
เพราะ "คน" เป็นหัวใจในการดำเนินกิจการต่างๆ และเป็นกำลังสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ประกาศความร่วมมือสานพลัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง หลังจากได้ริเริ่มโครงการ SMEs Happy and Productive Workplace (SHAP) มาตั้งแต่ปี 2561 ทั้งนี้เพื่อมุ่งพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่ไปกับการสร้างความสุขให้แก่บุคลากรในสถานประกอบการ และผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs เห็นความสำคัญและมีนโยบายสนับสนุนการเพิ่มผลิตภาพและการสร้างสุขภาวะองค์กร

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า DIPROM ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สสส.ในโครงการ SHAP มาอย่างต่อเนื่อง สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ให้ SMEs จำนวน 223 แห่ง และคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 420 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าพัฒนาบุคลากรให้เป็นมืออาชีพ (SHAP Agents) จำนวน 130 คน เพื่อเป็นหน่วยส่งเสริมสุขภาวะองค์กรให้ SMEs โดยมีคนเป็นศูนย์กลาง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการสร้างความสุขให้แก่บุคลากรในสถานประกอบการ ดำเนินการใน 34 จังหวัด
DIPROM เร่งสร้างมาตรฐานในการทำงานให้มีความสุข อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยใช้ภูมิปัญญา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมทั้งการสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ ในธุรกิจเพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้เห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพที่มีคนเป็นศูนย์กลาง สร้างรูปแบบการดำเนินงานสำหรับการส่งเสริมองค์กรสุขภาวะที่เหมาะสม ในการเพิ่มประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการสร้างความสุขให้แก่บุคลากรในสถานประกอบการ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ SMEs จำเป็นต้องพัฒนาผลิตภาพและผลิตผลอย่างต่อเนื่อง โดยที่คุณภาพชีวิตและความสุขของบุคลากรในองค์กรเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น การสร้างกลไกที่จะส่งเสริม สนับสนุน ให้คนทำงานมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี อันจะส่งผลดีโดยรวมต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในองค์กร (Productivity) ทั้งในด้านคุณภาพสินค้า การบริการ การลดความสูญเสียต่างๆ และยังทำให้ต้นทุนลดลง รวมถึงสร้างความปลอดภัยในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ลดจำนวนการลาออก และรักษาพนักงานคุณภาพ เกิดเป็นองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) ซึ่งจะสามารถส่งผลให้องค์กรเกิดการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีความสามารถและเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง นำพาองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
SMEs ของไทยคิดเป็น 99.57% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งประเทศ และมีจำนวนการจ้างแรงงานกว่า 17 ล้านคน เป็นกำลังสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทย ผลการดำเนินงานช่วยให้เกิดผลลัพธ์และผลตอบแทน ด้านคุณภาพ ต้นทุน การส่งมอบ ความปลอดภัยในการทำงาน ขวัญและกำลังใจของพนักงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม จริยธรรมในการทำงาน
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ที่ได้รับจากการดำเนินงานโครงการ SHAP โดยเฉพาะการพัฒนามาตรฐานองค์กรแห่งความสุข (มอส.) ซึ่งจะขยายผลส่งเสริมให้ SMEs ทั่วไทย มีแนวทางการดูแลคุณภาพชีวิตบุคลากรในองค์กรที่เป็นมาตรฐานร่วมกัน การดำเนินงานที่ผ่านมาเกิดผลลัพธ์ที่สำคัญ ได้แก่ วิสาหกิจเพื่อเป็นองค์กรต้นแบบด้านการสร้างสุขภาวะองค์กรและพัฒนาผลิตภาพ และส่งเสริมให้ SMEs นำหลักการสร้างสุขภาวะองค์กรไปประยุกต์ใช้ มีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกวิสาหกิจต้นแบบจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้ 4 เกณฑ์การคัดเลือก
1.กระบวนการทำงาน 2.คะแนนสุขภาวะองค์กร Happy Workplace วัดจากเครื่องมือ HAPPINOMETER เครื่องมือวัดความสุขด้วยตนเองของคนวัยทำงานทุกภาคส่วน ซึ่งศูนย์วิจัยความสุขคนทำงานแห่งประเทศไทย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำ 3.ศักยภาพในการพัฒนาผลิตภาพ 4.การนำเสนอจำนวน 57 แห่ง แบ่งเป็นระดับเพชร 3 รางวัล แพลทินัม 12 รางวัล ทอง 20 รางวัล ดีเด่น 2 รางวัล และรางวัลวิสาหกิจต้นแบบ สุขสร้างสรรค์ 20 รางวัล” นายใบน้อยเปิดเผย

นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. แสดงความเห็นว่า ความสุขเกี่ยวข้องกับสัมพันธภาพที่ดีภายในองค์กร สำคัญที่สุดยิ่งกว่ารางวัลใดๆ โดยเฉพาะการทำงานในภาค SMEs เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ประเทศไทยมีสถานประกอบการเกือบ 3 ล้านแห่ง กลุ่มใหญ่ที่สุดอยู่ในกลุ่ม SMEs หรือเกินกว่า 1 ใน 3 ของประเทศ คือ 35% สร้าง GDP ของประเทศ
สสส.มุ่งให้คนทำงานมีความสุขทั้ง 8 มิติ Happy ภายใต้นวัตกรรมแนวคิดองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) โดยเฉพาะกลุ่มสถานประกอบการ SMEs ที่มีจำนวนมากทั่วไทย สสส.สานพลัง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่าย ริเริ่มโครงการ SHAP ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งในระยะที่ 3 นี้มีสถานประกอบการเข้าร่วม 80 แห่งใน 34 จังหวัด ยกระดับเป็นสถานประกอบการวิสาหกิจต้นแบบ 57 แห่ง มีพนักงานรวม 18,689 คน พัฒนาเป็นเจ้าหน้าที่ SHAP Agents แกนนำสร้างสุขภาวะองค์กร 130 คน

“SHAP Agents คือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานส่งเสริมสุขภาพในองค์กร ร่วมพัฒนากิจกรรมที่ตอบโจทย์คนทำงาน เช่น กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน 8.25 ล้านบาท เลิกเหล้าได้ 154 คน ลด ละ เลิกบุหรี่ 107 คน ออมเงินได้ 37.7 ล้านบาท ที่สำคัญยังพัฒนาศูนย์สุขภาพดีวัยทำงานในสถานประกอบการ Wellness Center อีก 13 แห่งเป็นศูนย์กลางให้คำปรึกษา ส่งผลให้อัตราการลาป่วยลดลง 25.4% ลดค่าใช้จ่ายในการเบิกยา/ค่ารักษาพยาบาล 2.56 ล้านบาท พบค่าความสุขวัดจาก HAPPINOMETER ใน 8 มิติ ก่อนดำเนินงานอยู่ที่ 60.11% เพิ่มขึ้นเป็น 66.42% สำหรับระยะที่ 4 มุ่งพัฒนาศูนย์ Happy Workplace Center ให้บริการด้านวิชาการ แนวทางการสร้างองค์กรแห่งความสุข 5 แห่ง ภายในปี 2569 ผลักดันให้งานส่งเสริมคุณภาพชีวิตวัยทำงานในสถานประกอบการเป็นกลไกปกติที่อยู่คู่กับการสร้างสุขภาวะองค์กรในระยะยาว” นายพงษ์ศักดิ์ชี้แจง.
สถานประกอบรับรางวัลระดับเพชร โรงแรมอ่าวนางปริ้นซ์วิลล์ วิลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.กระบี่
กุสุมา กิ่งเล็ก เจ้าของกิจการ
รางวัลที่ได้รับเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันพัฒนางานบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝังเป็น DNA เพื่อให้เกิดความยั่งยืน สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี การสร้างเป้าหมายร่วมกันในการสร้างรีสอร์ตสุขภาพให้เป็นจริง พนักงานให้บริการอย่างสุภาพ การสร้างสถานประกอบการให้เป็น happy work place ให้ทุกคนรู้สึกได้ พนักงานจำนวน 55 คน แต่หลังจากโควิดพนักงานเหลือ 45 คน เพราะส่วนหนึ่งกลับไปทำงานเปลี่ยนอาชีพที่บ้านเกิดของตัวเอง
"สสส.จัดอบรมเรื่องสุขภาพจิตในการทำงาน บริษัทสร้างทีมทำงาน มีภาคีเครือข่าย ต้องยอมรับว่าคนทำงานโรงแรมมีความเครียดกันทุกคน เป็นความเครียดโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว เป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการกับความเครียดให้คลายลงได้ การทำสมาธิ การฝึกโยคะ การฝึกออมเงิน" กุสุมาเล่าถึงที่มาในการสร้างความสุขให้พนักงานในองค์กร ที่ผ่านมาบริษัทได้รับรางวัลมาแล้วถึง 23 รางวัล ทั้งรางวัลระดับ Global ระดับอาเซียน และในประเทศ รางวัล GHA Global Health Care A well Hotel เมื่อปี 2024 ทุกๆ 5 ปี รางวัล GBAC รางวัลกินรี 2023 เป็นรอบที่ 3.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Be Healthy More Productivity” เมื่อสุขภาพคนทำงาน คือคานงัดผลิตภาพประเทศ
วันที่ 30 เมษายนของทุกปี คือวันคุ้มครองผู้บริโภคไทย แต่ในปี 2569 วันดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาอีกมิติหนึ่งที่ลึกกว่าเรื่องสิทธิผู้บริโภค นั่นคือ “สิทธิในการมีสุขภาพที่ดีของคนทำงาน” เพราะในโลกความเป็นจริง
'เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ'ครั้ง25 สสส.จัดยิ่งใหญ่ ปลุกพลังขยับประเทศสู้NCDs
สสส. ร่วมกับสมาพันธ์เดินวิ่งฯ-ภาคี ใช้พลังศาสนา “ผลักดันคนไทยมีกิจกรรมทางกายสู้โรค NCDs” จัดกิจกรรม “เดิน-วิ่งสมาธิ วิสาขะ พุทธบูชา ถือศีลห้า ลด ละ อบายมุข ปี 2569 ” ครั้งที่ 25 พร้อมกัน70 พื้นที่ทั่วประเทศ ดีเดย์ 31 พ.ค. 2569 จุดกระแสเปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยลดเนือยนิ่ง วิ่งด้วยสติ“หยุดนิ่ง = เสี่ยงโรค ลุกวิ่ง = เปลี่ยนชีวิต”
ปลดล็อก “ความเหลื่อมล้ำ” ด้วยบ้านและครอบครัว นวัตกรรมเชิงนโยบายคืนศักดิ์ศรีคนไร้ที่พึ่ง สู่หลักประกันระยะยาวของสังคมไทย
ประเทศไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ จากสังคมสูงวัย อัตราการเกิดที่ลดลง และจำนวนกลุ่มเปราะบางที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาพของ “คนไร้ที่พึ่ง”
สสส. ผนึก 6 หน่วยงาน MOU ยกระดับสุขภาวะคนวัยทำงานไทย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) หนุนสถานประกอบการใช้แนวคิด “Happy Workplace” และเครื่องมือ “10 Packages Plus”
ขับเคลื่อนพื้นที่ตัวอย่าง “ปลอดเหล้า บุหรี่ พนัน” สร้างเกราะคุ้มกันเยาวชน...ด้วยพลังชุมชน
ปัญหายาเสพติดในไทยไม่ได้เริ่มที่ปลายทางของการปราบปราม แต่เริ่มตั้งแต่ต้นทางของ “ความเปราะบาง” ในครอบครัวและชุมชน ช่องว่างระหว่างวัย ความไม่เข้าใจกันของพ่อแม่ลูก ครูศิษย์
ผงะ! คนไทยเกือบ 2 ล้านติดบ่วงยาเสพติด หนุนรัฐผนึกชุมชนแก้ติดซ้ำ
6 อำเภอ จ.ขอนแก่น ผนึกกำลังสกัดยาเสพติด หลังพบถูกใช้ลำเลียงยาบ้าเข้าพื้นที่ รุกป้อง-ปราบ-บำบัด-ติดตาม ตัดวงจรเสพซ้ำ ด้าน สสส.เปิดข้อมูลสุดอึ้ง คนไทย 1.9 ล้านคนติดหนัก หนุนใช้สูตรชุมชนล้อมรักษ์ แก้ปัญหายั่งยืน ปักหมุด 5 จังหวัดไปต่อภายในปี 70

