รัฐต้องลุยส่งออกธุรกิจบันเทิง

เห็นข่าวที่วัยรุ่นชาวเม็กซิกันมารวมตัวต้อนรับศิลปิน 4 MIX จากประเทศไทย เต็มแน่นลานการแสดงจนเบียดเสียดไม่ต่ำกว่า 2-3 พันคน นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและดีใจมากๆ เพราะนี่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการบันเทิงไทย ที่สามารถส่งออกคอนเทนต์แบบใหม่ๆ ไปตีตลาดในต่างประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างภาพยนตร์และละครนั้นถือเป็นตัวบุกเบิกในการตีตลาดต่างประเทศมาก่อนนับสิบปี แต่ล่าสุดจากปรากฏการณ์ดังกล่าวเริ่มเห็นสัญญาณที่ดี ที่วงการดนตรีและเพลงของไทยเริ่มได้รับความนิยมในระดับนานาชาติ ซึ่งก็ทราบกันดีว่าตลาดเพลงนั้นประสบความสำเร็จในตลาดอินเตอร์ได้ยากกว่าหนังหรือละครมาก เพราะมีอุปสรรคทางด้านภาษาอยู่ เพราะพื้นฐานของคนทำเพลงนั้นเน้นทำให้คนไทยฟังกันเอง แต่การได้เห็นเพลงไทยได้รับความนิยมในต่างแดน จึงนับเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก

นี่ถือเป็นการจุดประกายที่สำคัญ ในการสร้างสินค้าส่งออกรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นการส่งออกทางวัฒนธรรม ถือเป็นการลงทุนที่ต่ำ ใช้ทรัพยากรน้อย แต่เน้นไปที่ความคิดสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าสูง ทั้งนี้ หากไทยสามารถส่งออกสินค้าทางความบันเทิงได้ เหมือนที่ทางเกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่นทำ จะยิ่งส่งผลดีทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปใช้ สินค้าไทยที่จะตีตลาดต่างประเทศง่ายขึ้น รวมถึงการเพิ่มการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์สิ่งที่ต้องชื่นชมเป็นพิเศษคือ ท่านทูต 'ไพศาล หรูพาณิชยกิจ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเม็กซิโก ที่ส่งเสริมได้ถูกจุด หลังจากเห็นข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมในเรื่องความบันเทิงไทยในประเทศแถบลาตินอเมริกา ก็เริ่มเดินหน้าช่วยเอกชนโปรโมตทันที นับเป็นวิสัยทัศน์ที่มองขาด และยังทำหน้าที่ในการช่วยโปรโมตไทยได้อย่างถูกทาง หากได้เข้าไปติดตามหน้าเพจของสถานทูตเม็กซิโก ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าบันเทิงจากไทยต่อเนื่อง

นี่ถือเป็นการเจาะตลาดที่ได้ผล เพราะทางสถานทูตนั้นมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยต่อเนื่อง มีการเปิดให้แข่งขันร้องเพลงไทย และกิจกรรมส่งเสริมความเป็นไทยอีกมากมาย ซึ่งนี่ถือเป็นการใช้ซอฟต์เพาเวอร์ในการแทรกซึมตลาด ซึ่งถือว่าเรื่องนี้ทางสถานทูตประเทศอื่นๆ รวมถึงรัฐบาลจะต้องกลับมาให้ความสำคัญกับการส่งออกทางวัฒนธรรมที่มากขึ้น

เพราะจริงๆ แล้วอุตสาหกรรมบันเทิงไทยไม่ได้ตีตลาดในแถบลาตินเท่านั้น แต่ในปัจจุบันกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเกือบทุกชาติก็เริ่มตกหลุมสื่อบันเทิงไทย ไม่นับรวมญี่ปุ่น จีน หรือแม้กระทั่งเกาหลี รวมไปถึงในเอเชียใต้ อย่างอินเดียและศรีลังกา ที่ก็ติดตามสื่อบันเทิงไทยเช่นกัน ดังนั้นจึงบอกได้ว่าตลาดยังเปิดกว้างอยู่มากทีเดียว

แต่สิ่งที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมบันเทิงของไทยขยายตัวไปได้ ไม่ใช่แค่เพียงการลงทุนและการทำตลาดของภาคเอกชนเท่านั้น รัฐบาลจะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญมากที่สุด ซึ่งจะต้องทำตัวเป็นโต้โผใหญ่ในการสนับสนุนทุกช่องทางให้ภาคเอกชนเดินหน้าไปต่อ

ไม่ว่าจะเปิดเรื่องงบสนับสนุน, การเจาะตลาด หรือสร้างกิจกรรมโปรโมต ดังจะเห็นโมเดลอย่างประเทศเกาหลีใต้ ที่มีเจ้าภาพดูแลในเรื่องการส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีอย่างครบวงจร อย่าง สถาบัน ‘The Korea Creative Content Agency’ หรือ ‘KOCCA’ ซึ่งมีหน้าที่ออกกฎระเบียบที่คุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนาเทคโนโลยี สนับสนุนภาคเอกชนโดยเฉพาะรายเล็กๆ ในการจัดตั้งธุรกิจด้านเนื้อหาวัฒนธรรม รวมทั้งยังร่วมลงทุนและให้กู้ หน้าที่ของ KOCCA ยังครอบคลุมไปถึงการสนับสนุนการขยายตลาดวัฒนธรรมไปยังต่างประเทศเพื่อเป็นธุรกิจ โดยปัจจุบัน KOCCA ได้ให้การส่งเสริมธุรกิจที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมอยู่ 12 ธุรกิจ ได้แก่ ระบบโทรทัศน์คลื่นดิจิทัล (Broardcasting), เพลง (Music), เกม (Game), การ์ตูน (Comics), ภาพเคลื่อนไหว (Animation), คาแร็กเตอร์ (Character licensing), แฟชั่น (Fashion), การขยายไปยังต่างประเทศ (Overseas expansion), เทคโนโลยีวัฒนธรรม (Culture Technology R&D), การสร้างเนื้อหา สำหรับคนรุ่นหลัง (Next-generation content), การพัฒนาทรัพยากรบุคคล (Human Resource Development), การสร้างศูนย์สนับสนุนและเรียนรู้ด้านธุรกิจ (CKL Business support center & Academy)

เมื่อมีเคสให้เรียนรู้ เราเชื่อแน่ว่า เรื่องของความบันเทิง และความคิดสร้างสรรค์ของไทยนั้นไม่แพ้ใคร คนไทยมีดีเอ็นเอของความเป็นศิลปินเต็มเปี่ยม เห็นได้จากสถาปัตยกรรม, อาหาร, ศิลปะการต่อสู้ รวมถึงการ ร้อง เล่น เต้น ไทยเราถือว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้นถ้าส่งเสริมถูกทาง ธุรกิจความบันเทิงของไทยมีสิทธิ์ขึ้นไปสูสีกับยักษ์ใหญ่ของเอเชีย อย่างเกาหลี จีน ญี่ปุ่นได้

เชื่อเถอะว่า ถ้าสามารถใช้ซอฟต์เพาเวอร์ที่มีเสน่ห์แบบไทยๆ ได้ ประเทศของเราจะได้รับประโยชน์อีกมหาศาลเลยทีเดียว.

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด 5 จุดล็อก SME ไทย

วันนี้โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างรวด เร็วมาก ทั้งภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยน แปลงทางเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทยที่มีจำนวนกว่า 3.28 ล้านราย ขับเคลื่อนGDP ถึง 35%และจ้างงานคนไทยถึง 13.6 ล้านคน หรือมากกว่า 99.5%ของธุรกิจทั้งประเทศ จึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ประกอบการเผชิญหน้ากับพายุเศรษฐกิจโลกเพียงลำพังได้ เราต้องการเปลี่ยนมุมมองระดับโลกให้กลายมาเป็นแนวทางที่นำมาลงมือปฏิบัติจริงได้ในท้องถิ่น เพื่อยกระดับความยืดหยุ่นและการเติบโตที่สมดุล

AI ยิ่งเก่ง...คนมีประสบการณ์ยิ่งได้เปรียบ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนอย่างรวดเร็ว งานที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงสามารถสรุป วิเคราะห์

‘หนี้สูง-ศก.เปราะบาง’ฉุดฝันมีบ้าน!?!?

‘บ้าน’ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อยู่อาศัย แต่ยังสะท้อนถึงคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความหวังของผู้คนในการสร้างอนาคตของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองกลับกลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากขึ้นสำหรับประชาชนจำนวนไม่น้อย ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและปัจจัยรอบด้านที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย

‘พลังงาน-Ai'แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน

นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์

ไทยปักหมุดฮับเวลเนสโลก

ปัจจุบันกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกายและใจควบคู่ไปกับการพักผ่อน

เพิ่มสภาพคล่อง ใช้สินเชื่ออย่างฉลาด

SME หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่มาจากฐานรากหรือประชาชนคนทั่วไปที่ประกอบธุรกิจ ซึ่งเป็นอีกภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทย ซึ่งมูลค่าทางเศรษฐกิจของ SME ต่อ GDP ประเทศมีมากกว่า 35% และยังเป็นแหล่งการจ้างงานที่สำคัญของแรงงานในประเทศ โดยมีสัดส่วนการจ้างงาน 71% ของการจ้างงานทั้งประเทศ