
จังหวัดเพชรบุรี เมืองเก่าแก่ที่เคยเป็นทั้งเมืองหน้าด่านและเมืองที่พระมหากษัตริย์หลายพระองค์เสด็จประพาส ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ความเจริญรุ่งเรืองของเพชรบุรีได้หล่อหลอมให้เกิดศิลปวัฒนธรรมอันงดงามที่สืบทอดต่อกันมาอย่างไม่ขาดสาย
ท่ามกลางมรดกทางศิลปะมากมาย “ปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร” นับเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้จังหวัดเพชรบุรีได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองช่างแห่งสยาม” เมืองที่ฝีมือช่าง และศรัทธาในศิลปะผสานกันอย่างลึกซึ้ง ศิลปะปูนปั้นของเมืองเพชรบุรีนั้นเปรียบเสมือน “อยุธยาที่ยังมีชีวิต” จากการถ่ายทอดความประณีตของช่างโบราณผ่านลวดลายที่พลิ้วไหว งดงาม และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณแห่งศิลป์
อัตลักษณ์แห่งสกุลช่างเมืองเพชร
หัวใจสำคัญของงานปูนปั้นเมืองเพชร คือการใช้ “ปูนตำ” หรือ “ปูนสด” ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ส่วนผสมประกอบด้วย ปูนขาว ทราย และกระดาษที่โขลกเข้าด้วยกัน ก่อนผสมกับน้ำตาลโตนดอันเป็นผลผลิตพื้นถิ่นของเพชรบุรี ทำให้เนื้อปูนมีความเหนียว นุ่มเนียน และทนทานเป็นพิเศษ
เมื่ออยู่ในมือของช่างผู้ชำนาญ เนื้อปูนสดจะถูกปั้นแต่งอย่างรวดเร็วในขณะที่ยังไม่แห้ง เกิดเป็นลวดลายอันวิจิตร ไม่ว่าจะเป็นลายกนก ลายกระจัง หรือรูปสัตว์หิมพานต์ที่ดูราวกับมีชีวิต เทคนิคการ “ปั้นสด” นี้ ต้องอาศัยทั้งความชำนาญ และจังหวะเวลา เพราะช่างต้องปั้นให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนที่ปูนจะแห้งแข็ง จึงนับเป็นทักษะเฉพาะตัวที่ทำให้งานปูนปั้นเมืองเพชรได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร
นอกจากความงดงามของรูปทรง ลวดลายปูนปั้นเมืองเพชรมักแฝงเรื่องราวของวิถีชีวิต คติธรรม หรือเหตุการณ์ในสังคม ทำให้งานศิลป์เหล่านี้มิใช่เพียงเครื่องประดับสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็น “เรื่องเล่า” ที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาของชุมชนผ่านกาลเวลา


จาก “สำนักช่างวัด” สู่ “บ้านครูช่างเมืองเพชร”
ในอดีต การเรียนรู้ศิลปะปูนปั้นมักเกิดขึ้นภายในสำนักช่างของวัด ซึ่งเป็นศูนย์กลางการสร้างสรรค์งานศิลป์ของชุมชน ทั้งยังเป็นแหล่งบ่มเพาะฝีมือ และจิตวิญญาณของช่างไทย แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป การถ่ายทอดองค์ความรู้ได้ขยายออกจากพื้นที่วัด สู่ “บ้านครูช่าง” ที่ทำหน้าที่สืบสานวิชา ถ่ายทอดประสบการณ์ และปลูกฝังความรักในงานศิลป์ให้แก่ลูกหลานและศิษย์รุ่นใหม่
หนึ่งในปรมาจารย์ผู้มีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ และสืบทอดศิลปะปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร คือ ครูทองร่วง เอมโอษฐ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะปูนปั้น) ผู้สืบสานทั้งเทคนิคการปั้นปูนสด การเขียนลาย และการออกแบบลวดลายไทยได้อย่างวิจิตรบรรจง
ครูทองร่วง มิได้ถ่ายทอดเพียงทักษะเชิงช่าง หากยังมุ่งปลูกฝัง “จิตวิญญาณของช่างศิลป์” แก่ลูกศิษย์จำนวนมาก ทำให้สายเลือดแห่งสกุลช่างเมืองเพชรยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบัน ผลงานปูนปั้นที่ปรากฏ ตามวัดวาอารามต่าง ๆ เช่น งานปูนสดในพระอุโบสถวัดมหาธาตุวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี ล้วนสะท้อนถึงความประณีตอ่อนช้อยของลวดลายไทย ไม่ว่าจะเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ลายกระจัง หรือลายกนก ที่พลิ้วไหวอย่างมีชีวิตชีวา
ถึงแม้ว่าครูทองร่วงได้ถึงแก่กรรมแล้ว เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566 ในวัย 80 ปี หากแต่ผลงาน ลายปูนปั้นโบราณเมืองเพชรของท่าน ยังคงเป็นมรดกทางศิลปะอันล้ำค่า ที่ได้รับการสืบทอด และส่งต่อไปสู่คนรุ่นหลังอย่างไม่สิ้นสุด


ศิลปะดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
แม้งานปูนปั้นจะถือกำเนิดจากสถาปัตยกรรมในทางศาสนา แต่ปัจจุบัน ช่างศิลป์เมืองเพชรได้ปรับตัวให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตสมัยใหม่ ลวดลายที่เคยปรากฏบนผนังวัด หรือหน้าบันพระอุโบสถ ถูกลดทอนรูปแบบและขนาดลง เพื่อสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย เช่น ของตกแต่งบ้านระดับพรีเมียม กรอบรูป หัวเสาจำลอง หรือโคมไฟที่ นำลายกนกใบเทศ และลายสัตว์หิมพานต์มาออกแบบใหม่ เครื่องประดับ และงานแฟชั่น การนำลวดลายปูนปั้น มาเป็นต้นแบบในการหล่อเงินหรือทองเหลือง เช่น จี้สร้อยคอ หรือเข็มกลัด การปรับตัวเช่นนี้ทำให้งานช่างดั้งเดิมก้าวสู่ทุนวัฒนธรรม ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
จากการชื่นชม สู่การลงมือสร้างสรรค์
อีกหนึ่งแนวทางในการสืบสานศิลปะปูนปั้น คือการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์การทำงานของช่างศิลป์ด้วยตนเอง กิจกรรม Workshop “ปั้นปูนสด” เปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้ลองตำปูน ผสมวัสดุ และปั้นลวดลายอย่างง่ายบนแผ่นไม้ ก่อนนำกลับบ้านเป็นของที่ระลึก จากการ “ยืนชมงานศิลป์” จึงกลายเป็นการ “มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ผลงาน” ซึ่งช่วยเพิ่มคุณค่าและความเข้าใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น


มรดกศิลป์ที่ยังคงมีลมหายใจ
ศิลปะปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชร จึงมิใช่เพียงงานตกแต่งสถาปัตยกรรม หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนทั้งความประณีต ความศรัทธา และภูมิปัญญาของช่างไทย
จากรุ่นครูสู่ศิษย์ จากวัดสู่ชุมชน และจากอดีตสู่อนาคต ลวดลายปูนปั้นเหล่านี้ ยังคงดำรงอยู่เป็นเสมือน “ลมหายใจของสกุลช่างเมืองเพชร” ที่บอกเล่าเรื่องราวของศิลปะไทยให้โลกได้ชื่นชมต่อไป
แหล่งอ้างอิง https://th-th.facebook.com/suny.kar.reiyn.ru.ngan.pun.pan.ban.thxng/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากพืชป่าสู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน : พระราชดำริฟื้นชีวิต “ย่านลิเภา”
กระเป๋าย่านลิเภา คือ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ถือกำเนิดจากธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ย่านลิเภา เป็นพืชเถาตระกูลเฟิร์นที่ขึ้นเองตามป่าดิบชื้น มี
งานศิลป์ภูมิปัญญาไทย ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร จากผืนดินที่แห้งแล้ง สู่แหล่งสร้างคุณค่าด้วยงานศิลป์แห่งอีสาน
เมื่อปี พ.ศ. 2525 บ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านขาดแคลนน้ำและรายได้ การดำรงชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะแห่งสุไหงโก-ลก Soloma Patek จ.นราธิวาส พระราชปณิธานแห่งการรักษาผืนผ้าไทย สู่การต่อยอดงานปาเต๊ะร่วมสมัย
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศ
เสน่ห์งานศิลป์แห่งทักษิณราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส
ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะเป็นดินแดนที่มีความลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจาก
ไหมอีรี่ หนึ่งเดียวในภาคใต้ จากพระราชดำริสู่พระราชปณิธานที่สืบสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส
กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก
จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส
พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุค

