กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติชูเทคโนโลยี CCS ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการประกอบกิจการปิโตรเลียม

ประเทศไทยได้แสดงท่าทีในการประชุมสมัชชาประเทศภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ((United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ครั้งที่ 26 หรือ COP26 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 12 พฤศจิกายน 2564 ณ เมือง    กลาสโกว์ สหราชอาณาจักร เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ในอัตราร้อยละ 20 ภายในปี 2570 

กระทรวงพลังงานมีนโยบายการขับเคลื่อนส่วนต่างๆในภาคพลังงาน เพื่อรองรับวาระและเจตนารมณ์ดังกล่าว ซึ่งจะครอบคลุมทั้งด้านไฟฟ้า ก๊าซธรรมชาติ น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยสามารถขับเคลื่อนสู่พลังงานสะอาด และมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ.2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero GHG emission) ภายในปี พ.ศ.2608

 

ดร.ศุภลักษณ์ พาฬอนุรักษ์ โฆษกกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ในส่วนของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติภายใต้สังกัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่กำกับดูแลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ได้คำนึงถึงความสำคัญและพร้อมสนับสนุนนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ รวมถึงการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางการค้าในอนาคต เพื่อมุ่งสู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ โดยการร่วมมือกับบริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เริ่มทำการศึกษาและทดลองใช้เทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากการประกอบกิจการต่าง ๆ  เช่น การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ลงไปเก็บในชั้นหินใต้ดินในระดับความลึกที่มีความเหมาะสมในการกักเก็บ CO2 อย่างปลอดภัย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการปล่อย CO2 ในปริมาณมากเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถมุ่งสู่พลังงานสะอาดได้

 

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการบริหารจัดการก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยเทคโนโลยี CCS ในอนาคต ได้แก่ (1) การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการดำเนินงาน  (2) การประสานความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชนและสถานศึกษาทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการศึกษา วิจัย และพัฒนาการดำเนินงานด้าน CCS และ (3) การศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางด้านต่างๆ ในการส่งเสริมและพัฒนางานด้าน CCS ในประเทศไทย ได้แก่ เทคโนโลยี นโยบาย กฎหมายและแนวทางการสร้างแรงจูงใจ (incentive approach) ให้แก่ผู้ประกอบการในการควบคุมปริมาณคาร์บอนจากการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้ได้ตามมาตรฐานสากล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงานพร้อมลุยขยายช่องทางการตลาด

พลังงานดันเศรษฐกิจฐานรากด้วยพลังงานสะอาด ลงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อเยี่ยมชมกระบวนการผลิต ข้าวไรซ์เบอร์รี่สแนคบาร์ และกล้วยม้วน สองสินค้าชุมชนต้นแบบที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน พร้อมดึงเข้าร่วมแคมเปญ "กินพี่ แล้วหมีหนาว" เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าขยายช่องทางการตลาด

ไทยออยล์ ร่วมกับ พพ. ลงนาม MOU พัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน จากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับและสร้างโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถานศึกษาของภาครัฐ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ห่างไกล

'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรัฐฉ้อโกงประชาชน ผ่านบิลค่าไฟส่องสว่าง/ค่าไฟแผง

นายศรีสุวรรณณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กบง. คณะกรรมการร กกพ. การไฟฟ้า กฟภ. กฟน. กรมทางหลวง ฯลฯ