มหิดลผนึก สสส.จับมือ 25 สถาบัน upskill..บุคลากรสาธารณสุข

ทุกวันนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง มีการพัฒนาเทคโนโลยีก้าวไกล ความรู้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วปฏิบัติหน้าที่ใช้ความรู้เดิมไม่เพียงพอแล้ว จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือ upskill เพิ่มทักษะด้วยการเติมเต็มความรู้ใหม่ๆ โดยเฉพาะต้องมีการยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับภาคธุรกิจเอกชน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน พัฒนาการต่อยอดท่ามกลางสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเพิ่มประสบการณ์ด้วยโครงการจัดการเรียนการสอน Nondegree Program การเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์ เลือกเรียน anywhere anyplace เติมเต็มความรู้ได้ตลอดเวลา การเรียนปริญญาตรีสั้นลง สามารถเลือกเรียนควบต่อปริญญาโทได้ เป็นความยืดหยุ่นของระบบการศึกษาสมัยใหม่

.นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่องการพัฒนาหลักสูตร และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2565 ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ศ.นพ.บรรจงกล่าวว่า “การลงนามความร่วมมือในวันนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญ ในการร่วมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ ด้านการสร้างเสริมศักยภาพของบุคคล โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสาขาอื่นๆ ที่มีความถนัดและต้องการศึกษามากกว่า 1 สาขา ที่สำคัญมีโครงการระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) ที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในวิชาที่ตนเองสนใจเก็บเข้าในระบบดังกล่าว โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของประเทศและโลกในอนาคต ดังนั้น อาจารย์ที่เข้ามาสอนในหลักสูตรนี้สามารถเลือกจาก outsource ด้วยทักษะความรู้จากประสบการณ์วิชาชีพเป็นการ share resource”

สสส.มีคนหน้างานมีประสบการณ์ ผนึกกำลังร่วมกับมหิดล บางคนทำงานอยู่แล้วก็เข้ามา Upskill ได้ประกาศนียบัตรอบรม การเรียนแบบยืดหยุ่นได้ นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความสนใจด้านสาธารณสุขก็มาลงเรียนที่คณะสาธารณสุขของมหิดล และนับหน่วยกิตที่ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นการเรียนฟรีใน 25 มหาวิทยาลัยของรัฐ หรือใครสนใจก็เข้ามานั่งเรียนแบบ sit in โดยไม่ต้องลงทะเบียนเรียน แต่ถ้ามีการออก field จะมีค่าใช้จ่ายหรือถ้าต้องการtranscriptก็แจ้งขอได้ด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการตอบโจทย์ม.มหิดลช่วยประเทศชาติผลิตบัณฑิต เพราะบุคลากรของม.มหิดลก็รับเงินเดือนจากภาครัฐอยู่แล้ว

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า มหิดลเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข และยังเป็นภาคีสำคัญด้านวิชาการในการจัดการความรู้หลายด้าน ทั้งการวิจัยและการส่งเสริมป้องกันโรค อาทิ โครงการการจัดการด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของอาหารริมบาทวิถี โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหิดล องค์ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมทางกายของคนไทยผ่านศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหิดล ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ โดยสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหิดล ซึ่งความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรการสร้างเสริมสุขภาพ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการสร้างเสริมสุขภาพมืออาชีพ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้านการสร้างเสริมสุขภาพ นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป รวมทั้งร่วมกันพัฒนาหลักสูตร ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เพิ่มทักษะที่สำคัญของศตวรรษที่ 21

.ดร.พญ.พัชรีย์ เลิศฤทธิ์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ได้ริเริ่มพัฒนารายวิชาแบบ Micro-Credentials และสนับสนุนให้ส่วนงานต่างๆ ของมหิดล จัดทำรายวิชา Microcredit ที่แบ่งย่อยหน่วยกิตให้เล็กลง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ และการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งบุคคลในวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงวัย สามารถสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิต แล้วนำมาเทียบโอน เพื่อร่นระยะเวลาในการสำเร็จการศึกษา และประหยัดค่าใช้จ่าย โดยยังคงคุณภาพขององค์ความรู้ที่คัดสรรจากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของส่วนงานต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นที่ยอมรับทางวิชาการระดับโลก

รศ.ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) สสส. กล่าวว่า สสส.ได้จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพขึ้น มีหน้าที่สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตร ศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เผยแพร่และสนับสนุนให้เกิดการใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันสนับสนุนและฝึกอบรม จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานของ สสส. หรือบุคคลที่มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพเป็นวิทยากรให้ความรู้ ให้บริการทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำ และให้ความช่วยเหลือแก่ภาคีเครือข่าย รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ มีการจัดทำ Microcredit ของหลักสูตรฝึกอบรมของ ThaiHealth Academy กับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาต่างๆ ของบัณฑิตวิทยาลัย มหิดล ดังนั้นจะเอื้อให้ภาคีเครือข่ายที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรของ ThaiHealth Academy สามารถเก็บสะสมหน่วยกิตของรายวิชาที่เทียบเคียงในระบบธนาคารหน่วยกิตได้

การพัฒนาหลักสูตรสุขภาวะในชุมชน Health Promotion นโยบายสาธารณสุข การสร้างภาคีเครือข่าย มหาวิทยาลัยเป็นคลังความรู้ เป็นการนำคนจากสองโลกมาพบกัน งานวิจัย พนักงาน การบริการ จากเดิมที่ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ แต่มาช่วยกันคิดและลงมือทำเป็นการตอบโจทย์หลักสูตร ขณะนี้ระดับบัณฑิตศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์เริ่มสอนในระดับปริญญาโท ปริญญาเอกแล้ว มาตรฐานมหิดล เพื่อจะเป็นนักสุขภาวะสร้างสังคมสุขภาวะ นัก Influencer สร้างคนในชุมชนออกมาทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร เชื่อมต่อเครือข่าย การเข้าถึงระบบบริการสาธารณะให้ประโยชน์กับชุมชน

ต้องยอมรับว่า ความรู้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากสังเกตได้ว่าเครื่องมือแพทย์มีการพัฒนาใหม่ๆ ที่แพทย์เองก็ต้องเรียนรู้ให้เกิดความเชี่ยวชาญ รวมทั้งตัวยาใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้ก็ต้องเข้ามาเรียนรู้เพิ่มเติมไม่หยุดนิ่ง โครงการความร่วมมือระหว่างมหิดลและ สสส. จึงเป็นการตอบโจทย์กระแสอภิวัฒน์และนวัตกรรมใหม่พร้อมไปกับการหมุนไปของโลกนั่นเอง.

***

หลักสูตรเรียนรู้จากประสบการณ์จริง

รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

หลังสถานการณ์โควิด คณะสาธารณสุขทุกมหาวิทยาลัยทั่วโลกมีบทบาทเปลี่ยนเป็น Health Promotion เป็นจุดเด่นในการอบรม Wellness คณะสาธารณสุขในเมืองไทยพัฒนาตัวเองอยู่ในลำดับต้นๆ เกรด A ด้วยจุดสนใจในมิติใหม่ในการจัดการด้านสาธารณสุข ในการดึง Health Promotion เข้ามามีบทบาท

"จุดอ่อนของงานสาธารณสุข คือการสื่อสารให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจมีข้อจำกัด ดังนั้นจำเป็นต้องดึงผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารมาร่วมมือกัน สังเกตได้ว่าถ้า สสส.ทำสื่อจะสร้างความเข้าใจได้อย่างง่ายๆ ไม่เป็นงานวิชาการหรือวิจัยจนเกินไป งานสาธารณสุขเป็นงานส่งเสริมด้านสุขภาพในมิติหนึ่ง เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนจากความเป็นจริงของสังคม นำทฤษฎีและปฏิบัตินำมาใช้ให้สอดคล้องกับการส่งเสริมสุขภาพ"

หลักสูตรความร่วมมือนี้ ผู้เรียนจะได้มีการถกเถียงแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ นำมาถ่ายทอด ถือเป็นการปรับหลักสูตรที่ออกไปหาประสบการณ์จริง มากกว่าเพียงการเรียนในห้องเรียนแล้วนั่งดูสไลด์เท่านั้น หลักสูตรใหม่นี้เป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างอาจารย์มหาวิทยาลัย ผลิตบุคลากรที่ได้รับโอกาสและความร่วมมือในการใช้ประสบการณ์จริง

โดยเริ่มจากหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ เป็นสาขาแรก สำหรับระยะต่อไปจะจัดทำ Training course รายวิชาอื่นๆ ในรูปแบบ Microcredit และความร่วมมือด้านการฝึกภาคสนาม (Field internship หรือ Field study) ด้านส่งเสริมสุขภาพ สำหรับนักศึกษาของหลักสูตร และระยะต่อไป จะมีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันที่ตอบโจทย์ความต้องการ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งคณะสาธารณสุขศาสตร์มีหลายภาควิชา/หลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาร่วมกันได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดโอกาสชีวิตใหม่ ผนึกชุมชน-ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่องตัดวงจรติดยา

จากผู้เสพสู่ผู้กล้า! บ้านไร่ผนึก สสส. ชุมชน-ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บำบัดต่อเนื่อง เปิดโอกาสผู้ก้าวพลาดมีชีวิตใหม่ สร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้ คืนคนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

'ทรงศักดิ์' ประชุมร่างแผน สสส. ปี 70 เน้นขยายงานสร้างเสริมสุขภาพรายจังหวัด หนุนขับเคลื่อนใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ เล็งวัดผลได้ภายใน 1 ปี

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนการดำเนินงานประจำปี 2570 โดยมีกรรมการกองทุนฯ กรรมการบริหารแผน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมกำหนดทิศทางการพิจารณาร่างแผนฯ ประจำปี 2570

สัปดาห์นมแม่โลก หนุนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือนแรก

สสส. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่าย เดินหน้ารณรงค์เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ 2569 ชวนสังคมไทยร่วมส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกเพื่อสร้างรากฐานเด็กไทย

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม ผลิตกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ บทเพลงรณรงค์เครือข่ายลดเค็ม ชื่อเพลง “ด้วยความห่วงไต”

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.พร้อมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและต้องการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อสุขภาพประชาชนได้จริง

“เตาปูนโมเดล” พลิกชุมชนสู่เมืองน่าอยู่ สร้างนวัตกรรมลดรายจ่าย ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เทศบาลตำบลเตาปูน อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผ่าน “เตาปูนโมเดล” ต้นแบบการจัดการท้องถิ่นที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน

สสส.เผยผลสำเร็จ “โครงการอารักข์สา” สร้างภูมิคุ้มกันเด็กเล็กต้านบุหรี่ไฟฟ้า ครอบคลุม 70 จังหวัด

เด็กไทยเสี่ยงบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่วัยอนุบาล! ทั้งใกล้ชิด และ ได้ลองสูบ “โครงการอารักข์สา” หนุนนวัตกรรมการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันทางความคิด ปลูกฝังทักษะชีวิตและการปฏิเสธปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่วัยเยาว์