
20 มี.ค.2565-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผมเห็นข่าวการตีความ เรื่องวาระการดำรงตำแหน่งของประธานศาลรัฐธรรมนูญ โดยการนำเอาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2550 และปี 2560 มาพิจารณาถึงวาระการสิ้นสุด ของการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไว้ดังนี้ กล่าวคือ รัฐธรรมนูญปี 2550 บัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งได้วาระ 9 ปี และพ้นตำแหน่งเมื่ออายุครบ 70 ปี ส่วนรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 207 และมาตรา 208(4) มีบทบัญญัติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งได้วาระ 7 ปี และการพ้นตำแหน่งเมื่ออายุครบ 75 ปี
ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายคนหนึ่ง ที่เคยถูกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่ง ส.ส.มาแล้ว มีความเคารพในคำวินิจฉัยทุกประการ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรอิสระ มีหน้าที่วินิจฉัยข้อแย้งของกฎหมาย และผลของคำวินิจฉัยย่อมมีความผูกพันกับทุกองค์กร แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ ทำไมศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ ไม่สามารถวินิจฉัยปัญหาการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองได้ ทั้งที่มีความชัดเจนในข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว โดยไม่ต้องตีความใดๆ เว้นแต่จะมีการตะแบง หรือเลี่ยงบาลี ต้องการตีความแบบศรีธนญชัย
ส่วนตัวอยากจะขอแนะนำประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อให้ตีการตีความบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เป็นคุณต่อการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการ ขอเสนอให้ยึดเอาหลักของการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สูตรไขว้ นั่นก็คือนำเอาประเด็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เป็นคุณ ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ในประเด็นการดำรงตำแหน่งไม่เกิน 9 ปี และตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ในประเด็นการดำรงตำแหน่งอายุไม่เกิน 75 ปี นำมาประกอบการตีความ ก็จะทำให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ สามารถดำรงตำแหน่งเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตามต้องการได้ กล่าวคือ ยังดำรงตำแหน่งไม่ครบ9ปี (ตามรัฐธรรมนูญปี2550) และอายุยังไม่เกิน75ปี (ตามรัฐธรรมนูญปี2560) ซึ่งผลของการตีความการดำรงตำแหน่งของตุลาการศาลธรรมนูญในครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐาน สามารถ ไปเทียบเคียงกับการตีความในประเด็น การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ครบวาระ 8 ปีในโอกาสต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ปธ.สภา' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ยังไม่บรรจุญัตติ ปชน.
'โสภณ' ย้ำรอศาลรธน.ชี้ขาด 'พ.ร.ก.กู้เงิน' ก่อน ถึงบรรจุญัตติ ปชน. ชงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงิน แจงไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนและฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงิน
'ศุภจี' ไม่กังวล ศาล รธน. รับคำร้อง พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน
"ศุภจี" ไม่กังวล ศาล รธน. รับคำร้อง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้รัฐบาลพยุงเศรษฐกิจโตต่อเนื่อง ชูไตรมาส 4 GDP ขยับ 2.5.% ทั้งที่ประมาณการไว้แค่ 0.3 % ลั่น หากหยุดทำ ปัญหาหมุนกลับแน่ จึงต้องเดินหน้าเชิงรุกตัดตอนก่อนเกิดวิกฤต ด้าน "กระทรวงพาณิชย์" ลมใต้ปีกช่วยเต็มที่ เตรียมแจกคูปองลดค่าครองชีพ 100 บาท 4 มิ.ย. นี้
เดินหน้าไม่มีถอย ไทยช่วยไทยพลัส “ปกรณ์”คุมเกมสู้คดีศาลรธน.
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กางแผนตั้งรับ-สู้คดี “พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท”ออกมาทันที หลังเมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีมติรับคำร้องกรณีที่สส.ฝ่ายค้าน เข้าชื่อเสนอให้ศาลรธน.วินิจฉัยว่าการที่รัฐบาล ออก”พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศพ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท”ไม่เข้าข่าย รัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรค 1หรือไม่
นักวิชาการชี้ ‘แผนงานที่ 2’ เป็นจุดตายที่ทำ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านเสี่ยงไม่รอด
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน กับ “แผนงานที่ 2”: ศาลรัฐธรรมนูญจะตีตกได้อย่างไร ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
ไม่หวั่นศาลสั่งแจงพรก.กู้เงินใน7วัน
ศาลรัฐธรรมนูญรับตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน สั่ง ครม.แจงใน 7 วัน
นายกฯหนู มั่นใจกู้เงิน 4 แสนล้านเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ลั่นตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องวินิจฉัยเรื่องพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน

