ร่วมพลังคืนวิถีชุมชนริมคลอง มอบสุขภาวะดีให้ชาวบางมด

  • Saturday, February 18, 2017 - 00:00


    มีการกล่าวกันว่า คลองบางมด เขตทุ่งครุ จัดว่าเป็นคลองสวยอันดับ 3 ของกรุงเทพฯ เพราะมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ มีลำคลองหล่อเลี้ยงชาวชุมชนนี้ให้มีชีวิตที่ดี และสามารถปลูกส้มบางมดจนสร้างชื่อเสียงไปทั่วประเทศ แต่เมื่อกาลเวลาและสภาพของสังคมที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ชุมชนดังกล่าวแปรสภาพจากวิถีชีวิตริมคคลองไปสู่สังคมคอนกรีตเข้ามาแทนที่

    ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา กลุ่มคณะทำงานเครือข่าย 3C Project (Canal Cycling Community) ได้ร่วมกันพัฒนาและพลิกฟื้นคืนธรรมชาติวิถีชีวิตริมน้ำคลองบางมดให้กลับมาอีกครั้ง โดยเริ่มพัฒนาพื้นที่จากริมท่าน้ำวัดพุทธบูชาถึงครัววิชชาลัย จนประสบความสำเร็จ และมีการสร้างเส้นทางปั่นจักรยานระยะทาง 3 กิโลเมตร ให้ชาวชุมชนได้ออกกำลังกายอีกด้วย

    เมื่อประสบความสำเร็จในพื้นที่แรก คณะทำงานฯ จึงดำเนินการพัฒนาพื้นที่ริมคลองบางมด เพิ่มเส้นทางจักรยานเป็น 10 กิโลเมตร เพื่อขยายเส้นทางคมนาคมและเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืนเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งมีชุมชนในเขตทุ่งครุเข้าร่วมถึง 29 ชุมชน รวมทั้งเครือข่ายอีกจำนวนมาก ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการจาก สำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกรุงเทพมหานคร และเปิดตัวกิจกรรมภายใต้ชื่องาน “บางมดเฟสติวัล ครั้งที่ 1” (1st Bangmod Festival) เมื่อวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณริมคลองบางมด วัดพุทธบูชา โดยมุ่งมั่นสานต่อโครงการและสื่อสารวิถีชีวิตของคนปลายน้ำ วัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายของชานเมือง เพื่อให้เกิดเป็นส่วนขยาย และสร้างการมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่มากขึ้น

    นายพลเฉลิม ศรมณี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตทุ่งครุ กทม. เป็นประธานเปิดงาน พร้อมกล่าวว่า กทม.ให้การสนับสนุนการสร้างวิถีชุมชนและเพิ่มเส้นทางจักรยานคืนธรรมชาติให้ชาวบางมด เพราะเห็นความเป็นไปได้และประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ เริ่มจากระยะทาง 3 กิโลเมตรที่ทำไปแล้วด้วยงบประมาณหลายล้านบาท และขั้นต่อไปยินดีร่วมสนับสนุนการขยายเส้นทางเพิ่มเติมให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายที่กำหนด

    ดร.กัญจนีย์ พุทธิเมธี หัวหน้าหลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบและวางแผน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โต้โผของคณะทำงานฯ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นตัวอย่างความร่วมมือทางเศรษฐกิจชุมชนที่ผลักดันเส้นทางจักรยานริมคลองให้ขยายเพิ่มเป็น 10 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นศักยภาพของพื้นที่คลองบางมดที่ทุกคนต้องภาคภูมิใจ หันมาให้ความสำคัญมากขึ้น

    “โครงการได้รับการสนับสนุน ร่วมแรงมือร่วมใจจากหลายหน่วยงาน ทั้งทีมอาสา วัด โรงเรียน และประชาชนในพื้นที่ เมื่อประชาชนเห็นว่ามีศักยภาพ ก็จะหันมาสนใจดูแล เอาใจใส่สิ่งแวดล้อมของชุมชน ช่วยกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูให้ดียิ่งขึ้นต่อไป”

    โต้โผของคณะทำงานฯ กล่าวต่อว่า หลังจากวิถีชีวิตริมคลองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ทำให้เกิดประโยชน์มากมาย มิได้เพียงแค่เพิ่มหนทางเพื่อสัญจร แต่ยังหมายถึง วัฒนธรรม ประเพณี สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจชุมชน เพิ่มรายได้ชุมชน นำความสุขกลับคืนมาอีกครั้ง และคงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

    “การทำงานของเราได้เชิญกลุ่มเครือข่ายที่มีแนวคิดคล้ายๆ กันเข้ามาดูงานนี้ด้วย เพื่อปรึกษาหารือและช่วยเหลือผลักดันโครงการนี้ให้ประสบผลสำเร็จ และจะเดินหน้าสำหรับการจัดงานในโอกาสต่อไป” ดร.กัญจนีย์กล่าวสรุปความสำเร็จเอาไว้

    นายประสิทธิ์ รัศมีสุข สมาชิกชุมชนบางมด เขตทุ่งครุ กล่าวว่า เกิดที่บางมด ตลอดอายุ 70 ปี ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงไปมาก จากอดีตเมื่อพูดถึงบางมด คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงส้มบางมดเป็นอันดับต้นๆ แต่บางมดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากที่คนทั่วไปยังไม่ทราบ เช่น ธรรมชาติชีวิตริมคลอง ที่แม้ปัจจุบันสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนจากสวนเกษตรกลายเป็นชุมชน

    แต่เมื่อมีหน่วยงานต่างๆ หันมาสนใจและพัฒนาเส้นทางเลียบคลอง จึงคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะชุมชนของเรายังมีศักยภาพด้านอื่นๆ ที่จะพัฒนาให้เศรษฐกิจของชุมชนดีขึ้นได้อีกมาก รวมทั้งยังทำให้เด็กและเยาวชนมีพื้นที่ออกกำลังกาย ที่จะทำให้พวกเขามีสุขภาวะดีและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต่อไป

    สำหรับ “บางมดเฟสติวัล ครั้งที่ 1” เริ่มต้นด้วยการร้องเพลง ประสานเสียงจากวงสานใจคอรัส พร้อมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากคุณสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล (ฮาร์ท), การแสดงโปงลางจากโรงเรียนวัดพุทธบูชา, การแสดงคีตะนาฏศิลป์จาก PP&P Music and Art, การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัยจากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, การขับร้องนาซีร จากโรงเรียนอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย, การปั้นตุ๊กตาดินไทย, ป้อนนมแพะ, เพนต์เฮนน่า, ถักตุ๊กตาไหมพรม, จัดดอกไม้, ประดิษฐ์โคมไฟจากลูกโป่ง และตลอดแนวเลียบคลอง 3 กิโลเมตรมีการจัดแสดงผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ เช่น Canal Art, กิจกรรมศิลปะบำบัดบนกำแพง (Bangmod Art Theraphy Wall Painting), การจัดแสดงไฟประดับ (Decorative Light) การปั่นจักรยานริมคลอง และล่องเรือชมธรรมชาติและวิถีชุมชนในคลองบางมด

    ความสำเร็จของชาวบางมดเกิดจากการร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ที่ต้องการรักษาอัตลักษณ์ของคนในชุมชนให้ดำรงต่อไป ท่ามกลางกระแสของสังคมเมืองที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นับเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชม และเป็นต้นแบบสำคัญให้ชุมชนที่ต้องการรักษาวิถีดังเดิมของตัวเองได้เข้ามาศึกษาและเรียนรู้.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ดูข่าวระเบิด "รพ.พระมงกุฎฯ" วันครบรอบ ๓ ปี คสช.เมื่อวาน (๒๒ พ.ค.๖๐) มีอะไรหลายอย่างน่าสนใจ อย่างแรก......... "ตำรวจ-ทหาร-รัฐบาล" มีประสบการณ์ในการให้ข่าว "รัดกุม" ดีขึ้น อย่างที่สอง........ พิธีกรข่าว ยังคง "ซัก-สัมภาษณ์" เอาข่าว ไม่เอาความรับผิดชอบต่อสถานการณ์รวมเหมือนเดิม
  • บทบรรณาธิการ

    แม้รัฐบาลไม่ต้องการจะตีปี๊บผลงานให้ประชาชนได้รับฟังในวาระทำงานครบรอบ 3 ปี ใน 1 เดือนข้างหน้า แต่ในสายงานปกติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่จะครบรอบ 1,095 วัน ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ก็มีการเสนอให้มีการรวบรวม
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ศาลออกหมายจับ2สาวพาผู้ต้องหาหนีเต้นกันทั้งสำนักงาน ดาบตำรวจไขกุญแจห้องขังปล่อย 2 ผู้ต้องหาคดียาเสพติดหลบหนีลอยนวล ถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา เจ้าตัวโต้ข่าวรับเงิน “แต่ถ้าให้ 3 ล้านผมกล้าปล่อย” ตำรวจร้อยเอ็ดระดมกำลังล่ายังไร้วี่แวว ศาลออกหมายจับ 2สาวผู้พาหนี
    ชนสยองบนโทลล์ เวย์ รถตู้โดยสารพุ่งอัดท้ายรถดูดฝุ่นจนผู้โดยสารหญิงกระ เด็นออกมาเสียชีวิต2 ศพ พร้อมคนขับ บาดเจ็บอีก 5 พยานระบุคนขับน่าจะหลับใน
    องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โดย นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ นายอานันท์ ปันยารชุน ทูตยูนิเซฟประจำประเทศไทยประกาศแต่งตั้ง Friends of UNICEF คนใหม่ ได้แก่ ซิโก้-เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, หนูดี-วนิษา เรซ, พีช-พชร จิราธิวัฒน์ และใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่
  • x-cite inside

    สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมลงพื้นที่เพื่อให้เครือข่ายพ่อแม่ ครูและนักเรียน มีโอกาสใช้ประโยชน์จากคู่มือการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาในแคมเปญ “หนังสือเดินทางตามรอยพระราชา”
    ไม่ใช่แค่เสียเวลา เปลืองพลังงาน แต่ “การที่ผู้ปกครองตะโกนใส่ลูก เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อครอบครัว” จากผลวิจัยของ ดร.ลอลา มาร์คัม ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา บอกไว้ว่า การที่พ่อแม่ตีลูกและขึ้นเสียงเพื่อทำให้เด็กๆ อยู่ในระเบียบ ถือเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว
    เรื่องร้อนๆ ที่คนชอบเที่ยว "เมืองนอก" เพราะหลงใหลกับซีรีส์ทีวีบ้านเราแบบอินเลิฟสุดๆ จนต้องขึ้นเรือเหาะไปเหยียบแผ่นดินเกาหลีสักครั้งในชีวิต...ต้องรู้ไว้ใช่ว่าเลยทีเดียวเชียวแหละ!!!