สพฐ.ปรับโครงสร้างขับเคลื่อนปฏิรูป

  • Monday, March 20, 2017 - 00:00

    หดเหลือ10สำนักจากเดิมมี12สำนัก/เปิดโอกาสจนท.โยกได้ตามความสมัครใจ

    เตรียมยกเครื่องปรับโครงสร้างภายใน สพฐ. หดเหลือ 10 สำนัก เพิ่มความคล่องตัวเพื่อขับเคลื่อนงานการปฏิรูป เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่พิจารณาโยกตัวเองเข้าสังกัดหน่วยงานใหม่ได้ตามความสมัครใจ

    นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะวางกรอบแนวทางการปรับโครงสร้าง สพฐ. ลดหน่วยงานภายในเหลือ 10 สำนัก คือ แบ่งสำนักที่ดูแลงานด้านปฏิบัติการ 5 สำนัก และสำนักที่ดูแลงานด้านสนับสนุน 5 สำนัก ซึ่งในฝ่ายสนับสนุนจะมีสำนักที่ขึ้นตรงต่อเลขาฯ กพฐ.จำนวน 2 สำนัก ซึ่งจากนี้แต่ละสำนักภายในของ สพฐ.ที่มีอยู่เดิม จะต้องกลับไปหารือและสร้างความเข้าใจว่าภาระงานของตัวเองตรงกับสายงานด้านใด และจะต้องย้ายอยู่ในสำนักไหน อีกทั้งสำนักต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นใหม่ตามโครงสร้างดังกล่าวจะสามารถช่วยในการขับเคลื่อนงานปฏิรูปการศึกษา และสอดคล้องกับสภาพปัญหาในปัจจุบัน รวมถึงเป็นไปตามนโยบายยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ด้วย

    "เนื่องจาก สพฐ.จำเป็นที่จะต้องขับเคลื่อนในรูปแบบใหม่แล้ว แต่จากการหารือตอนนี้เป็นเพียงการแบ่งภาระงานกว้างๆ เท่านั้น ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่าจะมีสำนักอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่มีผู้กังวลว่าจะมีการยุบหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษานั้น ผมยืนยันว่าจะมีหน่วยงานที่มาขับเคลื่อนงานในเรื่องนี้อย่างชัดเจนแน่นอน ส่วนเรื่องการย้ายคนหรือการปรับคนเข้าสู่สำนักตามโครงสร้างใหม่นั้น จากการหารือ รมว.ศธ.ได้ให้นโยบายว่าจะต้องยึดหลักความสมัครใจเป็นอันดับแรก และตรวจสอบคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถเดิมให้ใกล้เคียงกับหน้าที่ใหม่ด้วย และที่สำคัญตำแหน่งจะต้องไม่ต่ำกว่าเดิม" เลขาฯ กพฐ.กล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงสร้างปัจจุบันของ สพฐ.แบ่งการทำงานออกเป็น 12 สำนัก 22 หน่วยงานย่อย ประกอบด้วย 1.กลุ่มพัฒนาระบบบริหารราชการ 2.หน่วยงานตรวจสอบภายใน สพฐ. 3.สำนักอำนวยการ 4.สำนักคลังและสินทรัพย์ 5.สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 6.สำนักทดสอบทางการศึกษา 7.สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน 8.สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ 10.สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา 11.สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร 12.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา 13.สำนักงานพัฒนาการศึกษาเขตพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ 14.สำนักพัฒนากิจการนักเรียน 15.สถาบันภาษาอังกฤษ 16.สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย 17.ศูนย์บริหารโครงการพัฒนาโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย 18.สำนักงานบริหารงานการศึกษาภาคบังคับ 19.ศูนย์พัฒนาการนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน 20.ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน 21.ศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล 22.สำนักงานกองทุนเพื่ออาหารกลางวัน 21.ศูนย์ขับเคลื่อนนโยบายความเหลื่อมล้ำเพื่อความเป็นธรรมในสังคม และ 22.ศูนย์ปฏิรูปการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

  • เปลว สีเงิน

    ดูผลสำรวจ "นิด้าโพล" เมื่อวาน (๒๐ ส.ค.๖๐) ทำให้เข้าใจ "มิติคนไทย" ทางการเมืองมากขึ้น ความจริง ไม่เฉพาะคนไทย "คนทั้งโลก" ก็แบบนี้ ใหม่ๆ เห่อปรอทแตก แต่พักเดียว เปลี่ยนจากเห่อ เป็นโห่!
  • บทบรรณาธิการ

    สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่มีความสำคัญต่อทิศทางการเมืองในอนาคต เพราะจะมีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีสำคัญของนักการเมืองถึง 2 คดี คดีแรกคือ กรณีที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับพวก
  • เอ็กซ์-ไซท์

    นายตำรวจระดับสารวัตรเผชิญนาทีระทึก นำพารามอเตอร์ของเพื่อนที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขึ้นบินรำลึกครบ 100 วันตาย จู่ๆ เครื่องดับกลางอากาศสูงจากพื้นที่ 300เมตร ยังคุมสติร่อนฉุกเฉินลงในป่าหญ้าแค่บาดเจ็บเล็กน้อย
    กรมอุตุนิยมวิทยาเผยยังมีฝนหนักในช่วงนี้รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ตากอ่วม 2 อำเภอน้ำป่าหลากท่วมสำนักสงฆ์และบ้านเรือนราษฎร เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย
    กรมการปกครองนำกำลังเข้าทลายโรงแรม "โกลัก" ย่านนนทบุรี เปิดซ่องโจ๋งครึ่มจนชาวบ้านร้องเรียน รวบสาวนานาชาติ 22 คนขายบริการ พร้อมหญิงเจ้าของ รับเช่าต่อจากโกลักนาตารีมาค้ากาม
  • x-cite inside

    การขับถ่ายกลางแจ้งเป็นพฤติกรรมเก่าแก่ของมนุษย์ ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาตราบเท่าที่คนไม่แออัดและผืนดินรองรับสิ่งที่มนุษย์ขับถ่ายได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อผู้คนอยู่รวมกันเป็นชุมชนใหญ่น้อยมากขึ้น เราก็ค่อยๆ เรียนรู้ว่า สุขอนามัยเชื่อมโยงกับสุขภาพ
    “ทองม้วน ศรีอ่อน” บ้านเดิมอยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขึ้นชื่อว่าประชาชนมีฐานะ ‘ยากจน’ ที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ครอบครัวของทองม้วนก็ยากจนจริงๆ เพราะเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ไม่มีที่ดินทำกิน ต้องทำงานรับจ้างสารพัด ไม่ว่าในไร่นา ในสวน เพื่อเอาเงินค่าแรงเพียงไม่กี่บาทมาซื้อข้าวกินไปวันๆ
    ตำบลระบำ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีการนำที่ดิน ส.ป.ก.มาจัดสรรให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้ แต่มีความแตกต่างไปจากพื้นที่ ส.ป.ก. ต.สิงห์ จ.กาญจนบุรี เพราะที่ดิน ต.ระบำเป็นที่ดินที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยเช่าที่ดินจาก ส.ป.ก.เพื่อปลูกไม้ยูคาลิปตัส เนื้อที่รวม 3,239 ไร่เศษ ไม่ใช่ที่ดินที่ยึดคืนมาจากผู้ที่ครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมาย