสู้กับเด็กต่างชาติอื่นได้ ร้อยละ 14.81 ระบุว่า ครูมีเวลาทุ่มเทให้กับการสอนได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลากับงานเอกสารหรือภาระงานอื่น ร้อยละ 14.35 ระบุว่า เด็กมีความสุขกับการไปโรงเรียน ไม่เครียดหรือเป็นซึมเศร้าจากการเรียน ร้อยละ 14.05 ระบุว่า พ่อแม่ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือเสียเงินแพง ๆ เพื่อให้ลูกได้เข้าเรียนใน “โรงเรียนดัง” ร้อยละ 6.10 ระบุว่า ข่าวความรุนแรง ข่าวครูทำร้ายเด็ก หรือปัญหาในโรงเรียน ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ร้อยละ 2.98 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ยังไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจนเพียงพอที่จะสะท้อนว่าการศึกษาของไทยได้รับการพัฒนาอย่างแท้จริง และร้อยละ 2.29 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่แน่ใจ/ไม่สนใจ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

โพลชี้คนใต้ส่วนใหญ่หนุน 'แลนด์บริดจ์' แต่กังวลปัญหาสิ่งแวดล้อม

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 เมษายน 2569

รัฐบาลปลื้ม! ช่วยค่าครองชีพเสียงตอบรับดี จ่ออุ้มค่าไฟ ลุยไทยช่วยไทยพลัส

รัฐบาลติดตามความเห็นประชาชน หลัง 'นิด้าโพล' ชี้ 12 มาตรการช่วยค่าครองชีพ เสียงตอบรับดี เตรียมเสริม 'ค่าไฟ–ไทยช่วยไทย พลัส' เริ่ม มิ.ย.นี้