
ทุกวันนี้ "ไรเดอร์" หรือแรงงานสองล้อมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตคนเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่มีจังหวะชีวิตเร่งรีบและการแข่งขันสูง อาชีพนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มีเพียงวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ปัจจุบันได้ขยายไปสู่อาชีพรับส่งอาหารและพัสดุผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Grab, Lineman และ Robinhood ส่งผลให้จำนวนแรงงานสองล้อเพิ่มขึ้นเป็น 500,000-1,000,000 คนทั่วประเทศ

แม้ว่าไรเดอร์จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบโลจิสติกส์ และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับอันตรายบนท้องถนน อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งทำให้หลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการได้รับสิทธิและการคุ้มครองที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
เสียงเรียกร้องสู่การเปลี่ยนแปลง
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายแรงงานสองล้อ เปิดเวทีสาธารณะเพื่อเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพสำหรับแรงงานกลุ่มนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันกฎหมายกองทุนอุบัติเหตุจากการทำงาน และนำเสนอต่อสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้พิจารณาเพื่อให้แรงงานสองล้อได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส.ได้ทำงานร่วมกับแรงงานในระบบและนอกระบบมาโดยตลอด โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์มที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจข้อมูลไรเดอร์จำนวน 1,108 คน พบว่า 39.8% เคยเจ็บป่วยจากการทำงาน 10.8% เคยประสบอุบัติเหตุระหว่างทำงาน 41.5% เข้าถึงสิทธิการรักษาบัตรทอง 18.3% อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 39

นอกจากนี้ ไรเดอร์ยังมีปัญหาสุขภาพสำคัญ 4 ประเด็น ได้แก่ ความเครียดจากการทำงานหนัก, การทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนเพียงพอ, ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน, การทำงานบนท้องถนนที่มีการจราจรคับคั่ง, ปัญหาสุขภาพจากการขับขี่เป็นเวลานาน, อาการปวดหลัง ปวดเอว และข้อมือ, ภาวะเมทาบอลิกซินโดรม, โรคอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูง สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของไรเดอร์อย่างมาก และยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือ พวกเขาไม่มีเวลาไปตรวจสุขภาพหรือเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม

ผลักดันนโยบายเพื่อไรเดอร์
นางภรณีระบุว่า สสส.ได้ผลักดันแนวทางเพื่อสร้างระบบสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมสำหรับแรงงานสองล้อ โดยแบ่งเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การพัฒนาสิทธิประโยชน์ทางสุขภาพที่เหมาะสม สำหรับแรงงานสองล้อ 2.การเสริมพลังเครือข่ายแรงงานสองล้อ ให้สามารถร่วมขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและสวัสดิการสังคม 3.การบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน และ 4.การพัฒนาองค์ความรู้และแนวทางการสื่อสาร ที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแรงงานสองล้อ

"การมีระบบสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน จะช่วยให้แรงงานสองล้อมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำงานได้อย่างมั่นคง และลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ" นางภรณีกล่าว
แรงงานสองล้อควรได้รับสิทธิอะไรบ้าง?

นายพงษ์ศักดิ์ สกุลทักษิณ หัวหน้าโครงการ Healthy Rider ระบุว่า แรงงานสองล้อควรได้รับการคุ้มครองด้านสุขภาพและแรงงานควบคู่กันไป โดยสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ ได้แก่ การตรวจสุขภาพประจำปีฟรี, การเข้าถึงหลักประกันสุขภาพที่สะดวกขึ้น, กองทุนช่วยเหลือเมื่อประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน, การพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะการทำอาชีพไรเดอร์ต้องเผชิญกับความเครียดและแรงกดดันสูง หากสุขภาพดี รายได้ก็ดีขึ้นตามไปด้วย

ความเสี่ยงด้านสุขภาพของไรเดอร์
รศ. นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านปอดจาก ศิริราช ระบุว่า ไรเดอร์ต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศและฝุ่นควันบนท้องถนน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคปอด เช่น มะเร็งปอด, หลอดลมอักเสบ และถุงลมโป่งพอง ซึ่งคุณหมอเสนอแนะว่าควรมีมาตรการป้องกัน เช่น ตรวจสุขภาพก่อนต่อใบขับขี่ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย พัฒนาอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวกกันน็อกที่มีเครื่องกรองอากาศ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยบนท้องถนน เช่น จุดพักไรเดอร์ที่สะอาดและปลอดฝุ่น
เสียงจากไรเดอร์ตัวจริง

นางธัญญ์นรี จารุประสิทธิ์ ไรเดอร์จากจังหวัดกระบี่ เล่าถึงประสบการณ์ของเธอว่า หลังลาออกจากงานประจำ เธอก็เลือกเป็นไรเดอร์ เพราะรายได้ดีในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปรายได้กลับลดลง ขณะที่ความเหนื่อยล้าและปัญหาสุขภาพดูจะเพิ่มขึ้น เช่น การกลั้นปัสสาวะบ่อยครั้งทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือด และป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลายครั้ง "การมีโครงการ Healthy Rider ทำให้เรารู้สึกว่าไรเดอร์ไม่ถูกละเลย เรามีโอกาสได้ตรวจสุขภาพ และได้รับความรู้เพื่อดูแลตัวเอง ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น"

สรุปได้ว่า การประชุมครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันสิทธิและสวัสดิการของแรงงานสองล้อ ให้ได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสม ทั้งในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสิทธิแรงงาน การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายไรเดอร์ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานสองล้อให้ดีขึ้น และทำให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีความมั่นคงในอาชีพ เพราะไรเดอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ส่งของหรือพนักงานรับจ้าง พวกเขาคือฟันเฟืองสำคัญของสังคมที่ควรได้รับความคุ้มครองและสิทธิที่เป็นธรรม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เด็กไทย 72.6% ใช้จอเกิน 1 ชม. รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” มอบ สสส. สรุปบทเรียน "ลดเวลาหน้าจอ" ต้องบูรณาการออกกฎเหล็กคุมเข้มอนาคตชาติ
วันที่ 21 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2569 ว่า จากการที่ สสส. ดำเนินงานเพื่อป้องกันภัยออนไลน์ พบว่า คนไทยเฉลี่ย 93.10%
“อายุยืนแต่อย่าป่วยนาน” สังคมสูงวัยรอบรู้คู่สุขภาพ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น หากเป็นคำถามสำคัญว่า คนไทยจะสามารถใช้ชีวิตในบั้นปลายได้อย่างมีคุณภาพเพียงใด เ
ไรเดอร์คุณภาพ! กลุ่มไรเดอร์เมืองสองแควรวมตัวฝึกอบรม CPR เสริมทักษะช่วยชีวิตคน
พิษณุโลก เปลี่ยนไรเดอร์เป็นฮีโร่ด้วยสองมือ กลุ่มไรเดอร์เมืองสองแควรวมตัวฝึกอบรม CPR เสริมทักษะช่วยชีวิตคน ยื้อลมหายใจผู้ป่วยเหตุฉุกเฉิน
“20 ปี กับการส่งเสริมสุขภาวะมุสลิม” จุฬาราชมนตรี-สสส. เดินหน้าผนึกกำลัง MOU สานต่อยอดความสำเร็จ มัสยิดปลอดบุหรี่ 847 แห่ง
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย.69 ที่โรงแรมอัล มีรอซ เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประชุมวิชาการ “การส่งเสริมสุขภาวะมุสลิมในประเทศไทย” และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)
รองนายกฯ “ทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.-ภาคีเครือข่าย ได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ”
“รองนายกฯทรงศักดิ์” ปลื้ม 2 แนวคิด “ชุมชนนำ” - “เลี้ยงเด็กหนึ่งคนใช้คนทั้งหมู่บ้าน” ของ สสส.และภาคีเครือข่ายได้ผล ช่วยสร้างนิเวศการเติบโตของเด็กเข้มแข็ง มีเด็ก-ครอบครัวได้รับประโยชน์ 14,730 คน เด็กมีความสุขเพิ่มขึ้น 73.95 %
วันที่ 16 มิ.ย.2569 ที่โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีสื่อสารสาธารณะ “ครอบครัวยิ้ม” ภายใต้แนวคิด “ชุมชนนำ” และ “เลี้ยงเด็ก 1 คน ใช้คนทั้งหมู่บ้าน”

