ทั่วแผ่นดินไทยมีภูมิปัญญาหัตถศิลป์ที่ถูกถักทอขึ้นจากวิถีชีวิตของผู้คน และสืบสานต่อมาหลายชั่วอายุคน หนึ่งในนั้นคือ ผ้าไหมมัดหมี่จากบ้านดอนหลี่ จังหวัดมหาสารคาม ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประณีตงดงาม โดยเฉพาะ ลายสร้อยดอกหมาก ลวดลายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด
ผืนผ้าไหมจากชุมชนเล็กๆ แห่งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความงดงามของศิลปหัตถกรรมอีสาน หากยังเป็นเรื่องราวของการสืบสานภูมิปัญญา ภายใต้พระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตแก่ราษฎรในชนบท
ศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ จุดเริ่มต้นจากพระราชเสาวนีย์
โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร
โครงการนี้เกิดขึ้นจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านดอนหลี่ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535
ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้น พระองค์ทอดพระเนตรเห็นความยากลำบากของราษฎรในพื้นที่ จึงพระราชทานเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ยากจน เพื่อนำไปเป็นทุนในการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหม เพื่อสร้างอาชีพเสริมและเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว
พร้อมกันนั้นยังมีพระราชเสาวนีย์ให้รับราษฎรในพื้นที่เข้าเป็นสมาชิกของโครงการส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อฝึกทักษะการทอผ้าไหมอย่างเป็นระบบ
ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547 พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับมาทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการอีกครั้ง นับเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านยังคงมุ่งมั่นสืบสานงานหัตถศิลป์มาจนถึงปัจจุบัน
“สร้อยดอกหมาก” ลวดลายแห่งเมืองมหาสารคาม
ผ้าไหมที่มีชื่อเสียงของบ้านดอนหลี่คือ ผ้าไหมมัดหมี่ลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งถือเป็นลายผ้าประจำจังหวัดมหาสารคาม ลวดลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกของต้นหมาก ที่มีลักษณะกลีบเล็กเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อย่างงดงาม เมื่อถ่ายทอดลงบนผืนผ้าไหมผ่านเทคนิคการมัดหมี่ จึงเกิดเป็นลวดลายที่มีจังหวะซ้ำอย่างประณีต อ่อนช้อยและมีมิติ ผืนผ้าไหมจากบ้านดอนหลี่ยังได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพและความคุ้มค่า จนกลายเป็นหนึ่งในของดีที่สะท้อนเสน่ห์ของผ้าทออีสานได้อย่างงดงาม
“มะลิร้อยรัก” ลายผ้าเฉลิมพระเกียรติ
นอกจากลายดั้งเดิมแล้ว กลุ่มทอผ้าไหมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ยังได้พัฒนาลวดลายใหม่ ๆ เพื่อสืบสานงานหัตถศิลป์ให้ร่วมสมัย หนึ่งในลายสำคัญคือ ลายมะลิร้อยรัก ซึ่งเป็นลายมัดหมี่ที่ประยุกต์ขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความกตัญญู และความรักอันมั่นคง เมื่อถ่ายทอดลงบนผืนผ้าไหม จึงเปรียบเสมือนการร้อยเรียงความรักและความผูกพันของผู้คนในชุมชนที่มีต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
“ดาวล้อมเดือน” แรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามค่ำคืน
อีกหนึ่งลวดลายที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย คือ ลายดาวล้อมเดือน ภูมิปัญญาการทอผ้าของสตรีอีสานมักผูกพันกับวิถีชีวิตประจำวัน กลางวันผู้หญิงจะทำไร่ทำนา ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ตกกลางคืนจึงนั่งมัดหมี่และทอผ้า ในคืนเดือนเพ็ญที่ท้องฟ้าสว่างด้วยแสงจันทร์ ช่างทอมักเงยหน้ามองดวงดาวที่รายล้อมดวงเดือนด้วยความรู้สึกอบอุ่นและสงบใจ ภาพนั้นจึงถูกถ่ายทอดเป็น ลวดลายดาวล้อมเดือน เปรียบเสมือนความรัก ความห่วงใยของแม่ที่มอบให้กับลูกหลาน ผ่านผืนผ้าไหมที่ทอขึ้นด้วยมือ
กว่าจะเป็นผ้าไหมหนึ่งผืน
ผ้าไหมหนึ่งผืนไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจากการทอ แต่ผ่านกระบวนการที่ละเอียดอ่อนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
เริ่มต้นจากการปลูกต้นหม่อน เพื่อนำใบมาเป็นอาหารของหนอนไหม วงจรชีวิตของหนอนไหมใช้เวลาประมาณ 45–52 วัน ตั้งแต่ฟักออกจากไข่ ลอกคราบ เติบโต จนกระทั่งสร้างรังไหม เมื่อได้รังไหมแล้วชาวบ้านจะนำไปต้มและสาวเส้นไหม ออกมาเป็นเส้นใยยาวซึ่งบางรังสามารถสาวเส้นไหมได้ยาวถึง 350–1,200 เมตร จากนั้นนำเส้นไหมไปฟอก ย้อมสี มัดหมี่ตามลวดลายที่ออกแบบไว้ สีที่ใช้ในอดีตมักมาจากธรรมชาติ เช่น สีแดงจากครั่ง สีเหลืองจากแก่นไม้ สีน้ำเงินจากคราม สีดำจากมะเกลือ ขั้นตอนสุดท้ายคือ การทอผ้า โดยใช้กี่ทอผ้าพื้นบ้าน ช่างทอจะสอดกระสวยไปมาทีละเส้น สร้างลวดลายและเนื้อผ้าที่งดงาม ทุกขั้นตอนต้องอาศัยความอดทน ความชำนาญ และสมาธิสูงจึงจะได้ผ้าไหมที่มีสีสันและลวดลายสมบูรณ์
มรดกภูมิปัญญาที่สืบทอดผ่านกาลเวลา
การทอผ้าไหมของชาวอีสานถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ผ้าแต่ละผืนจึงไม่ใช่เพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่เป็นเรื่องราวของวัฒนธรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คน สำหรับชุมชนบ้านดอนหลี่ ผ้าไหมไม่ได้เป็นเพียงอาชีพ หากเป็นความภาคภูมิใจของชุมชน และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
จากพระเมตตาที่ทรงส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎรในวันนั้น วันนี้ผ้าไหมมัดหมี่จากโครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ จึงยังคงเปล่งประกายความงดงาม และบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนแห่งมหาสารคาม ผ่านทุกเส้นใยบนผืนผ้า
ข้อมูล โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากหมอนขิดสู่ครูหลวง เส้นไหมแห่งพระเมตตา
บ้านหนองอ้อ จังหวัดอุดรธานี มีบ้านหลังหนึ่งที่เสียงฟืมกระทบกันไม่เคยเงียบหาย สำหรับที่นี่การทอผ้า คือ ส่วนหนึ่งของ “ชีวิต” ของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้เริ่มต้นจับกี่ทอผ้าตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และเติบโตมากับเส้นไหมและความอยู่รอดของครอบครัว เธอคือ แม่ครูหลวงสุนา ศรีบุตรโคตร หนึ่งใน “ทหารเสือราชินีแห่งวงการผ้าไหมไทย”
บ้านหนองบ่อ : ถักทอเส้นไหม สู่ลวดลาย 'ปราสาทผึ้ง' และ 'จกดาว' อัตลักษณ์แห่งเมืองอุบล
ณ ลุ่มน้ำมูลของจังหวัดอุบลราชธานี มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ยังคงรักษาศิลปะการทอผ้าไหมจากรุ่นสู่รุ่น นั่นคือ “บ้านหนองบ่อ” แหล่งทอผ้าไหมพื้นบ้านที่โดดเด่นด้วยลวดลาย “ปราสาทผึ้ง” และ “หัวซิ่นจกดาว” อันเป็น อัตลักษณ์สำคัญของเมืองอุบล
ชุดไทยพระราชนิยม : มรดกแผ่นดิน ภูษาแห่งพระราชปณิธาน
ในห้วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์ไทย ภาพจำที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของพสกนิกร คือ พระสิริโฉมอันสง่างามของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฉลองพระองค์ชุดไทยที่วิจิตรบรรจง ความงดงามนี้มิใช่เพียงเรื่องของแฟชั่นหรืออาภรณ์ภายนอก หากแต่เป็นผลึกทางปัญญาที่กลั่นกรองจากพระราชหฤทัยอันรักชาติ เพื่อสร้าง "ตัวตน" และ "ศักดิ์ศรี" ของความเป็นไทยให้ปรากฏชัดแก่สายตาอารยประเทศ
'นายกฯอิ๊งค์' สวมผ้าไหมไทย ถก 'ปธน.เปรู' ผลักดัน FTA ให้เสร็จปี 68
นายกฯ สวมผ้าไหมไทยศูนย์ศิลปาชีพ ถก 'ประธานาธิบดีเปรู' ผลักดันการเจรจา FTA ให้เสร็จภายในปี 68 ปลี้ม Softpower หนังไทย เพลงไทย ฮิตในเปรู
'ชัย' ร่ายยิบภารกิจ 'เศรษฐา' ทัวร์ 'มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด'
นายกฯ เตรียมตรวจราชการ จ.มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด ติดตามปัญหายาเสพติด หนี้นอกระบบ พร้อมรับฟังปัญหา พบปะประชาชน 5 - 6 พ.ค.นี้


