ระลึกถึงพ่อหลวงร.9 ชวนส่งภาพความทรงจำครบ1ปีสวรรคตบันทึกประวัติศาสตร์

  • Friday, October 13, 2017 - 00:00


    สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันเสด็จสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร 13 ต.ค. “สำนักพระราชวัง” เชิญชวนส่งภาพแห่งความทรงจำและระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ “วิษณุ” เผยเตรียมจัดทำเข็มที่ระลึก กำหนดราคา 300 บาท จำหน่ายล็อตแรก 4 หมื่นอัน วันที่ 22 ต.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์

    วันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 เป็นวันเสด็จสวรรคตบรรจบครบรอบ 1 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร

    มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ดังนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 17.00 น. เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์และพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์ บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์และสวดคาถาพิเศษ จบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 จบ พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนเครื่องไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่แท่นเตียง พระสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

    สำนักพระราชวังแจ้งว่า ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตจนถึงปัจจุบัน ได้มีการบันทึกภาพการเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ และการทำกิจกรรมจิตอาสาในด้านต่างๆ ที่ประชาชนมุ่งปฏิบัติเพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และน้อมถวายพระราชกุศล ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำริที่จะให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการประมวลภาพเหตุการณ์แห่งความทรงจำนับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา เพื่อรวบรวมไว้เป็นเครื่องแสดงให้เห็นถึงความจงรัก ความภักดี และความศรัทธาของปวงเหล่าพสกนิกรที่มีต่อพระองค์ อันจะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ โดยมีพระราชดำริให้มีการนำภาพที่จัดส่งมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ไปจัดแสดงให้ประชาชนได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทยและประเทศชาติตลอดไป

    ชวนคนส่งภาพความทรงจำ

    สำนักพระราชวังขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก ร่วมส่งภาพแห่งความทรงจำและระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ในมุมมองต่างๆ ที่ประชาชนได้บันทึกภาพไว้นับแต่วันเสด็จสวรรคต วันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยสามารถจัดส่งภาพเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรกตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 และช่วงที่สอง หลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

    ทั้งนี้ สามารถส่งภาพได้ไม่เกินคนละ 10 ภาพ และมีความละเอียดของภาพไม่เกิน 3 เมกะไบต์ โดยระบุชื่อและนามสกุลของผู้ถ่ายภาพ วัน เวลา และสถานที่ของภาพ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และส่งมาที่อีเมล [email protected] ทางเว็บไซต์ https://photoking9.ohm.go.th หรือทางไปรษณีย์ ที่ สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ 904 พระที่นั่งอัมพรสถาน ถนนนครราชสีมา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300, ฝ่ายทะเบียนกองกลาง อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300, กองเผยแพร่พระราชกรณียกิจ สำนักพระราชวัง อาคารศาลาลูกขุนใน ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 อนึ่ง ผู้ส่งภาพเข้าร่วมกิจกรรมยินดีให้ส่วนราชการในพระองค์นำภาพไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ได้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ https://photoking9.ohm.go.th และสอบถามที่ 0-2 220-7200 ต่อ 3401-3407
    พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 13 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมคู่สมรส จะร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยนิมนต์พระสงฆ์ 89 รูป ฉันภัตตาหารเช้า ที่ตึกสันติไมตรีหลังใน และร่วมทำบุญตักบาตร บริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ในเวลา 07.00 น. ซึ่งพิธีบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ หน่วยงานราชการ ทหารแต่ละเหล่าทัพ จะทำพิธีพร้อมกันทั่วประเทศ นายกฯ จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมพิธีในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

    ขณะเดียวกัน ที่กระทรวงกลาโหม กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) ได้จัดแถลงข่าวการจัดพระเมรุมาศจำลอง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัดและต่างประเทศ รวมถึงแนวทางปฏิบัติในการถวายดอกไม้จันทน์ และการอำนวยความสะดวกประชาชน

    เกณฑ์วางดอกไม้จันทน์

    โดย น.ส.สุทธิภา นาเจริญ ผู้อำนวยการกองกลาง สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.จัดพื้นที่รองรับประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ พระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ 16 ซุ้ม ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดกลาง 26 ซุ้ม และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ตามวัดต่างๆ 62 ซุ้ม โดยจะเริ่มต้นให้ประชาชนถวายดอกไม้จันทน์ตามจุดต่างๆ ในวันที่ 26 ต.ค. เวลา 09.00 น. ถึงประมาณเวลา 16.30 น. หยุดพักช่วงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ในพระราชพิธีท้องสนามหลวง หลังจากนั้นจะเปิดให้ถวายดอกไม้จันทน์ได้อีกครั้งเวลา 18.00 น. และเวลา 22.00 น. เป็นช่วงพระราชทานเพลิงพระบรมศพจริง จะหยุดช่วงหนึ่ง แล้วอัญเชิญดอกไม้จันทน์ของประชาชนทุกท่านที่ร่วมถวายตลอดทั้งวันไปเผาที่พระจิตกาธานที่จัดสร้างขึ้นที่เมรุมาศท้องสนามหลวง และเมรุมาศจำลองทั้ง 8 แห่ง (ยกเว้นหน้าพระลานพระราชวังดุสิต) รวมถึงเขตต่างๆ และวัดที่มีการสร้างจิตกาธานที่ได้เตรียมไว้ ซึ่งแต่ละจุดสามารถเผาได้ประมาณ 3 แสนช่อ

    ขณะที่นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ต่างจังหวัดนั้น การจัดสร้างพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ 76 จังหวัดเสร็จแล้ว 100% จำนวน 56 แห่ง เหลืออีก 20 แห่งคืบหน้า 95% โดย มท.ได้กำหนดให้แล้วเสร็จ 100% ภายในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ส่วนซุ้มดอกไม้จันทน์นั้น มีทั้งหมด 802 แห่ง แบ่งเป็นขนาดกลาง 649 แห่ง และขนาดเล็ก 153 แห่ง ซึ่งก่อสร้างเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 95% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 ต.ค.เช่นกัน สำหรับพระจิตกาธาน หรือเตาเผาดอกไม้จันทน์ จะก่อสร้างทั้งหมด 878 แห่ง โดยสร้างใกล้พระเมรุมาศจำลองต้องแล้วเสร็จทั้งหมดภายในวันที่ 20 ต.ค.นี้ ส่วนดอกไม้จันทน์พระราชทาน ขณะนี้มีทั้งสิ้น 61 ล้านช่อ เชื่อมั่นว่าเพียงพอสำหรับประชาชนทุกคนที่มาร่วมถวายดอกไม้จันทน์

    ด้าน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในส่วนของต่างประเทศ ได้ให้สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งได้จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ล่วงหน้า เป็นช่อดอกไม้จันทน์พิเศษในนามของผู้แทนส่วนราชการ หรือที่เรียกว่าทีมประเทศไทยในประเทศนั้นๆ รวมถึงเป็นตัวแทนชุมชนคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้สถานทูตกงสุลใหญ่ทุกแห่งได้จัดส่งช่อดอกไม้จันทน์กลับมาที่กระทรวงการต่างประเทศจำนวน 96 ช่อ จาก 94 แห่งทั่วโลก ซึ่งตัวแทน กต.จะนำช่อดอกไม้พิเศษนี้มอบให้สำนักพระราชวัง เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้

    “พิธีถวายดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศ จะจัดในเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกับในไทย แต่จะไม่จัดก่อนกำหนดพระราชพิธีในวันที่ 26 ต.ค.ตามในไทย นอกจากนี้ ในทุกๆ ประเทศจะติดตั้งจอแอลอีดีเพื่อถ่ายทอดสด เพื่อจะได้เห็นการดำเนินพระราชพิธีในกรุงเทพมหานคร”น.ส.บุษฎีระบุ

    ตั้งศูนย์แอนตี้โดรน

    ขณะเดียวกัน พล.อ.ท.มานัต วงษ์วาทย์ รองเสนาธิการทหารอากาศ ได้แถลงข่าวเรื่องอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในช่วงงานพระราชพิธีฯ ว่ากองทัพอากาศจะช่วยดูแลการใช้โดรนให้เป็นไปตามเงื่อนไขของ กสทช. ซึ่งโดรนที่จะทำการบินในช่วงงานพระราชพิธีฯ ได้ต้องลงทะเบียนถูกต้อง และได้รับใบอนุญาตวิทยุโทรคมนาคมจาก กสทช. และใบอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือน และในช่วงพระราชพิธีฯ ห้ามโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตทำการบินในพื้นที่สนามหลวงรัศมี 19 กิโลเมตรอย่างเด็ดขาด ถ้าพบเห็นจะถูกควบคุมโดยมาตรการพิเศษทันที ส่วนในต่างจังหวัดที่มีพระเมรุมาศจำลองก็จะใช้มาตรการเดียวกันกรุงเทพฯ เช่นกัน

    วันเดียวกัน พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระเมรุมาศจำลอง ที่สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องโดรน ว่า กรอ.พระราชพิธีฯ ได้มอบหมายให้ ทอ.เป็นส่วนหนึ่งในการจัดตั้งศูนย์แอนตี้โดรน พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ระบบเซ็นเซอร์ และวางยามอากาศไว้รอบสนามหลวง

    นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อติดตามการเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีฯ ว่า มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ จัดตั้งทีมแพทย์และพยาบาลในบริเวณพระเมรุมาศจำลองของแต่ละจังหวัด รวมถึงจุดถวายดอกไม้จันทน์เพื่อดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ซึ่งมีความพร้อมเกือบ 100% แล้ว เหลือเพียงการซักซ้อมแผนปฏิบัติใหญ่ในวันที่ 19 และ 21 ต.ค.นี้

    ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวหลังหารือกับนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกฯ ถึงการจัดทำเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ว่าเกิดจากมติของคณะกรรมการฝ่ายจัดพิธีการงานถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ซึ่งนายกฯ เป็นประธาน โดยได้กราบบังคมทูลขอพระราชานุญาตแล้ว โดยสำนักปลัดสำนักนายกฯ เป็นผู้ผลิต ซึ่งการผลิตยังออกมาไม่ได้เต็มที่ จึงกำหนดว่าช่วงก่อนถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ จะมีเข็มที่ระลึกออกมาจำหน่ายก่อนส่วนหนึ่ง โดยกำหนดราคาไว้อันละ 300 บาท สามารถติดที่อกเสื้อได้ตลอดทุกวัน เป็นเข็มที่ระลึกเหมือนคราวงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

    เริ่มจำหน่าย 22 ต.ค.

    นายวิษณุกล่าวต่อว่า ในวันที่ 22 ต.ค. จะจำหน่ายที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.) ซึ่งมีจำนวน 4 หมื่นอัน และในระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย. จะจำหน่ายที่งานนิทรรศการ ณ ท้องสนามหลวง จำกัด 1 คนต่อ 2 อัน โดยใช้บัตรประชาชนในการสั่งซื้อและการจอง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2560 จะเริ่มจองได้ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ และธนาคารกรุงไทย โดยรับเข็มได้ในวันที่ 8 ม.ค.2561 ทั้งนี้ การสั่งจองที่ไหนให้รับเข็มที่นั่น ส่วนในต่างจังหวัด สามารถจองได้ที่สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งเข็มดังกล่าวหลังงานถวายพระเพลิงก็ยังสามารถใช้ได้ตลอดไป เป็นอนุสรณ์ที่เก็บไว้ สำหรับรายได้จะนำขึ้นถวายโดยเสด็จพระราชกุศลทั้งหมด

    “การซื้อในขณะนี้สามารถซื้อได้คนละ 2 อัน แต่การจองหลังจากนี้คงไม่จำกัดจำนวน ส่วนใครที่คิดจะทำปลอมแปลงถือว่ามีความผิด ซึ่งจะมีการกวาดล้างด้วย และถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง รวมทั้งขอร้องประชาชนอย่าไปอุดหนุนเป็นอันขาด” นายวิษณุกล่าว

    สำหรับความคืบหน้าการแสดงมหรสพสมโภชเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น ที่โรงละครแห่งชาติ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้จัดซ้อมการแสดงมหรสพสมโภชในส่วนของการแสดงเวทีที่ 2 เรื่องพระมหาชนก พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี น.ส.วันทนีย์ ม่วงบุญ ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย สำนักการสังคีต ในฐานะผู้กำกับการแสดง ควบคุมการซ้อม

    น.ส.วันทนีย์กล่าวว่า ภาพรวมการซ้อมมีความสมบูรณ์กว่า 90% ที่เหลืออีก 10% จะดูความพร้อมในวันที่ 22 ต.ค. ณ เวทีสนามหลวง โดยจะมีทั้งหมด 7 ฉาก ใช้เวลาแสดงประมาณ 1.40 ชั่วโมง ซึ่งจะจัดแสดงวันที่ 26 ต.ค. ที่เวทีกลางแจ้ง สนามหลวงด้านทิศเหนือ

    ขณะเดียวกัน ยังมีการซ้อมประโคมย่ำยามหรือการประโคมดนตรีในการพระราชพิธีออกพระเมรุมาศ โดยนายปิ๊บ คงลายทอง ผู้ชำนาญการด้านดนตรี สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กล่าวว่า งานพระราชพิธีฯ ได้จัดวงประโคมตั้ง 4 มุม โดยช่วงที่ 1 ประโคมขณะที่ริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมโกศเวียนอุตราวัฏรอบพระเมรุมาศ และประโคมอีกครั้งในขณะถวายพระเพลิงพระบรมศพ ช่วงที่ 2 หลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยจะมีเฉพาะวงปี่พาทย์นางหงส์เครื่องใหญ่ และวงปี่พาทย์มอญเครื่องใหญ่ รวม 4 วง ประโคมตลอดเวลาจนถึงเวลา 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

    ในช่วงเย็น ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พร้อมคณะ ได้ซ้อมพิธียกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ โดย พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าวว่าการจัดสร้างพระเมรุมาศมีความสมบูรณ์เป็นที่น่าพอใจ ภาพรวมเสร็จแล้วกว่า 99%

    กำหนดหลักชมนิทรรศการ

    ก่อนหน้านี้ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พล.อ.ธนะศักดิ์ได้ประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการเนื่องในการจัดงานนิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ โดยระบุว่า ได้สรุปแผนปฏิบัติการเข้าชมนิทรรศการพระเมรุมาศเป็นครั้งสุดท้าย โดยได้กำหนดให้เข้าชมนิทรรศการระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย.2560 เวลา 07.00-22.00 น. ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ทรงเป็นประธานเปิดนิทรรศการในวันที่ 2 พ.ย.นี้ และให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการแบบอิสระรอบละ 5,500 คน ใช้เวลารอบละประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมประมาณวันละ 100,000 คน รวม 29 วัน จะมีจำนวนกว่า 3 ล้านคน

    นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า เนื้อหานิทรรศการประกอบด้วย 1 พระเมรุมาศ 1 พระที่นั่งทรงธรรม และ 6 อาคารประกอบ โดยเนื้อหานิทรรศการบนพระที่นั่งทรงธรรมเสนอเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ แสดงจิตรกรรมฝาผนังโครงการในพระราชดำริจำนวน 3 ผนังที่น่าสนใจ ขณะที่ศาลาลูกขุน 4 หลังเป็นนิทรรศการครอบคลุมการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ งานประณีตศิลป์ และงานศิลปกรรมของสำนักช่างสิบหมู่

    พล.ต.ธานี ฉุยฉาย ที่ปรึกษาแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า ขั้นตอนการเข้าชมนิทรรศการประชาชนต้องผ่านจุดคัดครอง 3 จุด คือ บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ บริเวณท่าช้าง และบริเวณหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (รด.) ก่อนเข้าสู่จุดทางเข้าหลักตรงพระแม่ธรณีบีบมวยผม จากนั้นนั่งรอเต็นท์พักคอยรองรับประชาชน หรือเลือกชมการแสดงมหรสพเวทีต่างๆ จากนั้นยืนรอจุดถ่ายด้านหน้าทางเข้านิทรรศการ ซึ่งประกอบด้วย แปลงนาประกอบพระเมรุมาศ ฝายแม้ว และกังหันน้ำชัยพัฒนา โดยใช้เวลา 15 นาที จากนั้นเข้าชมนิทรรศการแบบอิสระด้านในใช้เวลาประมาณ 45 นาที เมื่อครบเวลาเข้าชมเจ้าหน้าที่จะมีสัญญาณแจ้ง และเชิญออกทางด้านซ้ายและขวาตามขั้นตอน ส่วนการขึ้นชมพระเมรุมาศสามารถขึ้นชมได้ 2 ฝั่งซ้ายและขวา บริเวณชั้นที่ 1 กำหนดให้ขึ้นด้านหน้าและลงด้านหลัง ขณะที่พระที่นั่งทรงธรรมจะขึ้นทางขวามือและลงด้านทิศใต้ สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ จะมีรถเข็นรองรับด้านนอก และมีช่องทางพิเศษอำนวยความสะดวก

    ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ที่ประชุมได้กำหนดแนวทางการแสดงมหรสพ โดยวางแนวทางเบื้องต้น มีการแสดงมหรสพ และการแสดงชุดต่างๆ ในเวลา 18.00-22.00 น. และจะมีการประโคมดนตรี วงบัวลอย บริเวณศาลาลูกขุน เวลา 08.00-17.00 น. นอกจากนี้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เพื่อให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้ซึบซับบรรยากาศเสมือนวันถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ.

  • เปลว สีเงิน

    ยังไม่ถึงวันที่ ๒๖ ตุลา........... กรุงเทพฯ ก็เริ่ม "คับแคบ" ตั้งแต่วันที่ ๒๓ แล้ว! เมื่อถึงวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ" ประชาชนไม่เป็นแสน-เป็นล้านหรือนี่ ที่ต่างมุ่งหน้าสู่สนามหลวง ด้วยใจประสงค์ตรงกัน?
  • บทบรรณาธิการ

    พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ แนะนำหนทางสู่การตระหนักรู้และทำในสิ่งที่ควรเพื่อเดินหน้าต่อไปในห้วงแห่งความโศกเศร้าหลังการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ในหัวข้อ รับมือกับความเศร้าโศกในยามสูญเสีย
  • เอ็กซ์-ไซท์

    หนุ่มชาวนครปฐมทำทอง1บาทหล่นหาย แต่โชคดีได้รับคืนหลังนายกอบต.สระพัฒนา เก็บได้ระหว่างเดินทางไปวางพวงมาลาวันปิยมหาราช ก่อนติดต่อส่งคืนเจ้าของขอบคุณ "สมกับเป็นตัวแทนชาวบ้าน"
    หน่วยเฉพาะกิจโชคชัย จังหวัดชุมพรจับพ่อค้ายาบ้า "แก๊งหนุ่ม ซอมบี้" ยึดของกลางยาบ้าตราแอปเปิ้ลร่วมหมื่นเม็ด เผยเดือนเดียวจับ 25 คดี
    ชาวประมงพื้นบ้านหาดเจ้าสำราญ จัดกิจกรรม “สานต่อคำสอนพ่อ” นำศาลพระภูมิที่ชำรุดทิ้งกลางทะเล ทำเป็นปะการังเทียมให้สัตว์น้ำอยู่อาศัย เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน
  • x-cite inside

    บรรยากาศแห่งความทรงจำ ความรู้สึก และหัวใจที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเหล่าพสกนิกรไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ก่อให้เกิดการหลอมรวมใจของคนไทยในการ “ทำดีตามรอยพ่อ” เพื่อแปรเปลี่ยนความโศกเศร้า ความอาลัยรัก ให้เป็นพลังในการสานต่อพระราชปณิธานในพระองค์ท่าน
    นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ารัฐบาลได้ทำบัตรเชิญสำหรับผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยจัดพิมพ์จำนวน 5,000 ใบ
    เวียนมาบรรจบครบวาระ 1 ปี ในวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคต แต่พระองค์ยังทรงสถิตอยู่ในหัวใจของประชาชนชาวไทยทุกดวง