จากหมอนขิดสู่ครูหลวง เส้นไหมแห่งพระเมตตา

บ้านหนองอ้อ จังหวัดอุดรธานี มีบ้านหลังหนึ่งที่เสียงฟืมกระทบกันไม่เคยเงียบหาย สำหรับที่นี่การทอผ้า คือ ส่วนหนึ่งของ “ชีวิต” ของผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้เริ่มต้นจับกี่ทอผ้าตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ และเติบโตมากับเส้นไหมและความอยู่รอดของครอบครัว เธอคือ แม่ครูหลวงสุนา ศรีบุตรโคตร หนึ่งใน “ทหารเสือราชินีแห่งวงการผ้าไหมไทย”

จุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต เกิดขึ้นในวันที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมายังพื้นที่ในวันนั้น แม่ครูสุนาได้นำ “หมอนขิด” ที่ทอด้วยมือไปถวาย ด้วยความเชื่อของคนโบราณว่าหมอนเป็นของสูงและเป็นสิริมงคล แม่ครูหลวงสุนาเล่าว่า “คนสมัยเก่าเค้าบอกว่าถ้ามีผู้ใหญ่มาหา ต้องให้หมอนซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นของสูง แม่เองก็ถวายหมอนขิดให้แด่พระองค์ท่าน” สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ได้เป็นแค่เพียงการรับของถวาย แต่คือ จุดเปลี่ยนด้านการทอผ้าของแม่ครูหลวงสุนา ที่พระองค์ทรงมองเห็นถึงฝีมือ การทอจากลวดลายของหมอนขิด แม่ครูหลวงสุนาเล่าต่อว่า “พระองค์ท่านทรงแนะนำให้ทอผ้าไหมแบบผืน โดยให้นำลวดลายจากหมอนขิดมาใช้ทอ” และทรงพระราชทานเส้นไหมให้แม่ครูหลวงสุนาและชาวบ้านเพื่อนำไปทอผ้า พระมหากรุณาธิคุณในครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เกิดการทอผ้าขิดไหมอย่างจริงจัง และหลังจากนั้นก็พยายามทอผ้าตามที่พระองค์ท่านมีพระราชเสาวนีย์

ผ้าขิดไหม…ลวดลายที่ใช้หัวใจทอ

ผ้าขิดไหม เป็นงานที่ต้องอาศัยความชำนาญสูงตั้งแต่การออกแบบลาย การเก็บลาย ไปจนถึงการทอที่ต้องแม่นยำในทุกจังหวะ แม่ครูสุนาอธิบายว่า “กว่าจะทำลวดลายได้ จะต้องแกะลวดลายได้ แล้วจึงเอาลายมาใส่ในฟืม แล้วก็นำมาตกแต่งอีก ถ้าตรงไหนผิดก็ต้องแต่งต้องแก้จนลวดลายถูกต้องทุกตาขิด” ความละเอียดเหล่านี้ ทำให้ผ้าขิดไหมหนึ่งผืนเต็มไปด้วยคุณค่าและเรื่องราว เมื่อผ้าผืนแรกถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ทรงพิจารณาอย่างละเอียด แม่ครูหลวงสุนาเล่าว่า “พระองค์ท่านทรงนำผ้าของแม่ไปทอดพระเนตร แล้วเดินออกไปกับนายทหาร ไปคลี่ผ้ากางออกทั้งผืน เอาไฟไปส่องที่ผ้า” หลังจากนั้นทรงตรัสคำที่เปลี่ยนชีวิตของแม่ครูไปตลอดกาล ท่านทรงตรัสว่า “เป็นครูหลวงได้แล้ว” และยังทรงมีพระราชดำรัสชื่นชมว่า “ผ้าสวยมาก…ผ้าผืนนี้เป็นผ้าขิดไหมผืนแรก” จากชาวบ้านธรรมดาทำให้กลายเป็น “ครูหลวง” ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับกลุ่มทอผ้าทั่วไทย

ลวดลายแห่งคุณค่า และการต่อยอด

ผ้าขิดไหมแห่งบ้านหนองอ้อ จังหวัดอุดรธานี มีลวดลายหลากหลาย อาทิ ลายสมเด็จ ลายประแจจีน และลายดอกพุดตานที่ยังคงใช้วิธีการย้อมสีจากธรรมชาติ ด้วยความโดดเด่นของลวดลายและสีสันที่ประณีตของผ้าขิดไหมฝีมือของแม่ครูหลวงสุนา ทำให้เกิดความภาคภูมิใจของครอบครัวอีกครั้ง เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงนำผ้าลายสมเด็จที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติเป็นสีเม็ดมะขาม    สีแดงตัดเป็นชุดฉลองพระองค์ ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

การสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ภูมิปัญญาการทอผ้าขิดไหมไม่ได้หยุดอยู่เพียงรุ่นเดียว หากแต่ค่อย ๆ ซึมซับและได้รับการถ่ายทอด จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านวิถีชีวิตประจำวันของคนในครอบครัว ครูแจ๋ว วารุณี ศรีบุตรโคตร ทายาทคนเล็ก เล่าย้อนถึงช่วงวัยเยาว์ว่า “ตอนเด็ก ๆ ก็ช่วยแม่ปั่นไหม แลกค่าขนมไปโรงเรียน ค่อย ๆ เรียนรู้ทีละนิด” จากการนั่งปั่นไหมอยู่ข้างกี่ทอผ้าเริ่มจากการจับเส้นไหม ค่อย ๆ เรียนรู้ขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการฟอกไหม ย้อมสี และเก็บลวดลายขิดทีละช่อง สิ่งที่เริ่มต้นจาก “การช่วยแม่” ในวันนั้น ค่อย ๆ หล่อหลอมให้มีความเชี่ยวชาญที่ติดตัว จนในวันนี้ เส้นไหมที่เคยปั่นเพื่อแลกค่าขนมได้กลายเป็นเส้นทางอาชีพ และเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ยังคงสืบต่อไป

เส้นไหมที่ถักทอชีวิตและแผ่นดิน

แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปแต่ความทรงจำยังคงอยู่ในหัวใจของผู้คน แม่ครูหลวงสุนา กล่าวพร้อมยกมือขึ้น “ขอบคุณพระองค์ท่านทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่เกิดมาแล้วมีบุญได้อยู่ใกล้เบื้องพระยุคลบาท” คำพูดเรียบง่าย   แต่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อชีวิตของชาวบ้าน จากหมอนขิดใบเล็ก ๆ ในวันนั้นสู่การเป็นครูหลวง ผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาผ้าขิดไหมบ้านหนองอ้อ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของชีวิต ชุมชน และพระเมตตา สะท้อนถึง เส้นไหมทุกเส้นที่ถักทอเรื่องราว…ให้คงอยู่ต่อไปไม่รู้จบ

ข้อมูล

1.แม่ครูหลวงสุนา  ศรีบุตรโคตร

  1. https://www.facebook.com/qsmtthailand/
  2. https://www.thairath.co.th/news/local/1906957

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จากพืชป่าสู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน : พระราชดำริฟื้นชีวิต “ย่านลิเภา”

กระเป๋าย่านลิเภา คือ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ถือกำเนิดจากธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ย่านลิเภา เป็นพืชเถาตระกูลเฟิร์นที่ขึ้นเองตามป่าดิบชื้น มี

งานศิลป์ภูมิปัญญาไทย ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร จากผืนดินที่แห้งแล้ง สู่แหล่งสร้างคุณค่าด้วยงานศิลป์แห่งอีสาน

เมื่อปี พ.ศ. 2525 บ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านขาดแคลนน้ำและรายได้ การดำรงชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะแห่งสุไหงโก-ลก Soloma Patek จ.นราธิวาส พระราชปณิธานแห่งการรักษาผืนผ้าไทย สู่การต่อยอดงานปาเต๊ะร่วมสมัย

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศ

เสน่ห์งานศิลป์แห่งทักษิณราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส

ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะเป็นดินแดนที่มีความลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจาก

ไหมอีรี่ หนึ่งเดียวในภาคใต้ จากพระราชดำริสู่พระราชปณิธานที่สืบสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส

กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก

จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส

พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุค