ทนายดังเปิดชนวน'ไมค์'เปิดศึก'ซาร่า'เรื่องลูก


เพิ่มเพื่อน    

 

          เอิ๊ก-พรหมพร ยูวะเวส เปิดใจ ทนายเจมส์-นิติธร แก้วโต ในรายการถามสุดซอย กรณี ไมค์-พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ตัวเองเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย หลายคนสงสัยว่า ซาร่า คาซิงกินี ก็ยอมรับว่าไมค์เป็นพ่อ ทำไมถึงต้องไปยื่นคำร้องต่อศาล หลังๆ ไมค์ไม่ได้เจอลูกเพราะอะไร

          โดย ทนายเจมส์ นิติธร เผยว่า "น้องไมค์มาหารือผมในมุมที่ผมรู้จักกันเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ปี 57 แล้วน้องมาหาหลังเขายื่นฟ้องคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายไปแล้วนะ เขาร้องขอ 2 เรื่อง เรื่องที่หนึ่งคือขอให้ศาลมีคำสั่งเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และขออำนาจปกครองร่วมกัน ช่วงหลังน้องไมค์ไม่ได้เจอลูกไม่อยากให้ใช้คำว่ากีดกัน เพราะไม่รู้ว่าน้องซาร่าเขาคิดอะไร พูดง่ายๆ ว่าประมาณมี.ค.-เม.ย. ไมค์ติดต่อซาร่าไปแต่เขาไม่ตอบกลับ ประเด็นเริ่มจากรายได้ไมค์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่ที่จีน ทีนี้พอจีนปิดเมือง ไมค์แย่แล้วเพราะเขากลับมา เขามองว่าค่าเทอมปีนึง ค่าเล่าเรียนในอินเตอร์ มันประมาณ 7-8 แสนบาทต่อปี น้องเขาจ่ายคนเดียว

          ส่วน 3 หมื่นคือค่าเลี้ยงดูอุปการะบุตร แยกต่างหากกันนะครับ มีค่าอื่นๆ อีกเยอะเลยครับเท่าที่ผมเห็นใบเสร็จ มีหลักฐานการโอนเงิน มีค่าเทอม มีค่าเลี้ยงดูอุปการะบุตร เดือนละ 3 หมื่น มีค่าแม่บ้านเดือนละ 1.2 หมื่น ค่าคนขับรถเดือนละ 1.5 หมื่น มีค่าประกันชีวิต มีค่าจัดงานวันเกิดให้ลูก จ่ายหมด อุปการะจิปาถะก็เบิก ถ้ามีใบเสร็จมาจ่ายหมด พองานลดลง ติดต่อไปเพื่อคุยเรื่องนี้ พอมีปัญหาเรื่องคอนโด ไปเช่าคอนโดให้บริเวณแถวๆ โรงเรียนนั้นจะได้ขับรถไม่ไกล ไม่เหนื่อย นี่คือสิ่งที่ไมค์เขาคิด

 

 

          คอนโดที่อยู่ตอนนี้เป็นของพี่ชายไมค์ แต่น้องผ่อนธนาคารอยู่ เขาบอกว่าขอให้อดีตภรรยาและลูกไปอยู่ได้ไหมเดี๋ยวเขาผ่อนให้ ลูกเขาเรียนที่นี่ ก็อยู่ในคอนโด ในส่วนค่าน้ำค่าไฟ ค่าส่วนกลาง เขาตกลงกันให้ซาร่าเป็นคนจ่าย ค่าผ่อนเหมือนค่าเช่า ไมค์เป็นคนจ่าย ประมาณเดือนละ 2-3 หมื่นนี่แหละ

          ผมบอกก่อนว่าผมยังไม่รู้คำตอบที่แท้จริงของน้องเขา ว่าการที่พ่อกับลูกไม่ได้เจอเป็นเพราะอะไร แต่เข้าใจเอาเองว่าเป็นเพราะการไปขอลดค่าเทอมหรือเปล่า ติดต่อไปแล้วน้องอ่านแต่ไม่ตอบ สิ่งที่ไมค์ทำได้คือช่วงหลังๆ ประมาณมี.ค. - เม.ย. เริ่มเร่งคำตอบ เพราะต้องวางเงินมัดจำก่อน ถ้าเปลี่ยนโรงเรียนมัดจำจะโดนยึด พอไม่มีคำตอบ ไมค์ก็เลยดร็อปไว้ก่อนที่โรงเรียนอินเตอร์ แต่ตอนหลังเขาไปจ่ายแล้วนะ เพื่อให้น้องไปเรียน ปีละ 7-8 แสน เมื่อประมาณเดือน 7 ที่เขาไปหาลูกที่คอนโด แต่ไม่เจอลูก เจอผู้หญิงผู้ชายอยู่ด้วยกัน ซึ่งไม่รู้เป็นใคร เขาพูดว่าเจ้าของห้องให้เขามาอยู่ ไมค์กับซาร่าติดต่อกันไม่ได้ ตั้งแต่มี.ค. ถึง ก.ย. ยังไม่ได้คุยเลย มีแต่ไมค์ส่งข้อความไป มีตอบบ้างแต่ไม่ชัดเจน

            เขาทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าก่อนไม่เจอกัน อันนี้ผมคิดเองนะ ว่าน่าจะเป็นเรื่องการขอให้เปลี่ยนโรงเรียนหรือเปล่า อันนี้คือสิ่งที่น้องเขาคิดเอาเองและเล่าให้ฟัง ก็บอกว่านี่แหละปัญหาของคนทะเลาะกันเพราะไม่คุยกันนี่แหละ ถ้าคุยกันจะปรับความเข้าใจกัน ที่ร้องต่อศาล ในคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย เขาบรรยายว่าเขาเป็นพ่อโดยชอบด้วยกฎหมาย มีหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอแทรกเข้าไป มีดีเอ็นเอตรงกันหมด

            ไมค์ไม่ได้ต้องการเอาลูกมาดูแล ถ้าจะเอาลูกมาดูแล การยื่นคำร้องจะไม่ยื่นแบบนี้ เขาจะเขียนคำร้องในลักษณะที่ว่าแม่ไม่ทีศักยภาพเพียงพอเลี้ยงดูบุตร ขอให้บิดามีอำนาจปกครองแต่เพียงผู้เดียว โดยบิดามีศักยภาพ มีรายได้เดือนละเท่าไหร่ ประมาณนี้ อันนี้แค่คำร้อง 3-4 แผ่นเองมั้ง  คำร้องเพื่อให้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีอำนาจปกครองร่วมกัน จะทำให้บิดามีสิทธิ์ในการพบลูก กำหนดถิ่นที่อยู่ได้ และคำนึงที่น้องพูดกับผม เขาไม่อยากเป็นพ่อแค่เพียงการจ่ายเงิน เขาต้องการให้ความอบอุ่นลูกด้วย ผมไม่ใช่พ่อระบบเติมเงิน

 

 

            ตอนนี้ไมค์ไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจอะไรเกี่ยวกับลูกเลย เพราะอำนาจปกครองเป็นของแม่ทั้งหมด เขาจะให้เรียนที่ไหนก็เรื่องของแม่  จากประสบการณ์ผมที่เคยโพสต์ในเฟซบุ๊ก คือเคยเจอเคสนี้เป็นเคสที่ 3 ที่ผู้ชายออกมายอมรับว่าบุตรเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของเขา ในทางกฎหมายบิดามารดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตร ต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายนะ เพราะงั้นการที่เขาไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เขาไม่มีสิทธิ์ในการอุปการะเลี้ยงดูบุตรคนนี้

          ต้องจดทะเบียนสมรสถูกต้องถึงจะเรียกว่าบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย สถานะไมค์ไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่สถานะน้องแม็กซ์ เป็นทายาทโดยธรรม เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายโดยพฤตินัย เนื่องจากน้องอุปการะ ให้ถิ่นที่อยู่ ให้การศึกษา การที่มีพฤติการณ์แบบนี้  เขาเรียกว่าเป็นการรับรองโดยพฤตินัย ถ้าเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายก็จะมีสิทธิ์เจอลูกได้ กำหนดถิ่นที่อยู่ สถานศึกษา ต่อให้ใครมีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียวก็ตาม ไม่สามารถไปกีดกั้นอีกฝ่ายให้ไปเยี่ยมบุตรตามสมควรได้ ในเรื่องอำนาจปกครอง ไม่เกี่ยวว่าจะไปคว้าลูกมาอยู่ ไม่ใช่ มันขึ้นอยู่กับข้อตกลง

          ถ้าไมค์มาหาผมแล้วบอกว่าต้องการให้เด็กมาอยู่กับผม ผมจะให้ไมค์ไปหาคนอื่นเลย เพราะผมไม่ทำ เขาอยู่กับแม่มาหลายปีแล้ว การที่เด็กเปลี่ยนสถานที่อยู่บ่อยๆ ไม่ดีกับเด็กเลย แล้วเด็กจะงง จะสับสน และเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการของเด็ก ไม่เอาแบบนี้ บางครอบครัว สัปดาห์นี้แม่ดู สัปดาห์หน้าแม่ดู สลับกันแบบนี้ แล้วเด็กจะไม่งงแย่เหรอ สิ่งที่ผมพูด มีการวิจัยของนักจิตวิทยาเด็กนะครับว่ามันทำให้เด็กสับสน

          หลังจากนี้ศาลจะเรียกเขาให้มาคุยด้วย ศาลกำหนดวันที่ 2 พ.ย. แต่เราสามารถคุยกันได้ก่อน อะไรที่จบกันได้ เพราะท้ายคำคัดค้านเขามีข้อเรียกร้องอยู่ 6-7 ข้อ (ทางซาร่าคัดค้าน) จากประสบการณ์ผม คำคัดค้านไม่มีผล ถ้าจะมีผลมีอย่างเดียวคือไม่ใช่พ่อโดยสายเลือด ดีเอ็นเอก็ยันความเป็นพ่อ เขาจะโต้แย้งได้ประเด็นเดียวคือไม่มีความเหมาะสมที่จะมีอำนาจปกครองบุตร  เคสนี้ถ้าเคลียร์ได้เคลียร์ให้จบ ไม่อยากให้ยืดเยื้อ พ่อแม่ไม่รู้ใครแพ้ แต่คนที่แพ้มากที่สุดคือลูก"

 

 

 

 


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'