จากจุดเล็กๆ เพื่อพัฒนาโลก

ในปัจจุบันที่โลกกำลังเปลี่ยนไปสู่การดูแลและเข้าใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงทำให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำเนินงานตาม ส่วนสำคัญคือ การดำเนินงานตามความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ยึดถือเทรนด์โลกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีเหตุผลที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมให้มีความยั่งยืนมากขึ้น โดยประเทศไทยเองมีหลายหน่วยงานที่กำลังทำความเข้าใจ ศึกษา และต่อยอดเทรนด์นี้ให้สามารถประสบความสำเร็จได้โดยเร็ว จึงเกิดความร่วมมือต่างๆ มากมาย ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เองก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เริ่มต้นสร้างความร่วมมือเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

เพราะล่าสุดเห็นว่าได้ไปลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) “โครงการ Smart Campus - Khon Kaen University” กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เพื่อต่อยอดหลังจาก “โครงการวิจัยและพัฒนา ENGY Wall เพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์”

ซึ่ง กฟผ.ได้นำแบตเตอรี่ที่พัฒนาและผลิตโดย มข.มาพัฒนาต่อยอดเป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ Battery Energy Storage System (BESS) ภายใต้ชื่อ ENGY Wall ซึ่งเป็น BESS สำหรับใช้ในบ้านประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่

โดยโครงการสมาร์ท แคมปัส ใหม่นี้จะมีการร่วมมือจัดทำภายในพื้นที่ มข. เพื่อผลักดันให้เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้พลังงานสะอาด และเป็นสถานที่พัฒนาระบบ Smart Energy Solutions แบบครบวงจร โดย กฟผ.ได้ออกแบบโครงการ Smart Campus มข. ในรูปแบบรัฐกับรัฐ (G2G) ให้บริการบริหารจัดการค่าสาธารณูปโภค (ค่าไฟฟ้า) โดยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแบบรับประกันผลงาน ประกอบไปด้วย 6 ระบบ อาทิ ระบบบริหารจัดการพลังงาน (EMS) เพื่อบริหารจัดการการใช้พลังงานให้มีการเชื่อมต่อกับระบบกักเก็บพลังงาน ENGY Wall ที่สะสมพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในเวลาที่ระบบต้องการ

เพื่อจะสร้างความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการพลังงาน ความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า ควบคู่กับระบบบริหารจัดการรายอาคาร (ENZY Platform) เพื่อติดตามและควบคุมการใช้พลังงานในอาคารต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ระบบปรับอากาศที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) มาควบคุมปรับอุณหภูมิได้อัตโนมัติ พร้อมระบบแจ้งเตือนค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ใช้ไฟสามารถปรับลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ทันที โดยตั้งเป้าติดตั้งกับอุปกรณ์ระบบปรับอากาศขนาดไม่น้อยกว่า 20,000 บีทียู

อีกทั้ง กฟผ.จะดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ภายในพื้นที่ มข. และระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในกลุ่มของอาคารกีฬาและหอพักขนาด 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เพื่อกักเก็บสะสมพลังงานส่วนเกินจากระบบไฟฟ้าที่ผลิตจาก Solar System หรือบางช่วงเวลาที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่มีแล้ว มาใช้จ่ายไฟในช่วงเวลาที่ต้องการ โดยเพิ่มขีดความสามารถการซื้อขายไฟผ่านระบบการซื้อขายไฟ (ETP) ในรูปแบบเพียร์-ทู-เพียร์ ระหว่างคณะ หรืออาคาร ซึ่งเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าเดิมของอาคารผ่านอุปกรณ์สมาร์ทมิเตอร์ที่มีระบบออกบิลเพื่อติดตามค่าไฟฟ้า มูลค่าการเสนอซื้อขายพลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาด้วย

นอกจากนี้ เห็นว่าจะมีแผนติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ Wallbox แบบชาร์จปกติ (Normal Charge) และแบบจ่ายไฟฟ้ากลับเข้ามาในระบบไฟฟ้า (V2G) สามารถเก็บเงินจากผู้ที่มาใช้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ผ่านระบบรองรับการจ่ายเงินที่สามารถผ่านระบบออนไลน์ได้ ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนแผนนโยบายการลดคาร์บอนเป็นศูนย์ (เน็ตซีโร) ของ มข. มุ่งสู่ Smart Campus อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นางสาวจิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี กฟผ.และ มข.จะร่วมดำเนินการติดตั้งระบบต่างๆ พร้อมสนับสนุนให้บุคลากรของทั้ง 2 หน่วยงานได้เข้าร่วมการศึกษา วิจัย และถ่ายทอดองค์ความรู้ ต่อยอดประสบการณ์การพัฒนาระบบสมาร์ท เอนเนอร์ยี โซลูชั่น เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เมืองอัจฉริยะและสร้างประโยชน์ต่อประเทศร่วมกันต่อไป

ซึ่งเชื่อได้เลยว่าจากความร่วมมือไม่ว่าจะครั้งนี้ หรือครั้งต่อๆ ไปของทั้ง กฟผ. และหน่วยงานอื่นๆ แม้จะเป็นการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ แต่ก็จะสามารถต่อยอดการพัฒนาโลกไปสู่จุดมุ่งหมายใหญ่ที่ตั้งใจจะดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์และสวยงามได้อย่างแน่นอน.

ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

ระวัง! Effect คำสั่งลดค่าการกลั่น อาจเกิดกักตุนน้ำมันระลอกใหม่

วิกฤตความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2567-2569 ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่สั่นคลอนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากภูมิภาคนี้เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของพลังงานโลก

สงกรานต์ไทยกระหึ่มบนเวทีโลก

เทศกาลสงกรานต์ 2569 ไม่เพียงตอกย้ำภาพลักษณ์ “ซอฟต์พาวเวอร์” แต่ยังสร้างปรากฏการณ์ไทยบนเวทีโลก ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของภาครัฐ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

เทรนด์‘กระบะพลังงานใหม่’มาแรง

ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีกระแสการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการมุ่งไปสู่ Net Zero Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งข้อมูลจาก วิจัยกรุงศรี จะเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ปี 2569-2571 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยยอดจดทะเบียนใหม่ของรถยนต์นั่ง BEV คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 125,000 คันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 3.8% ขณะเดียวกัน ภาวะสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาในพื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานของโลก ได้ส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานทั่วโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมัน พุ่งขึ้นหลายเท่านั้น

เศรษฐกิจรีเซตผู้บริโภคไทยสู่ ‘SmartSumer’

เมื่อผู้บริโภคฉลาดขึ้น เกมธุรกิจต้องเปลี่ยน บวกกับแรงกดดันเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูง กำลังเร่งให้ผู้บริโภคไทยปรับพฤติกรรมสู่ยุคคิดก่อนซื้ออย่างชัดเจน วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย THAI SMARTSUMER 2026 ระบุว่า กว่า 90% ของผู้บริโภคหันมาใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจ แซงบทบาทของแพลตฟอร์มดั้งเดิม โดยเฉพาะหมวดเครื่องใช้ในบ้านที่ใช้เวลาตัดสินใจนานที่สุด

วิกฤตตะวันออกกลางป่วนท่องเที่ยวไทย

ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นด้านพลังงาน การค้าระหว่างประเทศ