เครือข่ายเมืองจันทบุรีสุดเจ๋ง โชว์โมเดลเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

  • Saturday, June 24, 2017 - 00:00


    วิถีชีวิตในยุคปัจจุบันทำให้คุณแม่ยุคใหม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านขึ้น และไม่เอื้อต่อการให้นมลูกด้วยตนเอง ประกอบกับการตลาดของนมผสมสมัยใหม่ ทำให้เข้าใจว่าสามารถทดแทนนมแม่ได้ จึงทำให้แม่ไทยให้นมแก่ลูกน้อยลง สอดคล้องกับผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ.2558-2559 โดยองค์การยูนิเซฟพบว่า แม่ไทยเลี้ยงลูกด้วนนมแม่ตลอด 6 เดือน เพียงร้อยละ 23.1 ถือว่าต่ำที่สุดในอาเซียน

    เมื่อเร็วๆ นี้ มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์กร Alive & Thrive จึงลงพื้นที่เยี่ยมชมเครือข่ายการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ใน จ.จันทบุรี ในโครงการ “นมแม่สัญจร” เพื่อติดตามการทำงานของเครือข่าย พร้อมและกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการให้นมแม่

    ศ.คลินิก พญ.ศิราภรณ์ สวัสดิวร เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า พื้นที่ จ.จันทบุรีถือว่าสามารถแก้ไขปัญหาและส่งเสริมสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ประสบความสำเร็จ โดยเริ่มต้นจากโรงพยาบาลประจำจังหวัด เทศบาล และชุมชน เป็นผู้ขับเคลื่อน โดยยึดหลักการสำคัญคือต้องให้นมแม่ล้วนๆ อย่างน้อย 6 เดือน และให้นมแม่ควบคู่อาหารตามวัยจนถึง 2 ปี

    สำหรับกำแพงหรืออุปสรรคของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ (Barrier) มีอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนฝากครรภ์กับโรงพยาบาล คุณแม่จะต้องกินอาหารที่มีประโยชน์กับลูก ประกอบไปด้วย สารอาหารประเภทโฟเลต ไอโอดีน ธาตุเหล็ก จากนั้นเมื่อลูกคลอดออกมาเป็นทารก คุณหมอและพยาบาลจะต้องนำลูกมาวางบนอกแม่ตั้งแต่ในห้องคลอด โดยไม่ควรแยกแม่แยกลูกหลังคลอด จากนั้นเมื่อมีน้ำนมก็ควรให้ลูกดื่มไปจนถึง 6 เดือน จึงให้อาหารตามไว้ผสมกับการให้นมลูก

    “การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เราเห็นถึงความเข้มแข็งในระดับพื้นที่ที่สามารถทำลายอุปสรรคในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ประสบความสำเร็จ” เลขาธิการมูลนิธิศูนย์นมแม่ฯ กล่าว

    นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และอดีตประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สสส.เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โดยการรวมตัวของแพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ เพื่อทำเรื่องนมแม่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เนื่องจากการส่งเสริมให้ลูกกินนมแม่เป็นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพตรงที่สุด เพราะเป็นรากฐานของชีวิตและป้องกันโรคทำให้เด็กเติบโตมีคุณภาพ

    ทั้งนี้ กว่า 30 ปีที่ผ่านมา เราผลักดันเรื่อง พ.ร.บ.ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก (International Code of Marketing of Breast milk substitutes) ที่มีสาระสำคัญ “เน้นส่งเสริมให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมตัวเองมากที่สุด และปกป้องไม่ให้แม่หรือครอบครัวถูกโน้มน้าวจากการโฆษณาส่งเสริมการตลาดจากนมผสม” ที่เข้ามาแย่งอัตราการเลี้ยงลูกในประเทศไทยให้ต่ำลง และต่ำที่สุดในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2560 และกำลังจะมีผลบังคับเป็นกฎหมาย

    “ที่ผ่านมา สสส.และองค์กรที่เกี่ยวข้องมีบทบาททั้งทางตรงและทางอ้อมที่ช่วยผลักดันมาตลอด หลังจากนี้การทำงานในระดับพื้นที่จะง่ายขึ้น เนื่องจากมีกฎหมายออกมารองรับ ทำให้ทั้งโรงพยาบาล ชุมชน ฯลฯ สามารถส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จนสำเร็จ” อดีตประธานมูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย กล่าว

    นายประยุทธ วาสนาวิน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะขวาง จังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า นมแม่เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนเกาะขวาง เมื่อเด็กโตขึ้นด้วยนมแม่แล้ว เราก็ส่งเสริมและพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ส่งเสริมสนามฟุตบอลและกีฬา สร้างกลุ่มอาชีพ สร้างโรงเรียนรู้สูงอายุ และสนับสนุนการดูแลสุขภาพของคนในชุมชน โดยทำให้เป็นชุมชนงดเหล้าและบุหรี่ ส่งเสริมการออกกำลังกาย ทำงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเข้มข้น ด้วยการสกัดกั้นเรื่องนมผงไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ โดยใช้หลักการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย และได้ประกาศในเทศบัญญัติ ทำให้เรื่องการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของตำบลมีความเข้มแข็ง

    พร้อมทั้งจัดมหกรรมนมแม่ทุกปี และสนับสนุนการสร้างทีมแม่อาสาจนเข้มแข็ง โดยการฝึกอบรมและได้รับความช่วยเหลือจากโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ที่มีทีมพยาบาลแม่อาสาคอยช่วยเหลือตลอดเวลา โดยสอนตั้งแต่การใส่ใจแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ ไปจนถึงคลอดและกลับบ้าน แม่อาสาตำบลเกาะขวางจะมีทักษะในการดูแลและติดตามช่วยเหลือแม่จนสามารถให้นมลูกได้สำเร็จ ทำให้มีแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน สำเร็จถึง 64%

    นางวาสนา งามการ หัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยสูตินรีเวช โรงพยาบาลพระปกเกล้า เล่าถึงกลยุทธ์ในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แบบครบวงจรว่า โรงพยาบาลพระปกเกล้าได้นำบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จมาใช้ในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ประกอบด้วย ข้อ 1 ประกาศนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษรที่สื่อสารกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกคน ข้อ 2 ฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนให้มีทักษะนำไปช่วยเหลือแม่ได้ ข้อ 3 ให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์ทุกคนถึงประโยชน์และวิธีการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

    ข้อ 4 ช่วยแม่เริ่มให้ลูกดูดนมภายในครึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอด ข้อ 5 สอนให้แม่รู้วิธีเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และวิธีทำให้น้ำนมคงมีปริมาณพอเพียงแม้ว่าแม่ลูกต้องแยกจากกัน ข้อ 6 อย่าให้นมผสมน้ำหรืออาหารอื่นแก่เด็กแรกคลอดนอกจากนมแม่ เว้นแต่จะมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ข้อ 7 ให้แม่และลูกอยู่ในห้องเดียวกันตลอด 24 ชั่วโมง ข้อ 8 สนับสนุนให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตามต้องการ ข้อ 9 ไม่ให้หัวนมหลอกและหัวนมปลอมแก่ทารก และข้อ 10 ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งกลุ่มสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และส่งต่อแม่ให้รู้จักกลุ่มดังกล่าวเมื่อออกจากโรงพยาบาล

    “นอกจากบันได 10 ขั้นสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่โรงพยาบาลพระปกเกล้าได้ประเมินตัวชี้วัดทุกตัว และยึดหลักอย่างหนักแน่นแล้ว เราต้องสร้างความเข้มแข็งให้กับชมรมนมแม่ หรือแม่อาสาให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหานมแม่ ปัจจุบันใน จ.จันทบุรีมีชมรมนมแม่ทั้งหมด 15 ชมรม ที่ส่งเสริมและสนับสนุนพร้อมทั้งช่วยเหลือให้ลูกได้กินนมแม่ โดยปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้กลุ่มแม่อาสาเข้มแข็งคือ ข้อ 1 ให้ความรู้ชัดว่าทำไมวันนี้ต้องนมแม่ ข้อ 2 ฝึกทักษะแก้ไขปัญหาในชุมชนโดยการสอนให้เป็นทำให้ดู ข้อ 3 เสริมพลังและพัฒนาขีดความสามารถ ข้อ 4 เข้าถึงผู้นำท้องถิ่น เทศบาลทุกพื้นที่ แม้พยาบาลแกนนำไม่อยู่ ทีมแม่อาสาตำบลก็สามารถทำได้ ข้อ 5 โรงพยาบาลให้ความรู้และจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก่ชมรมทุกปี และข้อ 6 สร้างขวัญกำลังใจแก่แม่อาสาทุกๆ คน” นางวาสนากล่าว

    การร่วมมือกันไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาล กลุ่มแม่อาสา ชุมชน และคุณแม่ ที่ตั้งมั่นในการให้นมลูก โดยมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กเป็นเครื่องมือสำคัญ ก็เชื่อว่าเด็กและเยาวชนจะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เป็นแรงผลักสำคัญที่จะพัฒนาชาติไปสู่ประเทศไทยในยุค 4.0.

    รร.เมืองปทุมฯ ให้เด็กปลูกผักกินเอง

    นางประมวล ศิริวรรรณ ครูโรงเรียนวัดธัญญะผล อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กล่าวว่า โรงเรียนวัดธัญญะผลเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ประสบปัญหาเด็กไม่ชอบทานผักและผลไม้มากถึง 143 คน คิดเป็นร้อย 48.80 ของนักเรียน ทั้งหมดจำนวน 293 คน ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ คือชอบรับประทานอาหารประเภททอด ปิ้ง ย่าง ที่หาซื้อได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางโรงเรียนได้ดำเนินโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

    โดยมีการจัดกระบวนการเรียนการสอนยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกผักเข้าโครงการอาหารกลางวัน จึงได้เข้าร่วมโครงการ "ยิ่งเท่ ยิ่งน่ารัก เพราะกินโปรตีน ผักและผลไม้" ของ สสส. โดยการส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือปลูกผัก และดูแลแปลงผักด้วยตัวเอง โดยใช้พื้นที่หลังโรงเรียนเป็นแปลงผักทดลอง อาทิ ผักบุ้ง คะน้า วอเตอร์เครส ยี่หร่า โหระพา กะเพรา พริก ตะไคร้ มะเขือ ต้นอ่อนทานตะวัน เป็นต้น ส่วนผลไม้ที่ปลูกไว้ เช่น กล้วย และแก้วมังกร รวมทั้งโรงเพาะเห็ดนางฟ้าให้เด็กๆ ช่วยกันดูแล

    “จากการเริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2558 พบว่าเด็กมีความรู้ ความตระหนักและคุณค่าของผักและผลไม้ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นร้อยละ 80 และทานผักและผลไม้ไม่น้อยกว่า 160 กรัมต่อมื้อ นอกจากนี้ยังขยายผลสู่ครัวเรือนผู้ปกครองเพื่อช่วยกระตุ้นเด็กทานผักและผลไม้ครบทั้ง 3 มื้อ” ครูโรงเรียนวัดธัญญะผลกล่าวปิดท้าย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง