
เรื่องเล่าจากเกาะกลางเจ้าพระยา
กลางลำน้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดนนทบุรี มีเกาะเล็ก ๆ ที่ยังคงเสน่ห์ของวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้อย่างน่าหลงใหล นั่นคือ เกาะเกร็ด ชุมชนเก่าแก่ของชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ต่อเนื่องถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สิ่งที่ชาวมอญนำติดตัวมาด้วย ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรม แต่คือ “ภูมิปัญญา” โดยเฉพาะการทำเครื่องปั้นดินเผา เมื่อพวกเขาค้นพบว่าดินเหนียวบนเกาะแห่งนี้มีคุณสมบัติเหมาะกับการปั้น จึงเริ่มสร้างสรรค์ภาชนะต่าง ๆ ขึ้นเป็นอาชีพหลัก จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ลวดลายบนผืนดินยังคงบอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมมอญที่หยั่งรากลึกอยู่บนเกาะแห่งนี้อย่างงดงาม

อัตลักษณ์ภูมิปัญญาเครื่องปั้นดินเผามอญ
เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร จุดเด่น คือ การไม่เคลือบผิว ทำให้เห็นสีส้มแดงธรรมชาติของดินที่ผ่านการเผา ช่างปั้นยังคงใช้แป้นหมุนแบบดั้งเดิมในการขึ้นรูป ก่อนนำไปเผาในเตาโบราณที่เรียกว่า “เตาหลังเต่า” ซึ่งสร้างจากอิฐมอญ เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ลวดลายบนชิ้นงาน เกิดจากการแกะสลักและฉลุอย่างประณีต จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็จำได้ นอกจากนี้ สีของชิ้นงานยังสะท้อนเทคนิคการเผา หากเผาแบบทั่วไปจะได้สีส้มแดง แต่ถ้าเผาด้วยแกลบจะได้สีดำเข้มที่งดงาม และมีเสน่ห์ ไปอีกแบบ
การสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น
ภูมิปัญญาการปั้นดินของชาวมอญที่เกาะเกร็ด ไม่ได้หยุดอยู่แค่เทคนิคการทำงาน แต่ยังส่งต่อจิตวิญญาณของช่างจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันยังมีครูช่างและปราชญ์ท้องถิ่นที่คอยถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นใหม่ เช่น พงษ์พันธุ์ ไชยนิล หรือ ครูจ๊อด ผู้พัฒนาลวดลายให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรักษารากเดิมของช่างมอญไว้อย่างครบถ้วน การสืบทอดเช่นนี้ทำให้งานเครื่องปั้นดินเผาไม่ได้เป็นเพียงงานหัตถศิลป์ในอดีต แต่ยังคงเติบโตและปรับตัวไปพร้อมกับยุคสมัยปัจจุบัน

จากภูมิปัญญาชุมชน สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ในอดีต เครื่องปั้นดินเผาถูกใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น โอ่งน้ำ อ่าง กระถาง หรือครก แต่เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ช่างในชุมชนก็ปรับตัวอย่างน่าสนใจ โดยนำลวดลายดั้งเดิมมาสร้างสรรค์เป็นสินค้าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ ชุดน้ำชา เครื่องประดับ หรือของตกแต่งบ้านที่ตอบโจทย์คนยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ เกาะเกร็ด ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์จริง ผ่านกิจกรรม Workshop ให้นักท่องเที่ยวได้ลองปั้นดินด้วยตนเองบนแป้นหมุน ที่ทั้งสนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน ผู้เข้าร่วมยังสามารถฝากผลงานไว้เผาและให้จัดส่งภายหลังได้อีกด้วย
อีกก้าวสำคัญ คือ การได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่า และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน “หม้อน้ำลายวิจิตร” ยังได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรีอีกด้วย

ปั้นอนาคตจากรากเหง้าวัฒนธรรม
วันนี้ เครื่องปั้นดินเผามอญเกาะเกร็ดจึงไม่ใช่แค่งานหัตถศิลป์พื้นบ้าน แต่กลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สร้างทั้งรายได้ และอัตลักษณ์ให้กับชุมชน แม้โลกจะหมุนไปอย่างรวดเร็ว แต่ตราบใดที่คนในชุมชนยังคงรักษา ภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้ พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ งานศิลป์จากดินเหนียวของเกาะเกร็ด ก็จะยังคงมีชีวิต และเล่าเรื่องราวของชุมชนแห่งนี้ต่อไป อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

เครดิต ขอขอบคุณ คุณพงษ์พันธุ์ ไชยนิล หรือครูจ๊อด จากบ้านดินมอญ เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี
อ้างอิง
1.https://archive.sacit.or.th/creator/155
2.https://www.facebook.com/panchanilpottery/
3.https://www.facebook.com/baandinmon/
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จากพืชป่าสู่ศิลป์แห่งแผ่นดิน : พระราชดำริฟื้นชีวิต “ย่านลิเภา”
กระเป๋าย่านลิเภา คือ หนึ่งในงานหัตถศิลป์ชั้นสูงของไทยที่ถือกำเนิดจากธรรมชาติและภูมิปัญญาชาวบ้านภาคใต้ ย่านลิเภา เป็นพืชเถาตระกูลเฟิร์นที่ขึ้นเองตามป่าดิบชื้น มี
งานศิลป์ภูมิปัญญาไทย ศูนย์ศิลปาชีพบ้านกุดนาขาม จ.สกลนคร จากผืนดินที่แห้งแล้ง สู่แหล่งสร้างคุณค่าด้วยงานศิลป์แห่งอีสาน
เมื่อปี พ.ศ. 2525 บ้านกุดนาขาม จังหวัดสกลนคร ยังเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก การทำนาไม่ได้ผล ชาวบ้านขาดแคลนน้ำและรายได้ การดำรงชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก ในปีนั้นพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะแห่งสุไหงโก-ลก Soloma Patek จ.นราธิวาส พระราชปณิธานแห่งการรักษาผืนผ้าไทย สู่การต่อยอดงานปาเต๊ะร่วมสมัย
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูผ้าไทยจากทุกภูมิภาคของประเทศ
เสน่ห์งานศิลป์แห่งทักษิณราชนิเวศน์ ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส
ตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากจะเป็นดินแดนที่มีความลากหลายทางวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างต่อเนื่องจาก
ไหมอีรี่ หนึ่งเดียวในภาคใต้ จากพระราชดำริสู่พระราชปณิธานที่สืบสาน ณ ศูนย์ศิลปาชีพภูเขาทอง จังหวัดนราธิวาส
กว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา "ศูนย์ศิลปาชีพ" ทั่วประเทศได้ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ฝึกอาชีพ หากแต่เป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ช่วยเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของประชาชนจำนวนมาก
จากปลายด้ามขวาน สู่เสน่ห์ผ้าบาติกไทย จ.นราธิวาส
พระวิสัยทัศน์ด้านการอนุรักษ์และต่อยอดผ้าไทยของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นับเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ชุมชนผ้าไทยทั่วประเทศพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ผลงานร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ยุค

