ลัดเลาะเมืองตราด ตามรอยประวัติศาสตร์ ชมลานตะบูน 100 ปี

พายซัพ-ล่องเรือ ที่ชุมชนท่าระแนะ

เมืองตราดมากี่ครั้งก็ยังประทับใจ เพราะนอกจากจะมีทะเลสวยแล้ว ทั้งเกาะช้าง เกาะหมาก  เกาะกระดาด เกาะกูด ในตัวเมืองยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวของประวัติศาสตร์เมืองตราด ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ได้พาเรามาลัดเลาะย่านในเมือง สัมผัสเรื่องราวประวัติศาสตร์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ทอดแทรกอยู่ในสถานที่สำคัญ พร้อมดื่มด่ำกับธรรมชาติของป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์

หลังจากเที่ยวเกาะหมากจนหนำใจก็ขึ้นฝั่งมายลเสน่ห์ในเมืองตราดกันบ้าง ครั้งนี้ขอเริ่มต้นทริปด้วยยามเย็นพาไปชิวๆ กันที่ชุมชนท่าระแนะ ต.หนองคันทรง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ราวๆ 2,000 ไร่ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามของรากตะบูนที่คาดว่ามีอายุกว่า 100 ปี ด้วยความหลากหลายทางธรรมชาติ วิถีชีวิตของชาวบ้านนิยมทำเกษตร บ้างก็ทำประมง และรวมตัวกันพัฒนาดูแลป่าชายเลนแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เราไม่รีรอร่วมทำกิจกรรมนั่งเรือชมป่าชายเลน  หากใครชื่นชอบการพายซัพก็มีนะ  ได้ออกกำลังแขนกำลังขาท่ามกลางธรรมชาติ ใช้เวลาไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง

ลานตะบูน

เรือแล่นเข้ามาถึงจุดไฮไลท์ของที่นี่ คือ ลานตะบูน เกิดจากต้นตะบูนต้นใหญ่ที่ขึ้นห่างกันทำให้รากได้แผ่ขยายถักทอพันกันเป็นแผ่น กลายเป็นลานตะบูน จนสามารถลงไปเดินได้ แต่ต้องระวังหน่อยนึง เพราะรากค่อนข้างแข็งและยังมีร่องเล็กๆระหว่างราก ที่อาจจะทำให้ข้อเท้าพลิกได้ กลับเข้าท่า ทานอาหารพื้นเมืองให้อิ่มพักผ่อนเตรียมลุยวันถัดไป

 พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5

หมุดหมายของเช้าอีกวัน คือ พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่ด้านหน้าศาลากลางจังหวัด โดยชาวจ.ตราดให้ความเคารพนับถือพระองค์อย่างมาก  จากเหตุการณ์อดีตเมื่อปี พ.ศ.2448  ไทยนำเมืองตราดคืนมาจากการยึดครองจากฝรั่งเศส โดยแลกกับเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ เมืองตราดยังเป็นเมืองที่ ร.5 เสด็จประพาสบ่อยครั้งอีกด้วย

ศาลากลางหลังคาทรงปั้นหยาในสมัยร.4 ปัจจุบันคือพิพิธภัณฑสถานเมืองตราดจังหวัดตราด

ห่างกันไม่ไกล เดินข้ามถนนไปอีกฝากไปชมความเป็นมาของจ.ตราดใน พิพิธภัณฑ์สถานเมืองตราด ซึ่งเดิมเคยเป็นศาลากลางจังหวัด  ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม หลังคาทรงปั้นหยาเด่นตระหง่านท่ามกลางตึกทันสมัย เป็นสถาปัตยกรรมในช่วงสมัยรัชกาลที่ 6 สร้างเป็นเรือนไม้สักทอง เสาปูน ยกพื้นใต้ถุนสูง ซึ่งกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานในปี 2539 ต่อมาปี พ.ศ. 2547 อาคารหลังนี้ถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งหมด จึงได้มีการบูรณะอาคารตามรูปแบบเดิมโดยใช้ไม้มะค่าและไม้ประดูจากประเทศลาวแทนไม้สักทองที่เสียหาย

ผู้เข้าชมรับชมวิดีทัศน์เหตุการณ์ รศ.112

ส่วนด้านในพิพิธภัณฑ์ บอกเล่าความเป็นมาของจ.ตราด แบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ 1.มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมเมืองตราด จัดแสดงเรื่องภูมิศาสตร์ โดยตราดมีพื้นที่ราวๆกว่า 2,000 ตารางกิโลเมตร ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรม พันธุ์ผลไม้อาทิ สับปะรดตราดสีทอง ระกำ กล้วยไข่โบราณ โซนนี้ยังมีวิดีทัศน์เกี่ยวกับเหตุการณ์เรือรบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสให้ชมเป็นน้ำจิ้มด้วย รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ อาทิ วัดบุปผาราม ศาลหลักเมือง 2.ผู้คนเมืองตราด จัดแสดงกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดตราด เพราะเป็นเมืองท่าในการค้าขายที่สำคัญ จึงทำให้มีความหลากหลายทั้ง ไทย จีน เขมร ญวน ชอง

กลองมโหระทึก โบราณวัตถุชิ้นสำคัญ

ถัดไปโซนที่ 3.ลำดับทางโบราณคดีและประวัติเมืองตราด จัดแสดงเรื่องราวของจังหวัดตราดตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต้นสมัยประวัติศาสตร์ สุโขทัย อยุธยา รัตนโกสินทร์(สมัยรัชกาลที่ 1-4) ที่มีหลักฐานทางโบราณคดี เช่น ภาชนะดินเผา เครื่องมือหิน ชิ้นสำคัญคือ กลองมโหระทึก จำนวน 3 ใบ ซึ่งสันนิษฐานว่าใช้ตีในพีธีกรรมการบูชาตามตวามเชื่อ ด้านในกลองพบเครื่องมือโลหะ เศษภาชนะดินเผา ชิ้นส่วนกระดูกมนุษย์ ลูกปัดสี เป็นต้น 4.เหตุการณ์สำคัญในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงเรื่องราวการส่งมอบเมืองตราดคืนจากฝรั่งเศส และเราได้เห็นพระแสงราชศัสตราประจำเมืองตราดองค์จำลองที่ได้พระราชทาน ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2450 ซึ่งเป็นองค์ที่ 11 จากทั้งสิ้น 32 องค์ ส่วนองค์จริง สามารถชมได้ในขบวนแห่งานตราดรำลึกประจำปี ยังมีไทม์ไลน์การเสด็จประพาสเมืองตราดจำนวน 12 ครั้ง

พระแสงราชศัสตราองค์ที่ 11 (องค์จำลอง)

ส่วนโซนที่ 5.เหตุการณ์ยุทธนาวีเกาะช้าง จัดแสดงเรื่องราวตามลำดับเหตุการณ์ยุทธนาวี โดยจำลองห้องจัดแสดงเป็นเรือรบ ซึ่งมีการจำลองเรือรบทั้งของไทยและต่างชาติให้เห็นขนาดที่แตกต่างกัน ในอดีตเหตุการณ์ รศ.112 เป็นความขัดแย้งระหว่างไทยและฝรั่งเศส มีการสู้รบกันจนกลายเป็นกรณีพิพาทอินโดจีน ในวันที่ 16 มกราคม 2483 จึงเกิดเหตุรบที่เกาะช้าง โดยเรือลาดตระเวนลามอตต์ ปีเกต์ได้จู่โจมไทยแบบฉับพลัน เรือรบ 3 ลำของไทยคือ เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และเรือหลวงสงขลา ตกอยู่ในความเสียเปรียบด้วยน้ำหนักของเรือทั้ง 3 รวมกันยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเรือลามอตต์ ปีเกต์ลำเดียว ทำให้เรือรบ 2 ลำของไทยต้องสละเรือ ส่วนเรือหลวงธนบุรีได้ทำการต่อสู้จนสุดศักยภาพด้ยิงกระสุนจนโดนท้ายเรือลามอตต์ ปีเกต์เกิดไฟไหม้ท้ายเรือหักห้อยลงมา แต่จากการถูกระดมยิงทำให้ทหารและผู้บังคับการเรือเสียชีวิต ในที่สุดเรือหลวงธนบุรีก็จมลงสู่อ้อมกอดของท้องทะเลตราด และ 6.ตลาดเมืองตราด จัดแสดงเรื่องราวการค้าในตลาดเก่าและสภาพปัจจุบันของตลาดเมืองตราดที่มีของขายมากมาย

เรือรบหลวงทั้ง 3 ลำของไทย

จากพิพิธภัณฑ์เดินเท้าชมเมืองสักหน่อยที่ชุมชนรักษ์คลองบางพระ หรือ ย่านคลองบางพระ ซึ่งมีบ้านเรือนริมคลอง อีกฟากจะเป็นป่าชายเลนเขียวขจี ในอดีตบ้านเรือนจะเป็นเรือนไม้ห้องแถวต่อกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่จะมีอาชีพเป็นพ่อคนกลาง อาทิ มะพร้าว เครื่องเทศ ของป่าต่างๆ มีความรุ่งเรืองอย่างมาก และเมื่อวางจากงานก็มีอาชีพเสริมในการจับจระเข้พันธุ์น้ำเค็ม จนกระทั่งมีการพัฒนาถนนตัดผ่านทำให้ย่านนี้ซบเซาไปตามกาลเวลา เดินเรียบคลองมาเรื่อยๆก็จะถึงจุดที่เป็นท่าเสด็จของรัชกาลที่ 5 ที่ได้เคยทรงใช้ขึ้น-ลงเรือ

ตามรอยท่าเสด็จร.5

เดินทะลุซอกซอยสู่ถนนหลักเมือง ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่รุ่งเรืองอย่างมาก มีห้างทองเปิดทำการค้า นับแต่ปี 2500 วิถีชีวิตจากบ้านเรือนไม้ห้องแถวก็ยังเหลือให้ชมอยู่สักหนึ่งเรือนได้ บางหลังที่ยังคงหลงเหลือ ยังคงมีกลิ่นอายการตกแต่งบ้านในอดีตคือการทำบานพับ 3 พับ หน้าจั่วบ้านมีการแกะสลักลายพรรณพฤกษาแบบดั้งเดิมที่ความคมชัด แต่ไม่อ่อนช้อยเท่ากับฝีช่างเมืองเพชรบุรี นอกนั้นก็แปรสภาพเป็นบ้านสมัยใหม่

  ย่านริมคลอมบางพระในปัจจุบัน

บนถนนเส้นนี้สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่ง คือ บ้านเรสิดัง กัมปอต แปลได้ว่า ที่ว่าราชการของฝรั่งเศส สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ข้อสันนิษฐานเดิมบอกไว้ว่าปลัดเมืองตราดได้สร้างบ้านหลังนี้ให้เป็นเรือนหอของลูกสาว แต่เมืองตราดตกอยู่ภายใต้การยึดครองของฝรั่งเศส จึงใช้เป็นที่อยู่ของข้าหลวงฝรั่งเศส เดิมบ้านมีสถาปัตยกรรมหลังคาทรงปั้นหยา ก่ออิฐถือปูนครึ่งปูนครึ่งไม้ 3 ชั้น สีขาว ด้วยอากาศร้อนและฝนตกหนัก ฝรั่งเศสก็ได้มีการต่อเติมชานทางเดินและระเบียงฝั่งซ้ายมือ ด้านมีหอคอยกระจายเสียง เราได้ลองส่องดูทางขึ้นไปเป็นช่องแคบและเล็กมาก แต่ในอดีตคนตัวเล็กสามารถขึ้นไปประกาศเรื่องที่จะแจ้งแก่ประชาชน ปล่องได้บนก็ทำหน้าที่เป็นลำโพง  แต่อีกนัยยะหนึ่งคาดว่าเอาไว้เฝ้าระวังในยามค่ำคืน

 เรือนไม้ห้องแถว บ้านเรือนเมืองตราดในอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่

เมืองตราดยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายจุด ไว้คราวหน้าเราขอนำมาบอกเล่าเสน่ห์วัดวาอารามที่มีศิลปะอันวิจิตรงดงามไม่แพ้ที่ใด

บ้านเรสิดัง กัมปอต
อาหารพื้นบ้านหลากหลายเมนู หลังนั่งเรือชมป่าชายเลน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดินโคลนถล่มทับรีสอร์ทริมทะเล 'เกาะช้าง' พังเสียหาย 4 หลัง โชคดีไร้คนเจ็บ

นายธีระศักดิ์ สรวมชีพมาเสือ รองนายกเทศบาลตำบลเกาะช้างได้รับคำสั่งจากนายสัญญา เกิดมณี นายกทต.เกาะช้างให้ตรวจสอบในเรื่องความปลอดภัยและติดตามความเสียหายในพื้นที่ เนื่องจากอาจจะมีฝนตกลงมาอีก และอาจจะเกิดดินสไลด์ในพื้นที่อีก

ฝนถล่มเกาะช้าง น้ำป่าทะลักดินสไลด์ทับยายวัย 70 เจ็บหนัก ถนนชมวิวทรุด

จากการที่มีฝนตกหนักในพื้นที่จ.ตราด 2 วันติดต่อกัน โดยพื้นที่อำเภอเกาะช้างมีฝนตกต่อเนื่องทั้งวัน ทำให้เกิดน้ำไหลป่าลงมาจากเขาลงมาตามลำธารและลงมาบริเวณพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

'กองปราบ' บุกจับนายอำเภอคลองใหญ่ กรมการปกครองสั่งเด้งทันที

ตำรวจกองปราบปรามจำนวนหนึ่งได้นำหมายจับนายสุรเชษฐ์ แก้วคำ นายอำเภอคลองใหญ่ จ.ตราด ที่บ้านพัก โดยหลังเข้าควบคุมตัวแล้วได้ทำการสอบปากคำเบี้ยงต้นและค้นหาหลักฐานในบ้านพักกระทั่งในเวลา 08.30 น.

นักเที่ยวทะลัก 'เกาะช้าง' วันหยุดยาว อุทยานฯ ชื่นชม 'ณเดชน์' ควักเงิน 1.6 แสนช่วยปางช้าง

ช่วงวันหยุดยาวบรรยากาศท่องเที่ยวคึกคัก ที่บริเวณสะพานท่าเทียบเรือบ้านบางเบ้า นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปขึ้นเรือดำน้ำ ดูปะการังตามหมู่เกาะต่างๆในท้องทะเลตราด โดยเฉพาะหมู่เกาะรัง ซึ่งมีประการังน้ำตื้นจำนวนมาก

ปปง. บุกวัดรัตนวราราม สืบคดีดัง 'นายเนย' อดีตคนสนิทพระวันรัต ปมยักยอกเงิน

ที่วัดรัตนวราราม ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 3 คน นำโดยนายอภินันท์ เดินทางพบนายสุรศักดิ์ อิงประสาน เจ้าของบริษัท เพชรสยามศิลาตราด จำกัด ในฐานะไวยาวัจกรวัด

พายุถล่มสวนทุเรียนเมืองตราด หักโค่นเกือบ 200 ต้น เสียหาย 10 ล้าน

นายวิวัฒน์ แดงตะนุ เจ้าของสวนทุเรียน เปิดเผยถึงความเสียหายของสวนทุเรียนหลังจากในช่วงกลางดึกวันที่ 7 กรกฎาคม มีพายุพัดถล่มสวนทุเรียน ทำให้ต้นทุเรียนทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กโค่นไป 40 ต้น