รู้จักนวัตกรรมแอปฯ DMIND ตัวช่วยสังเคราะห์ภาวะซึมเศร้า

เชื่อหรือไม่! ขณะนี้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ากว่า 300 ล้านคนทั่วโลก เฉพาะในเมืองไทยมีจำนวน 1.5 ล้านคน ทั้งยังเป็นเพชฌฆาตเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยถึงปีละ 4,000 ราย อีกทั้งเป็นสาเหตุของการพยายามฆ่าตัวตายถึงปีละ 53,000 คน หากไม่ได้รับการคัดกรองอย่างเหมาะสม จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว มีความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเอง หรือการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้น

โรคซึมเศร้าเป็นโรคหนึ่งทางจิตเวชที่เกิดจากความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจ ด้วยระบบการแข่งขันในสังคม โรคระบาด ปัจจัยทางชีวภาพและกรรมพันธุ์ การเข้าถึงบริการทางจิตเวชในเมืองไทยมีข้อจำกัด เพราะทัศนคติด้านลบต่อโรคทางจิตเวชสร้างความรู้สึกว่าเป็นตราบาป ขณะเดียวกันบุคลากรทางสุขภาพจิตก็ไม่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการบริการ

เพื่อกันไว้ดีกว่าแก้..เมื่อเร็วๆ นี้ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เปิดตัวนวัตกรรม DMIND Application แอปฯ สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สสส. ในปีที่ 21 ด้วยทิศทางล้ำหน้าและทันสมัย เพื่อจะลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ด้วยการเข้าถึงไลน์หมอพร้อม ดำเนินการเรื่องสุขภาพจิตอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ในปี 2565 ได้ยกระดับเป็นประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญของ สสส. ที่มุ่งเน้นการทำงานสร้างเสริมและป้องกัน ทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคล และปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมและสังคม

สสส.ได้ร่วมมือกับกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เป็นเวลา 10 ปี “hear to heal” และขยายภาคีเครือข่ายใหม่ๆ ริเริ่มโครงการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อการประเมินภาวะซึมเศร้า DMind และโครงการสร้างเสริมสุขภาพจิตและป้องกันภาวะซึมเศร้าด้วยการพัฒนาระบบ Service dashboard โดยเชื่อมต่อกับระบบหมอพร้อม เกิดเป็นนวัตกรรมแอปฯ  DMIND สอดรับกับการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการประเมินสุขภาพจิตได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า และสร้างเสริมสุขภาพจิตในระยะยาว รวมถึงการได้รับบริการอย่างเหมาะสมตามระดับปัญหา ที่สำคัญคือ ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้หรือแนวทางที่ได้รับจากการให้บริการไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตของตนเอง และสื่อสารช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

“โควิดส่งผลกระทบต่อเยาวชนในช่วง 2 ปีที่ต้องเรียนทางออนไลน์ที่บ้าน ประชาชนกลุ่มเสี่ยงผู้สูงวัยต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวปลอดภัย สสส.ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย สร้างนวัตกรรมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมให้บริการปฐมภูมินวัตกรรมแอปฯ DMIND ในช่วงทดลองมีผู้ใช้บริการ 400 คน คาดว่าหลังเผยแพร่ข่าวแล้วจะมีผู้เข้ามาใช้บริการหมื่นคน/วัน เพราะทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือมีไลน์หมอพร้อม ผู้ใช้รู้สึกว่ามี Value Added ใช้ฉีดวัคซีน และสั่งยาทางไลน์ ต่อไปให้บริการทางสุขภาพใจ มีผู้ดูแลพร้อมส่งต่อที่ปรึกษา AI มีความฉลาดมากขึ้น เมื่อเปิดกล้องเพื่อใช้ในการสื่อสาร สังเกตสีหน้าท่าทาง ความวิตกกังวล เป็นการประเมินความเครียดในเบื้องต้น”

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า “ระบบการเข้าถึงบริการทางจิตเวชในประเทศไทยยังมีข้อจำกัด เนื่องจากความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และจำนวนบุคลากรทางสุขภาพจิตที่ยังไม่เพียงพอ หนึ่งในแนวทางการป้องกันความรุนแรงของโรค คือการตรวจคัดกรองโรคตั้งแต่ขั้นต้น (screening and early detection) จุฬาฯ โดยคณะแพทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ร่วมกับ สธ. และ สสส. พัฒนานวัตกรรม DMIND Application สำหรับคัดกรองผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า แอปฯ ที่ช่วยประเมินความเสี่ยงจากลักษณะการแสดงออกทางหน้าตา น้ำเสียง และข้อความ เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าเบื้องต้นอย่างง่าย มีความถูกต้อง แม่นยำ ช่วยลดขั้นตอนในการวินิจฉัยของแพทย์” รศ.นพ.ฉันชายกล่าว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า สายด่วน1323 เทคโนโลยีแบบโบราณรับสายตอบแก้ไขปัญหา จึงได้มีการพัฒนาระบบการรับสายเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตให้ดีขึ้น การเข้าสู่ Digital-Metaverse เพื่อให้สุขภาพจิต จิตเวชไม่ตกรุ่นด้วยการพัฒนาเครื่องมือแอปฯ DMIND สามารถเข้าถึงได้ผ่านช่องทางการสื่อสารของหมอพร้อม ทั้ง LINE Official https://bit.ly/2Pl42qo เฟซบุ๊กหมอพร้อม เลือกเมนู “ตรวจสุขภาพใจ” และเว็บไซต์ https://bit.ly/DMIND_3

การประเมินผลแสดงอาการ 3 ระดับ 1.ปกติ (สีเขียว) พร้อมแนะนำข้อมูลการดูแลสุขภาพจิตทั่วไป 2.กลาง (สีเหลือง) ศูนย์สุขภาพจิตเขต 1-13 ภายใต้กรมสุขภาพจิตทั่วประเทศ จะติดตามในพื้นที่ 3.รุนแรง (สีแดง) สายด่วนสุขภาพจิต 1323 จะติดตามอาการ เพื่อประเมินสุขภาพจิต และร่วมหาแนวทางแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสามารถเข้าถึงบริการและการประเมินด้านสุขภาพจิตได้ ถือเป็นระบบบริการรูปแบบใหม่ในการส่งต่อผู้รับบริการที่มีความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าให้ได้รับการรักษาแบบ Fast Track กับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง โดยสามารถเข้าใช้แอปพลิเคชัน DMIND ได้ตั้งแต่วันนี้ หากมีปัญหาสุขภาพจิตใจติดต่อได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต โทร.1323

"คนในวัยทำงานทุกอาชีพสามารถเกิดโรคซึมเศร้าได้ ยิ่งครอบครัวที่มีแรงกดดันทางเศรษฐกิจ มีความยากไร้ จะได้รับผลกระทบมากกว่าคนที่มีฐานะความพร้อมทางเศรษฐกิจที่ดี คน 7,000 คนเข้ามาตอบคำถาม เมื่อมีผู้รับฟังปัญหาเกิดกำลังใจอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป".

 

เปิด DMIND มีจิตแพทย์อยู่ข้างตัว

รศ.ดร.พีรพล เวทีกูล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เล่าความเป็นมาของแอปฯ ว่า

DMIND เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้า คณะวิศวกรรมฯ คณะแพทย์ จุฬาฯ เริ่มมีการพัฒนา app ปี 2020 ร่วมมือสายด่วนกรมสุขภาพจิตขยายวง app หมอพร้อม QR code พบคุณหมอพอดีตอบคำถามเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าด้วยการตอบโจทย์ผ่านทาง app แล้วจากนั้นระบบ AI จะดูหน้า เสียง เนื้อหา เพื่อรายงานต่อไปถึงจิตแพทย์ เมื่อคนไข้เปิดกล้องระบายความในใจ จิตแพทย์ประเมินจากสีหน้า น้ำเสียง วิเคราะห์เนื้อหา ความวิตกกังวล ระบบ AI ประมวลผลทั้งหมดเสมือนหนึ่งมีจิตแพทย์อยู่เบื้องหน้า มีการประเมินผลเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง (ติดต่อเพื่อนัดพบจิตแพทย์อย่างเร่งด่วน เนื่องจากมีความเสี่ยงจะฆ่าตัวตาย ทีมงานจะติดต่อกลับไปภายใน 5 นาที) ความแม่นยำมีสูงถึง 78.52% จากการตอบแบบทดสอบในการตรวจสุขภาพทางใจในช่วง1สัปดาห์ที่ผ่านมา.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ระยอง เมืองแห่งการเรียนรู้สู่เมืองสุขภาวะ' สสส. สานพลัง จ.ระยอง-RILA-อาศรมศิลป์ สร้างพื้นที่สุขภาวะต้นแบบเด็ก สร้างวิถีชีวิตสุขภาวะ ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัย จ.ระยอง (RILA) สถาบันอาศรมศิลป์ และภาคีเครือข่าย นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "ต้นแบบการขับเคลื่อนนโยบายสู่การพัฒนาพื้นที่สุขภาวะและสร้างชีวิตวิถีใหม่ลดปัจจัยเสี่ยงโรค NCDs" เพื่อติดตามผลการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะ จ.ระยอง

สสส. สานพลัง มรภ.อุบลฯ-อบจ.อุบลฯ พัฒนา Community Guideline-SMART-NF เชื่อม อสม.-รพ.สต.-โรงพยาบาล สร้างระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ ลดความล่าช้าเพิ่มโอกาสรอดชีวิตผู้ป่วย

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี (อบจ.อุบลราชธานี) และภาคีเครือข่าย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพระบบบริการปฐมภูมิเพื่อการคัดกรองและดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าในชุมชน ภายใต้โครงการพัฒนารูปแบบการจัดการเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า จ.อุบลราชธานี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานจริงของเครือข่ายบริการสุขภาพ เพื่อถอดบทเรียนการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคเนื้อเน่าแบบไร้รอยต่อ

วิถีธรรม วิถีไทย วิถีใหม่ยกระดับสุขภาพคนไทย

สสส. สานพลัง สธ.-มูลนิธิอุทัยสุดสุข-ภาคีเครือข่าย ยกระดับกลไก-ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยง NCDs ขยายต้นแบบ 13 จังหวัด 17 อำเภอ เตรียมต่อยอดนโยบายสุขภาพดีวิถีใหม่ระดับชาติ

ผลวิจัยชัด โรงเรียนต้นแบบปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ช่วยเซฟเด็กไทย ลดโอกาสการสูบได้จริงถึง 45%

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ จัดงานเวทีเชิดชูเกียรติและแลกเปลี่ยนเรียนรู้

“ตำบลจัดการสุขภาวะ” สสส.จับมือ 3,690 อปท. ยกระดับสุขภาวะแบบเข้าถึงพื้นที่

สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะระดับตำบล สนับสนุนชุมชนพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพตามบริบทตน ประกอบฐานข้อมูลสุขภาพท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด Health in All Policies

สุขภาวะมุสลิมไทย วิถีวะสะฏียะฮ์ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกช่วงวัย

ประชากรมุสลิมทั่วโลกปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1.6 พันล้านคน คิดเป็น 23% ของประชากรโลก และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ภายในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030) ในประเทศไทย