ไทยทำรถไฟใช้เอง

หลังจากที่กระทรวงมีนโยบายผลักดันการขนส่งทางรางให้เป็นขนส่งหลักของประเทศ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนค่าขนส่งของประเทศถูกลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ (Mega Project) โดยได้มอบนโยบายให้สำนักงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) เป็นแกนหลักทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกระทรวงอุตสาหกรรม นำความรู้แนวทางจากการดำเนินการที่เรียนรู้ เพื่อเร่งดำเนินการให้เกิดการผลิตรถไฟและหัวรถจักรขึ้นในประเทศไทย ทดแทนการสั่งซื้อนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาการบริการขนส่งด้วยระบบรางของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุด นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง หรือ สทร. เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการร่วมกันพัฒนาและผลิตต้นแบบรถจักร รถโดยสาร และรถสินค้า รวมถึงชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับการขนส่งระบบรางอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายหลังการลงนามในครั้งนี้ สทร.จะเร่งปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 (รถไฟพัดลม) ให้เป็นรถโดยสารชั้น 3 ปรับอากาศ ที่การรถไฟฯ ได้ส่งมอบขบวนรถโดยสารไปแล้วก่อนหน้านี้ จำนวน 1 คัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 เพื่อนำมาเป็นต้นแบบในการปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 จำนวน 130 คัน จากทั้งหมดจำนวนกว่า 500 คัน ซึ่งขบวนรถไฟพัดลมเหล่านี้มีอายุเฉลี่ย 37-40 ปี

โดยในระยะแรก การรถไฟฯ มีแผนจะดำเนินการปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 จำนวน 40 คัน วงเงินงบประมาณ 295 ล้านบาท ปัจจุบันได้นำส่งเอกสารไปยังฝ่ายการพัสดุดำเนินการ เพื่อออกประกวดราคา (ประมูล) ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐฯ ด้วยวิธี E-biding คาดว่าจะลงนามสัญญาจ้างกับผู้ชนะการประมูลภายในเดือนธันวาคม 2568 และจะเริ่มดำเนินการปรับปรุงในช่วงต้นปี 2569 ใช้ระยะเวลาปรับปรุงเฉลี่ยคันละ 90 วัน คาดว่าจะส่งมอบคันแรกในเดือน เม.ย.2569 และนำมาวิ่งให้บริการได้ทันที โดยจะทยอยแล้วเสร็จจนครบทุกคันภายในปี 2570 ในส่วนที่เหลืออีก 90 คันจะขออนุมัติงบประมาณในปี 2569 เพื่อดำเนินการต่อไป ทั้งนี้เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะส่งผลให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น

ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการการรถไฟฯ เฉลี่ยปีละ 32 ล้านคน แบ่งเป็น ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟพัดลม จำนวน 19.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 60% และผู้โดยสารรถไฟปรับอากาศ จำนวน 12.8 ล้านคน ซึ่งการปรับปรุงรถโดยสารชั้น 3 ปรับอากาศครั้งนี้นั้น อาจจะมีการปรับราคาค่าโดยสารตามระเบียบของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปลายปี 2568 อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย พร้อมทั้งจะมอบส่วนลดให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษา โดยการดำเนินการดังกล่าวถือเป็นปัจจัยหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟด้วย

โดยการลงนามความร่วมมือระหว่างการรถไฟฯ และสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง ในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศทั้งในด้านเทคโนโลยี การผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ และการพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญด้านระบบรางมากขึ้น เรามุ่งหวังว่าการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และผลักดันให้การขนส่งสินค้าทางรางมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ

หลังจากนี้ก็ต้องมาลุ้นความร่วมมือระหว่าง สทร.และการรถไฟฯ ในการขับเคลื่อนผลักดันเรื่องของการออกแบบและการผลิตต้นแบบรถไฟประเภทต่างๆ เช่น หัวรถจักร รถโดยสาร รถสินค้า ตลอดจนการพัฒนาดัดแปลงตู้รถไฟ และการพัฒนาชิ้นส่วนอุปกรณ์รถไฟตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการขนส่งระบบรางที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ตอบโจทย์ความต้องการด้านการขนส่งของประเทศ และก่อให้เกิดการสร้างอุตสาหกรรมระบบรางที่เข้มแข็ง รวมไปถึงการพัฒนาองค์ประกอบต่างๆ โดยเฉพาะคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐานระบบราง การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์จริง.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

BKS(บขส.)อัปเกรดให้บริการ

ท่ามกลางความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ระบบขนส่งสาธารณะของไทยกำลังเร่งยกระดับคุณภาพการให้บริการ ทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และมาตรฐานของรถโดยสาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ล่าสุด บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) หรือ บขส. เดินหน้าปรับโฉมการเดินทางระหว่างจังหวัด ด้วยการนำรถโดยสารรุ่นใหม่เข้ามาให้บริการในหลายเส้นทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ทันสมัย สะดวก และตอบโจทย์ผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

อัคคีภัยความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม

หลายคนอาจมองว่าเหตุเพลิงไหม้เป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบมักรุนแรงและใช้ระยะเวลาในการฟื้นตัวค่อนข้างนาน โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นบ้านพักอาศัยซึ่งเป็นศูนย์กลางของการใช้ชีวิต หรือรถยนต์ซึ่งเป็นพาหนะสำคัญในการประกอบอาชีพและการเดินทาง

ทำไมเงินเฟ้อกระทบแต่ละคนไม่เท่ากัน?

หลายครั้งที่มีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ หลายคนอาจรู้สึกว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจไม่ตรงกับความรู้สึกในชีวิตจริง เพราะแม้เงินเฟ้อภาพรวมอาจเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ค่าใช้จ่ายบางหมวดกลับขยับขึ้นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า หรือค่าใช้จ่ายในการดูแลครอบครัว

‘ปัจจัยเสี่ยงโลก’โจทย์ใหญ่ศก.ไทย

ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ทุกประเทศจับตาอย่างใกล้ชิด หลังความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดทางการค้า และความผันผวนของราคาพลังงาน ยังคงส่งผลต่อทิศทางการค้า การลงทุน และต้นทุนการผลิตของหลายประเทศ ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย ทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางและแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ดันยานยนต์พลังงานสู่ล้านช้าง-แม่โขง

เมื่อพูดถึงกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคล้านช้าง-แม่โขง (Lancang–Mekong Cooperation: LMC) ที่ปัจจุบันกำลังผลักดันให้ประเทศสมาชิกทั้ง 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ไทย ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม ร่วมกันสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน แบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ยานยนต์ ระบบอัจฉริยะ (Smart Mobility) การรีไซเคิลแบตเตอรี่ เป้าหมายคือ ลดการพึ่งพาซัพพลายเชนจากนอกภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ร่วมกัน

หนุนเศรษฐกิจชายแดน

การขับเคลื่อนนโยบายท่องเที่ยวของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะ “ประตูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว” เชื่อมโยงประเทศไทยกับมาเลเซียและภูมิภาคอาเซียน โดยวางยุทธศาสตร์ควบคู่ทั้งการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยว การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และการทำตลาดเชิงรุก เพื่อเพิ่มรายได้และกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองรองในภาคใต้