"สุพจน์" ชีวิตพลิก จากโจรขึ้นบ้าน ถึงคดียึดทรัพย์

  • Wednesday, September 13, 2017 - 08:04

             

    ใครเลยจะคิดว่า จากเหตุการณ์โจรกลุ่มใหญ่บุกเข้าไปในบ้าน ทรัพย์ล้อม บ้านหลังใหญ่ ในซอยลาดพร้าว 64 ย่านวังทองหลาง ของ สุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม เมื่อคืนวันที่ 12 พ.ย.54 ซึ่งเป็นวันที่ครอบครัว ทรัพย์ล้อม กำลังอยู่ในช่วงแห่งความสุข เพราะเป็นคืนงานแต่งงานของลูกสาวสุพจน์ ซึ่งขณะเกิดเหตุสุพจน์และครอบครัวกำลังอยู่ในงานแต่งงานดังกล่าวที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีเพียงคนรับใช้ 2 คนอยู่ในบ้านพัก โดยที่กลุ่มโจรคงรู้และเตรียมวางแผนมาเป็นอย่างดี จึงบุกเข้าไปในบ้าน ทรัพย์ล้อม แล้วมัดคนใช้ไว้ จากนั้นได้รื้อค้นทรัพย์สินในห้องต่างๆ โดยเฉพาะห้องนอนของสุพจน์ ขโมยทรัพย์สินไปได้จำนวนมาก
             
    หลังข่าวดังกล่าวเริ่มปรากฏออกไป ตอนแรกผู้คนก็ได้แต่เห็นใจอดีตปลัดสุพจน์ ที่มาโดนโจรขึ้นบ้านปล้นทรัพย์ในวันแต่งงานลูกสาว

    ก่อนที่ต่อมารูปคดีจะพลิก เพราะปรากฏว่าเงินสดและทรัพย์สินที่โจรขโมยไปแล้วติดตามกลับคืนมาได้ ทำเอาหลายคนถึงกับอึ้ง เพราะมีมูลค่ามหาศาลร่วม 17 ล้านบาท โดยตามข่าวโจรสารภาพกับตำรวจว่าได้รื้อค้นทรัพย์สินในบ้าน พบกระเป๋าใส่เงินสดจำนวนมากและคาดว่ามีหลายร้อยล้านบาท แต่ขนมาได้แค่บางส่วน ทำเอาผู้คนตะลึงกันหมดว่าอดีตบิ๊กคมนาคม เก็บเงินสดและทรัพย์สินไว้ในบ้านทำไมมากมายเป็นหลักสิบล้าน-ร้อยล้านบาท จนนำไปสู่การตั้งข้อสงสัยถึงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าว โดยเฉพาะว่ามีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ไว้หรือไม่

    ในที่สุดก็นำไปสู่การตรวจสอบของ ป.ป.ช.ที่ไปดูบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่สุพจน์แจ้งไว้ ผสมกับ ข้ออ้างในตอนแรกของเจ้าตัวที่บอกว่า เงินสดในบ้านดังกล่าวเป็นสินสมรสของบุตรสาว โดยตอนแรกหลังมีข่าวโจรปล้นบ้านใหม่ๆ บอกว่าได้สินสมรสมา 5 ล้านบาท แต่เมื่อตำรวจจับโจรและทรัพย์สินที่ขโมยกลับคืนมาได้ พบว่าเฉพาะเงินสดอย่างเดียวก็ร่วม 16 ล้านบาทเข้าไปแล้ว นั่นยิ่งทำให้สังคมกังขามากขึ้น  

    จนสุดท้าย ป.ป.ช.จึงเข้ามาไต่สวนและมีผลสรุปชี้มูลออกมาเมื่อ 24 ก.ค.55 ด้วยมติเอกฉันท์ว่า สุพจน์ร่ำรวยผิดปกติ หลังจากไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินบางส่วนได้ จึงส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อยึดทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 64,738,587 บาท จากนั้นเรื่องก็เดินไปตามขั้นตอน

    โดยภาคของคดีความจากผลการชี้มูลเอาผิดสุพจน์ในเรื่องร่ำรวยผิดปกติ แบ่งออกเป็น 2 สำนวน  

    คดีแรกคือ คดียึดทรัพย์เพราะรวยผิดปกติ โดยสุพจน์ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การร้องให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินจึงไม่ได้ยื่นตรงไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เหมือนกรณียึดทรัพย์นักการเมืองเช่นทักษิณ ชินวัตร แต่ต้องยื่นไปที่ ศาลแพ่ง เพื่อให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติ จากนั้นสุพจน์ก็มีหน้าที่พิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินต่อศาล

    ส่วนคดีที่ 2 คือการดำเนินคดีอาญา ข้อหาจงใจยื่นบัญชีเท็จ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ที่ ป.ป.ช.ยื่นตรงไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ
    มาถึงตอนนี้จากเหตุการณ์โจรขึ้นบ้าน กระทั่งความแตก ก็มาถึงบทสรุปสุดท้ายในช่วงใกล้เคียงกัน ทั้ง 2 สำนวน

    เริ่มที่คดีแรก วันพุธที่ 13 ก.ย.นี้ จะมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดียึดทรัพย์ 64 ล้านบาทดังกล่าว หลังก่อนหน้านี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 พ.ย.58 ให้ริบทรัพย์สินสุพจน์ และทรัพย์สินที่มีชื่อของภรรยา บุตรสาวและบุตรเขยของนายสุพจน์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตกเป็นของแผ่นดินรวม 64,998,587.52 บาท จากเดิมที่ศาลชั้นต้นให้ยึดทรัพย์แค่ 46,141,038.83 บาท นั่นคือคำอุทธรณ์ของสุพจน์กลับทำให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์มากขึ้น ส่วนผลคำพิพากษาศาลฎีกาฯ จะออกมาแบบไหนต้องรอฟัง โดยคดีนี้จะเป็นกรณีศึกษาสำคัญของคดียึดทรัพย์อีกหนึ่งเคสที่จะถูกพูดถึงไปอีกนาน

    ขณะเดียวกันในส่วนของการเอาผิดอาญาตามกฎหมาย ป.ป.ช. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 26 ก.ย.เช่นกัน

    จากคดีโจรขึ้นบ้านธรรมดา กลับมาจบที่การยึดทรัพย์ แจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ของอดีตบิ๊กคมนาคม เชื่อได้ว่าจะถูกพูดถึงไปอีกนานหลังจากนี้.

  • เปลว สีเงิน

    ว่าจะงด ไม่พูดถึง "บิ๊กป้อม" สักวัน..... แต่...มาอีกแล้วครับ ประเภทมีปากเอาไว้พูดอย่างเดียว ไม่สนใจความรู้สึกคนอื่น... เมื่อไหร่จะเลิกเสียที! เรื่องการเสียชีวิตของ "น้องเมย" นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ ๑ ขอให้ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน
  • บทบรรณาธิการ

    รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้วาระแห่งชาติ เรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมา
  • เอ็กซ์-ไซท์

    ส่งตัวเอกซเรย์ที่รพ.พัก2วันค่อยเดินหน้า ฮีโร่หัวใจแกร่ง สุดท้ายก็พ่ายสัง ขาร แพทย์สั่งตูนหยุดวิ่งกลางคันหลังตรวจพบขาขวาเจ็บ กล้ามเนื้ออักเสบ ส่งเอกซเรย์ที่ รพ.บางสะพาน
    อาจารย์ปริญญารณรงค์ "ต้องไม่มีใครติดคุกเพราะจน" ยื่นหนังสือถึง กก.ปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เลิกใช้หลักทรัพย์ประกันตัวผู้ต้องหาระหว่างพิจารณาคดี เผยมีคนจนเข้าคุกถึง 6.6 หมื่นคนเพราะไร้เงินประกัน เสนอใช้หลักประเมินความเสี่ยงในการหลบหนีแทน
    นักดำน้ำทั้งชาวไทยและต่างชาติพากันตื่นตาเมื่อพบฉลามวาฬว่ายวนเวียนบริเวณจุดดำน้ำในทะเลจังหวัดตราด
  • x-cite inside

    ได้รับทั้งเสียงปรบมือและยอดบริจาคท่วมท้นสำหรับโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จากเบตงสู่แม่สาย ของ พี่ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย ศิลปินวงบอดี้สแลม กับภารกิจเพื่อสังคมที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นไม่ใช่ไอดอลของวัยรุ่นที่สลัดไมค์ร้องเพลงมาเป็นทำงานจิตอาสา
    ณ ตอนนี้เข้าไปท่องโลกออนไลน์ จะมีรายการแชร์และส่งต่อ ขอความช่วยเหลือพี่น้องผองไทย!! ช่วยกันโหวตให้ "มารีญา พูลเลิศลาภ" ตัวแทนสาวไทยในการประกวดนางงามจักรวาลปี 2017
    ในยุคนี้ความเชื่อว่าเด็กจะเก่งต้องมุ่งเน้นแต่เรียนอย่างเดียวอาจตกยุคไปแล้ว เพราะงานวิจัยต่างๆ จากทั่วโลกพบว่า หากพวกเขาได้ทำกิจกรรมทางกายด้วยการออกมาเล่น (Active Play) หรือออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 60 นาที จะทำให้พัฒนาการด้านสมองดีกว่าเด็กที่จดจ่อมุ่งแต่นั่งเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว